Business Class Backpack : ต่อจาก Jal ก็ Cathay Pacific | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

Business Class Backpack : ต่อจาก Jal ก็ Cathay Pacific

ยังคงเป็น Backpacker ตกงานกับอีกสี่ล้านแปดแสนไมล์ที่เหลือใน Credit Cards

Special Promotion Post : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัว" วันนี้ฟรี Starbucks Card 450 บาท -

[ข้อดีของการใช้บัตรสำรองจ่ายแทนลูกค้าเวลาอยู่เมืองนอก]

และผมก็น่าจะเป็นคนเดียวใน Flight นี้ [หรือในประวัติศาสตร์] ของ Cathay Pacific ที่ไม่ Load กระเป๋าแต่แบกเป้ขนาด 45 ลิตรขึ้นเครื่อง, โดยจุดหมายปลายทางของ Trip ก็คือ “Seoul” เพื่อออกไปดู “พรมแดนติดเกาหลีเหนือ

ในวันที่ Donald J Trump จับมือคืนดีกับท่านคิมฯ, เปิดประเทศ

และก็หวังว่าผมจะไม่ติดตม, เพราะรอบนี้ก็มาด้วย “ตั๋วขาเดียว” เช่นเคย

[ขอบคุณ SCB M Luxe สำหรับ Free Airport Limousine ร่วมกับทาง The Black Tie]

เรื่อง “ซื้อตั๋วขาเดียว” นี่, ผมเคยถูกถล่มหนักจากใน Pantip ถึงขั้นโดนด่าว่า “ในชีวิตเคยขึ้นเครื่องบินรึเปล่า ?” เพราะบางคนเขาเชื่อจากใจจริงๆ ว่า “ต้องมีตั๋วขากลับแสดงให้พนักงานสนามบินดู” ไม่อย่างนั้นก็ไม่ผ่านตั้งแต่ขาออกนอกประเทศแล้ว !

คือผมไม่ได้จะมาบอก Tricks หลบเลี่ยงหรือสั่งให้ไปเถียงกับคุณพนักงานการท่าฯ ว่าต้องมีตั๋วกลับจริงไหม

แต่อยากบอกว่าพวก Airlines ใหญ่ๆ เขามีระบบ Online Checkin ให้ใช้มาเป็นปี [จริงๆ คือเกือบ 20 ปี] แล้ว

ที่ต้องทำก็แค่ Online Checkin ผ่าน iPhone / iPad / iOS, เสร็จแล้วก็จะได้รับ Boarding Pass ทันที

ในรูปแบบของ Apple Wallet & Apple Pay ดังภาพ, มาถึง Airport ก็ตรวจกระเป๋าแล้วขึ้นเครื่องได้เลย

คืออย่าว่าแต่ “เดี๋ยวจะโดนพนักงานห้าม”, แค่จังหวะคุยกับมนุษย์ยังไม่มีด้วยซ้ำ…

apple-pay-wallet-boarding-pass-how-to-add-business-class-review-cathay-pacific-korea-hk

Cathay Pacific Airport Lounge Suvarnabhumi Review : ของกินเต็มพิกัด, โดยเฉพาะอาหารเส้น

Lounge ของ Cathay Pacific ในไทยมีสองฝั่งด้วยกัน, ด้านขวาที่ชื่อ “The Noodle Bar” เอาไว้ทานอาหารจริงๆ จังๆ โดย Menu จะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์แต่จานหลักๆ ที่มีทุกครั้งก็คือ “ผัดไทย” กับ “บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง” และติ่มซำ

ส่วนด้านซ้ายจะเป็นพื้นที่นั่งสบายๆ, มีแค่อาหารง่ายๆ เบาๆ

[แต่พอ The Noodle Bar ไม่มีที่นั่ง, ทุกคนก็เอาข้ามมาทานฝั่งนี้อยู่ดี…]

ส่วนตรงกลางจะเป็น Salad Bar & Mini Burger กับโต๊ะแบบยืนทาน, ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าผมชอบตรงนี้

บรรยากาศก็สมกับเป็น Hong Kong, ไม่เงียบเท่า Sakura Lounge ของ Japan Airlines ที่เข้าครั้งก่อนและก็ไม่กดดันจนตัวแบนเพราะความอลังการเวอร์ๆ แบบ Qatar Premium Lounge [ที่ไม่เหมาะกับ Backpacker ซำเหมาเลยให้ตาย]

cathay-pacific-business-class-backpacker-review-lounge-thai-hong-kong-food-padthai-menu

สิ่งที่ห้ามพลาดใน Cathay Pacific Lounge ก็คือ [Non Alcohol] Signature Drink ที่เกิดจาการผสมกันระหว่าง Apple / Mint และน้ำมะพร้าวในชื่อ “Cathay Delight”, โดยเฉพาะใครที่บินมาเหนื่อยๆ ได้แก้วนี้เข้าไปรับรองว่าหายเป็นปลิดทิ้ง !

แต่จุดที่น่าเสียดายนิดๆ ของ Cathay Pacific Lounge ก็คือมันไม่มี Shower Room

แต่ผมชอบการจัดที่นั่งของเขา, มีเก้าอี้สำหรับนั่งมองเครื่องบินผ่านกระจกใส

และปลั๊กไฟก็เยอะสุดๆ, เรียกว่า “มีทุกที่นั่ง” เลยจะถูกกว่า !

แน่นอนว่า Free Wifi ก็มี

สำหรับผัดไทย, เหมือนได้กลิ่นซอสมะเขือเทศ [นึกถึงตอนกินที่ UK แล้วคนขายเชียร์ว่านี่สูตรดั้งเดิม…]

ส่วนตัวผมว่า Potato Au Gratin อร่อย, ที่ทานไม่ได้เลยคือ Mini Hamburger แข็งโป๊ก

Blog ก็ยาวแล้วแต่ยังไม่ได้เล่าถึงเครื่องบิน / ที่นั่ง / บริการ / คุณแอร์ฯ เลย, ไว้ลงอีกที Blog หน้าก็แล้วกันแต่การบินกับ Cathay Pacific Business Class ครั้งนี้มีเรื่องประทับใจหลายอย่างยิ่งกว่า Japan Airlines ครั้งก่อนอย่างคาดไม่ถึง

เผื่อใครสนใจ, Cathay Pacific มีบินไปทั้งเกาหลีญี่ปุ่นในราคาไม่ [ค่อย] แพงเมื่อเทียบกับ TG