ญี่ปุ่นขึ้นภาษีเป็น 10% แล้ว [และวิธีที่ทำให้เรายังจ่ายแค่ 8% !] | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

ญี่ปุ่นขึ้นภาษีเป็น 10% แล้ว [และวิธีที่ทำให้เรายังจ่ายแค่ 8% !]

ยังคงอยู่ Tokyo, ภาพใน Blog นี้ก็ถ่ายด้วยกล้อง iPhone 11 Pro

Special Promotion Post : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัว" วันนี้ฟรี Starbucks Card 450 บาท -

ผมมาญี่ปุ่นช่วงที่มีการปรับขึ้นภาษี, จาก 8% เป็น 10% พอดี

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ทีเดียวเกิน 5000 Yen คงไม่มีปัญหาเพราะว่าเราสามารถทำ Tax Refund ได้ [เช่น iPhone 11 Pro ที่ผมซื้อมาแค่ 106800 Yen หรือก็คือสามหมื่นถ้วนๆ เมื่อเทียบกับราคาเครื่องศูนย์ไทยที่ 35900 บาท]

แต่พวกอาหารเครื่องดื่มของฝากรวมไปถึงของใช้, ส่วนใหญ่ก็เริ่มปรับราคาขึ้นกันแล้ว

แต่รัฐบาลญี่ปุ่นก็อาศัยจังหวะนี้, ผลักดันนโยบาย Cashless Society ไปด้วยเลย

doutor-coffee-japan-price-takeaway-eatin-rise-tax-10-percent-menu-vat-refund-drama-calzone-iphone-11-pro-review

เพราะมี 2 วิธีหลักๆ ด้วยกันที่ทำให้เรายังซื้อสินค้าได้ในราคาภาษี 8%

หนึ่งคือ “ซื้อกลับบ้าน” เพราะอาหารเครื่องดื่มแบบ “Takeaway” ยังคงคิดภาษีที่ Rate เดิม, ดังข่าวจาก The Japantimes ที่ว่า “A meal eaten in a shop or restaurant is now taxed at 10% but the rate remains at the previous 8% for takeout food”

และสองคือ “จ่ายแบบ Cashless”

ญี่ปุ่นเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่แปลกอย่างหนึ่ง, คือคนส่วนใหญ่ยังชอบใช้เงินสด

[คราวก่อนผมเข้าโรงพยาบาลที่ Tokyo ก็ไม่รับ Credit Card, ไม่รับทั้งคนต่างชาติทั้งคนญี่ปุ่นเอง !!!]

ข้อแรกเข้าใจไม่ยาก, ถ้าเราเข้าร้านเครือใหญ่อย่างพวก Doutor / Matsuya / Starbucks / Isomaru / Watami Izakaya หรือเข้า Convenience Store อย่าง Lawson & Famima และเลือก “ทานในร้าน” จะต้องโดนภาษีเพิ่มเป็น 10%

japan-rugby-world-cup-olympics-2020-flag-tax-rise-8-10-percent-redlight-sky-blue-cashless-pay

บางร้านอย่างในภาพแรก, Doutor Coffee เขียนราคาบน Menu ไว้ชัดๆ เลยว่า “Takeaway ถูกกว่า” แต่เอาเข้าจริงก็มี Drama เกิดขึ้นบ้างเพราะมีลูกค้าบางคนซื้อราคา Takeaway แล้วอยากนั่งทานในร้าน [ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Eatin]

ผมเองก็ทำบ่อยๆ ที่เมืองไทย, สั่ง Starbucks ใส่แก้ว Takeaway แต่อยากนั่งพักหายใจสัก 15 นาที

โดยเฉพาะคนต่างชาติที่อาจไม่รู้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นประกาศขึ้นภาษีเป็น 10% แล้ว, แบบมีเงื่อนไขยิบย่อย

เรื่องนี้อาจฟังดูไร้สาระแต่จริงๆ หลายๆ ชาติก็มีนโยบายคล้ายๆ กัน

ครั้งก่อนที่ผมไป London, Starbucks ที่นั่นก็มีสองราคา

สำหรับลูกค้าที่นั่งทานในร้าน [Eatin] จะแพงกว่าเล็กน้อย [แต่บางร้านก็คิดเท่าๆ กันเพื่อตัดรำคาญก็มี]

 เอาเป็นว่าถ้าใครอยากจะซื้อกาแฟแบบ Takeaway อยู่แล้วก็อย่าไปบอกร้านว่า Eatin

doutor-coffee-japan-price-takeaway-eatin-rise-tax-10-percent-menu-vat-refund-ic-card-alipay-suica-iphone-11-pro-review

ส่วนข้อ 2, มันคือการที่รัฐบาลพยายามเชียร์ [หรือกดดัน] ให้คนญี่ปุ่นหันมาใช้จ่ายแบบ Cashless ซึ่งก็รวมไปถึง Apple Pay / Credit Card / IC Card [เช่น Icoca & Suica] และพวก “Cashless Payment” ต่างๆ เช่น Paypay หรือ AliPay !

โดยร้านจะคืนเงินกลับมาเป็น Point [หรือ Cash] ในระบบที่เราใช้

มากบ้างน้อยบ้างตามเงื่อนไขของสินค้าและของร้านอีกที, แต่รวมๆ แล้วจะเหมือนเราจ่ายภาษีแค่ 8%

ปัญหาคือนักท่องเที่ยวคงไม่รู้จะเอา Point ย้อนหลังไปทำไม

และปัจจุบันยังต้องทำการ Register เพื่อเข้าระบบขอคืน Point & Cash ด้วย

[แถม Website ที่เปิดให้ลงทะเบียนยังเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน…]

ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรไหมแต่ในตอนนี้ดูจะไม่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวเท่าไร

doutor-coffee-japan-price-takeaway-eatin-rise-tax-10-percent-menu-vat-refund-rakuten-iphone-11-pro-review

รวมๆ แล้ว, การยอมจ่ายภาษี 10% เพื่อช่วยชาติ [เขา] น่าจะเป็น CHoice ที่ง่ายที่สุด

ไว้ถ้าซื้ออะไรที่มันแพงเกิน 5000 Jpy ก็ค่อยทำ Tax Refund

ทุกบาททุกสตางค์ [และทุก Yen] ที่จ่ายไป, ก็เพื่อให้รัฐบาลเอามาสร้างทางเท้าดีๆ ที่พ่อแม่แก่เฒ่าของเราจะได้เดินสบายๆ หรือไม่ก็เอาไปพัฒนาระบบ Public Transportation อย่างรถไฟฟ้าและเวลาเกิดอุทกภัยจะได้ไม่ต้องมาขอบริจาคจากประชาชน

ไม่ใช่เอาเงินไปซื้อรถถังเรือดำน้ำมาประจำการกองกำลังป้องกันตนเองหมด

ส่วนอาหารกลางวันเด็กๆ ในโรงเรียนเป็นข้าวปั้นสามเหลี่ยมเปล่าๆ กับนมกล่องเน่าๆ

Shinzo Abe ท่านทำเพื่อพวกเรามากมาย, เราคนญี่ปุ่นต้องซาบซึ้งด้วยการให้ลูกหลานกินอาหารบูดๆ

ขึ้นภาษีเท่าไรคุณภาพชีวิตก็ยังเลวร้าย, ไม่รู้เงินมันหายไปไหนจริงๆ

japan-tokyo-bicycle-lane-pedestrian-walk-footpath-wheelchair-blind-disable-iphone-11-pro

.