Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

หลังจากที่ Week ก่อนไปตกระกำลำบากอยู่ริมแม่น้ำคงคา, นั่งกินโรตีข้างขอทานและนอนบนกองขี้วัวแต่วันนี้กลายเป็น Maharaja เปิด Macbook เขียน Blog อยู่ใน Plaza Premium Lounge ของสนามบิน Indira Gandhi ระหว่างรอบินไป Tokyo เพื่อไหว้พระปีใหม่ 2020 !

ยังคงเลือกบินกับ Japan Airlines Business Class, มีความหลังกับแอร์ฯ ที่นี่หลายนาง

ระยะทางจาก New Delhi สู่ Tokyo คือ 5800 km, ไกลกว่าบินจากกรุงเทพฯ นิดหน่อย

[Bangkok to Tokyo ห่างกัน 4500 km, ใช้เวลาบินราว 5 ชั่วโมงครึ่ง]

Flight ออกจาก Delhi กลางดึก, ถึง Tokyo เช้าตรู่ของวันสิ้นปี [2019] พอดี

Indira Gandhi Airport ถือเป็นหนึ่งในสนามบินจากนรก, ไม่ใช่แค่เพราะปริมาณผู้โดยฯ ที่มหาศาลแต่ยังมีกฏระเบียบการตรวจอาวุธ & กระเป๋าที่เข้มงวด [มาก] และการ Take Off จากภาคพื้นก็ลำบากเนื่องจาก New Delhi มีปัญหาฝุ่นควันตลอดปีทำให้ Flight ที่ออกจากเมืองหลวงแห่งนี้มีปัญหา Delay ประจำ

jal-japan-airlines-business-class-review-passport-boarding-pass

jal-business-class-premium-economy-review-checkin-airport-india-new-delhi-fast-track-first

กระทั่ง Japan Airlines, ซึ่งเป็นสายการบินญี่ปุ่นระดับ 5 Stars Airlines ก็หนีชะตากรรมนี้ไม่พ้น

แต่ Jal ก็คือ Jal, เครื่อง Delay แค่ไม่กี่นาทีก็มีพนักงานมายืนขอโทษอยู่หน้า Gate

ช่างต่างจาก Week ก่อนตอนบินจาก Varanasi มา New Delhi, Delayed ไปเกือบชั่วโมงแต่ไม่มี Staffs หน้าไหนมาแสดงตัว [จนสุดท้ายเกือบจลาจลเพราะหลายคนต้อง “ต่อเครื่อง” จาก New Delhi]

JL740 from Delhi to Tokyo ใช้ที่นั่งแบบ SKy Suite 3, สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา

เหมาะมากกับการบินข้ามคืนระยะเวลาเกือบ 8 Hr

แต่เอาเข้าจริงแทบไม่ได้นอน…

เพราะคุณ CA แสนน่ารัก [ตกใจที่มีพนักงานคนไทยบนเครื่องด้วย ?!?] นำเสนอของกินให้ตลอดเวลา

เหมือนชีวิตหลุดพ้นจากนรกมาสู่สวรรค์ตั้งแต่วินาทีแรกที่ขึ้นเครื่องแล้วมี CA มารับ Jacket ไปแขวนเก็บให้, ดีใจน้ำตาแทบไหลที่ได้ทานอาหารญี่ปุ่นแบบมีเนื้อสัตว์จริงจัง

[India เน้นขายแต่อาหารมังสวิรัติ, ร้านทั่วไปเต็มที่ก็มีแค่เนื้อไก่]

ข้าวสวยเลือกได้ระหว่าง Koshihikari & Hitomebore และสาเกไม่อั้น !

jal-japan-airlines-business-class-sake-review-red-bird-crane-meal-bento-porsche-design

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-menu-kodoku-gurume

jal-japan-airlines-business-class-review-sky-suite-3-tokyo-delhi

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-menu-sky-plane-sake

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-menu-sky-suite

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-menu-sky-suite-wagyu

jal-japan-airlines-business-class-review-sky-suite-3-tokyo-delhi-sake-meal-ca

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-seat-sky-suite

ดื่มสาเกไปประมาณ 8 ลิตร, เอาขวดมาตั้งที่โต๊ะเลย…

สำหรับที่นั่งของผมคือ 13A, Flight นี้มีผู้โดยฯ ไม่เยอะเท่าไรจึงยิ่งสบายๆ

ทีแรกตั้งใจจะหลับยาว

แต่เอาเข้าจริง, นั่งดูหนังญี่ปุ่นตลอดเส้นทางบิน

เริ่มจาก Kodoku no Gurume, เรื่องของ Salary Man ที่ตะลุยกินคนเดียวทั่วประเทศเพราะต้องเดินทางไปหาลูกค้า [คุ้นๆ เหมือนเจ้าของ Blog…] ต่อด้วย “Hit Me Anyone One More Time” หรือชื่อญี่ปุ่นคือ “記憶にございません”

หนังตลกว่าด้วยนายกฯ ที่ความจำเสื่อมจนลืมว่าครั้งหนึ่งตัวเองเคยก่อเรื่องอื้อฉาวไว้มากมายถึงขั้นได้รับการบันทึกว่าเป็น “ผู้นำที่ชั่วที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น”, มาวันนี้จึงอยากจะกลับตัวกลับใจ

เป็นหนังที่ดูแล้วขำ, แต่ก็นึกถึงหลายๆ อย่างของบ้านเรา…

รู้ตัวอีกทีก็ฟ้าสาง, ได้ปรับที่นั่งเอนนอนไปไม่ถึงสองชั่วโมง

เสียดายที่ JL740 ลง Narita, ไกลตัวเมือง Tokyo ไปหน่อยเมื่อเทียบกับ Haneda

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-menu-sky-plane

jal-japan-airlines-business-class-review-delhi-tokyo-787-sky-plane

jal-japan-airlines-business-class-sake-review-red-bird-crane-meal

ราคาตั๋ว Jal Business Class จาก Delhi to Tokyo หนึ่งขาก็ราว 160000 Rupee หรือ 70000 บาทได้

ซึ่งก็แน่นอนว่าผม “บินฟรี” ด้วยวิธี “แลกไมล์” จาก Credit Cards

และก็แน่นอนอีกว่าไมล์ทั้งหมดได้มาจากการยิง Ad โฆษณาให้ลูกค้านั่นแลฯ

เผื่อเป็น Ideas ให้ใครที่สนใจพวก Credit Cards สายแลกไมล์, ยิ่งถ้าใครต้องรูดต่อเดือนค่อนข้างเยอะด้วยเรื่องงานอยู่แล้ว [แต่อาจต้องดูดีๆ เพราะบัตรบางใบและบาง Bank ไม่อนุญาตให้ใช้บัตรที่ออกในนามบุคคลเพื่อการทำธุรกิจ]

พักหลังๆ, รูปแบบการบินและการใช้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปอีก Step

จากเดิมที่ “บินบ่อย” จากไทยไปประเทศที่สองแล้วกลับ, กลายเป็นบินทีเดียวยาวไปประเทศที่สามสี่ห้าหก

นึกถึงหนังญี่ปุ่นชื่อ “Asa ga Kita [あさが来た]” ที่เคยดูเมื่อหลายปีก่อน, กับเพลงประกอบชื่อ “365 Nichi no Kami Hikouki [365日の紙飛行機]” ว่าชีวิตคนเราก็เหมือนเครื่องบินกระดาษ

ไม่รู้หรอกว่าจะบินไปทางไหนบนท้องฟ้าที่กว้างขนาดนี้

เดี๋ยวจากญี่ปุ่นนี่, ก็จะไปเกาหลีและ USA ต่อครับ

[Plan ปีนี้ว่าจะไป Tibet สักครั้งแต่สถานการณ์ Corona Virus & Covid 19 ไม่เป็นใจเลย…]

https://i0.wp.com/www.cookiecoffee.com/wp-content/uploads/2020/03/kami-hikoki-airport-food-review-menu-paper-plane-narita-haneda-akb.jpg?resize=500%2C500