Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

“Yamadera ที่ปกคลุมด้วยหิมะ, ดูราวกับเป็นที่อยู่ของเหล่าวิญญาณจริงๆ”

ผมบอกใครๆ ว่าการมา Backpack ญี่ปุ่นคราวนี้มีจุดหมาย 3 อย่างคือ งาน Thai Festival ใน Tokyo / การไปดู Sendai สองปีหลัง Tsunami ด้วยตาตัวเองและการชมศาลเจ้า Yasukuni ที่เป็นข้อพิพาทญี่ปุ่น – จีน – เกาหลี

แต่มีจุดหมายปลายทางแห่งที่ 4 ที่ผมไม่ได้บอกใคร, นั่นคือ “Yamadera” แห่ง Yamagata

ก่อนหน้านี้, ผมเคยอ่าน Manga ความยาวไม่กี่หน้าของ Fujiko Fujio ชื่อเรื่องว่า “Yamadera”

ว่าด้วยเด็กชายเด็กหญิงคู่หนึ่งที่เกิดมาไม่ไกลจากวัดแห่งนี้ แต่วันหนึ่งต้องแยกจากกัน ก่อนทีฝ่ายหญิงจะจบชีวิต…

จากวันวานสมัยเด็กๆ ที่วิ่งเล่น ปีนป่ายภูเขามาด้วยกัน

ทั้งสองสนิทสนมจนผู้ใหญ่เคยพูดทีเล่นทีจริงว่า สักวันหนึ่งจะให้ทั้งคู่แต่งงานและอยู่ที่ Yamadera  

แต่ความจริงกับความฝันอาจมีเส้นทางที่แยกเป็นสองสาย

ที่จริง ทั้งคู่ต่างคิดเหมือนๆ กัน คือต้องการเข้ามาเรียนใน Tokyo

แต่มีเพียงฝ่ายชายเท่านั้นที่ได้เข้าโรงเรียนศิลปะ

ในขณะที่ทางบ้านฝ่ายหญิงไม่อนุญาตให้เธอมาเรียนต่อ 

เวลาผ่านไปไม่นาน, ฝ่ายหญิงก็เสียชีวิตลงที่ Yamagata โดยที่ความฝันยังไม่เป็นจริง และเรื่องราวทั้งหมดก็น่าจะจบลงแต่เพียงเท่านี้ ทว่า ใน Tokyo ที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนนับแสนนับล้านกลับ…   

ฝ่ายชายได้เจอกับหญิงสาวที่ดูคล้ายกับเธอเหลือเกิน…

แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้จักเขา…

ตอนนี้ เธอคนที่น่าจะตายจากไปแล้ว, กลับเป็นนักเรียนอยู่ในโรงเรียนสตรีที่เธอคนนั้นฝันมาตั้งแต่เด็กว่าจะต้องสอบเข้าให้ได้ แต่เธอคนนี้ที่เห็น เป็นคนเดียวกับเธอคนนั้นที่ตายไปเมื่อหลายปีก่อนหรือเปล่า… ?

และแล้ว, เขาก็ได้พบว่า ไม่มีใครรู้จักหรือมองเห็นหญิงสาวคนนี้นอกจากเขาคนเดียว…

ที่นี่คือ Tokyo, ดินแดนแห่งแสงไฟสว่างไสวตลอดวันและคืน

ที่นี่มีชีวิต มีความฝันและมีอนาคต 

แต่คำตอบของเรื่องราวทั้้งหมดนี้ อยู่ที่ Yamadera

ด้วยรถไฟสาย Senzan จาก Sendai, ชั่วโมงเศษก็ถึงสถานี Yamadera

ที่นี่เป็นแค่บ้านไม้เก่าๆ ไม่มีผู้คนหรือนักท่องเที่ยวมากมายอะไรนัก

เขามาถึงในวันที่หิมะเริ่มตก, ปกคลุมขุนเขา ทำให้ชวนนึกถึงโลกแห่งวิญญาณ

ความทรงจำเก่าๆ ก็ย้อนขึ้นมา, ถึงวันเวลาที่เราสองคนยังเป็นเด็ก

วันนั้น ทั้งคู่ปีนชะง่อนผาหินจากยอดเขาลงไป, มีโพรงเล็กๆ ที่เป็นเหมือนที่ซ่อนตัว

และก็เป็นวันนั้น, ที่ทั้งสองปีนกลับขึ้นมาไม่ได้ จึงต้องอยู่ด้วยกันจนถึงเช้า…

Yamadera ถูกสร้างขึ้นเมื่อกว่า 1200 ปีมาแล้ว, เหล่ากวีได้ปีนบันไดหิน 1050 ขั้น พร้อมกับบรรยายความงดงามตามธรรมชาติถึงความเยือกเย็นของผาหิน เสียงจิ้งหรีดร้องเรไรและความสงบแห่งจิตใจ

กลางพื้นหิมะที่เริ่มหนาขึ้นและหนาวขึ้น, เขาจึงตัดสินใจปีนลงไปยังชะง่อนผาแห่งนั้นอีกครั้ง

สิ่งที่เขาเจอคือตุ๊กตาไม้ [Kokeshi] ที่แกะสลักเป็นใบหน้าของเธอและของเขาอยู่ด้วยกัน กับข้าวของเครื่องใช้ประจำวัน ทั้งโต๊ะ ตู้ เตียงขนาดเล็ก

ส่วนของเธอ, มีตั๋วรถไฟไป Tokyo และเอกสารสอบเข้าโรงเรียนที่เธอเคยฝันในวันที่ยังมีลมหายใจอยู่

เมื่อคนเราจบชีวิตลง, เราไปอยู่ไหนกัน…

ที่นี่คือ Yamadera, หุบเขาที่ดวงวิญญาณสิงสถิตย์

   …

ทั้งหมดนี้อยู่ใน Manga ความยาวไม่กี่สิบหน้า, และก็เป็นสิ่งที่พาผมมาถึง Yamadera

 จบเนื้อหาในส่วนของ Drama, ว่ากันด้วยเรื่องติงต๊องบ้างดีกว่า ~ :D

สำหรับใครที่อยากมาชม Yamadera ก็ไม่ยาก, ขึ้น Shinkansen จาก Tokyo มาลง Sendai Station ใช้เวลา 90 – 120 นาที แล้วแต่ความเร็วรถคันนั้นๆ ต่อด้วยรถไฟ JR สาย Senzan อีก 60 นาทีถึงสถานี Yamadera

และจากหน้าสถานีก็เดินต่อมาตรงๆ อีกแค่ 2 – 3 นาทีเท่านั้นเอง

แต่ที่ลำบากนิดๆ ก็คือการปีนบันได 1050 ขั้น, ดังนั้น ไม่ควรมาหน้าร้อนครับ :D

ตอนรอรถไฟจาก Sendai Station, ผมก็มองๆ หาของกินประจำท้องถิ่น ~

ได้ข้าวกล่อง Musubimaru ที่เป็น Mascot ประจำเมือง Sendai มาหนึ่งกล่อง ~ ตัวเป็น Samurai ชื่อ Date Masamune ผู้ก่อตั้งเมืองนี้ ส่วนหัวเป็นข้าวปั้นซึ่งเป็นของขึ้นชื่อ ^^)

หน้าตาของ Musubimaru เอ๋อมาก, ญี่ปุ่นนี่เค้าเอา Samurai ผู้ก่อตั้งเมืองตัวเองมาทำเป็น Mascot แบบนี้เลย ^^”

เปิดกล่องออกมา, ก็มีข้าวปั้น Onigiri ที่ใช้ข้าวชื่อดังจาก Miyagi

กับพวกปลา Salmon ย่าง / ผักดอง / ไก่ทอดและลิ้นวัว [Gyutan] ซึ่งก็เป็นของขึ้นชื่อของ Sendai ~

นั่งหม่ำง่ำๆ ไปตลอดทาง :D

และต้องชมว่าคนญี่ปุ่นเค้าตั้งใจ ละเมียดละไมในทุกรายละเอียดจริงๆ ครับ, เพราะเปิดกล่องลาย Musubimaru ออกมาปุ๊บ ก็ยังมี Postcard ลาย Musubimaru อีกแผ่น แถมข้าวปั้นก็ทำเป็นหน้าเจ้าตัวนี้ ^^)

ส่วนของกินที่พลาดไม่ได้ใน Yamadera ก็คือลูกชิ้นกลมๆ ดังภาพ

ที่ใช้บุก [Konnyaku] เด้งดึ๋งๆ มาต้มในเต้าเจี้ยวออกเค็มๆ หวานๆ ทานกับ Mustard ราคาไม้ละ 100 Yen ~

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย Xperia V 4G จริงๆ, ~ มีคนไม่เชื่อ แถมพยายามจะจับผิดผมอีกต่างหาก – –

เป็นอันว่าจบจุดหมายที่ 4 ใน 3 อย่างแห่งการ Backpack @ Japan ครั้งนี้ของผมแล้ว ด้วย Manga เพียงไม่กี่สิบหน้าก็ได้พาผมบินข้ามน้ำข้ามทะเลมา และแน่นอนว่า ผมก็ได้พบคำตอบของบางสิ่งที่นี่, ที่ Yamadera…