Unseen Japan : เข้า Love Hotel กับสาวญี่ปุ่น [Rate 18] ! | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

Unseen Japan : เข้า Love Hotel กับสาวญี่ปุ่น [Rate 18] !

Update : ใครสนใจนอนโรงแรมในญี่ปุ่นและทั่วโลกฟรี, ใส่รหัส QHOTEL บน HotelQuickly App ได้ !

Special Promotion Post : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัว" วันนี้ฟรี Starbucks Card 450 บาท -

และกรุณากดปุ่ม Enter เพื่อยอมรับก่อนว่าอายุเกิน 18 ปีค่อยอ่าน Blog นี้…

เรื่องของเรื่องคือเมื่อคืนผมนั่ง Night Bus มาถึง Sendai Station ตอนดึกและ Mayumi จังก็มารับที่สถานี ~

ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะไปนอนใน Guesthouse [ซึ่งเป็นที่ที่เราสองคนรู้จักกัน] แต่ Mayumi บอกว่าคืนนี้ห้องเต็ม, คงต้องหาโรงแรม ไม่ก็ Hostel อื่นนอนพักไปก่อนและตอนที่กำลังลังเลก็เผอิญเดินผ่านถนนเส้นหนึ่งที่เต็มไปด้วย “Love Hotel”

ใครที่อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆ, ก็น่าจะเคยเห็นเวลาที่ Boss แอบพาเลขาสาวเข้าโรงแรมอะไรแบบนั้น

 Mayumi บอกว่าตัวเธอเองก็ไม่เคยเข้าโรงแรมแบบนี้, แต่มีเพื่อนๆ เคยเข้าหลายคนอยู่

ผมก็เลยชวนเค้าเข้าไปดูซะนิด…

และนิสัยผมก็ชอบถามตรงๆ ง่ายๆ, อยากรู้ว่าสาวญี่ปุ่นคิดยังไงกับ Love Hotel ?

คือมันน่าอายรึไม่หรือต้องหลบๆ ซ่อนๆ เวลาเข้ารึเปล่า ?

แต่ก็ไม่, Mayumi จังจูงมือผมเข้าแบบสบายๆ  !

สังเกตว่าโรงแรมพวก Love Hotel [ラブホテル, ย่อว่า “ラブホ”] มักจะมีชื่อที่ดูแล้วออกไปในแนว Rate XXX ชัดเจน, เช่น Hotel Madonna / Hotel Fantasy พร้อมรูปภาพสาวๆ และก็มักจะใช้ไฟสีฟ้ากับสีชมพูที่ดูแล้ว Rate 18+ มากมาย

หน้าโรงแรมก็จะมี Rate ราคาห้องพักติดไว้ 2 แบบคือ Rest & Stay, ก็คือ “ชั่วคราว” และ “ค้างคืน” นั่นเอง

ที่ Sendai นี่, ชั่วคราวจะราว 3 พันเยนและค้างคืนก็ 6000 – 12000 เยน แล้วแต่ขนาดห้องและ Options [?]

ที่น่ารักอีกอย่างก็คือการเลือกห้องใน Love Hotel [ラブホテル] ใช้วิธีกดบัตรจากตู้อัตโนมัติเหมือนกับการซื้อตั๋วยืนกิน Soba หรือ Ramen ในร้านหน้าสถานีรถไฟเลย, ดังนั้นถึงจะอยากได้ห้องประหลาดพิศดารขนาดไหนก็กดเลือกเอาเองได้ไม่ต้องอาย

พอกดไฟเสร็จปุ๊บ, ก็เดินไปจ่ายเงินที่ช่อง Cashier ซึ่งก็เป็นหน้าต่างเล็กๆ อีก

[คนรับเงินจะไม่เห็นหน้าเราสองคนเพราะมีม่านกั้นไว้, Privacy ระดับสุดยอด…]

ถ้าเป็นห้องธรรมดาๆ, มีแค่เตียงโต๊ะตู้ก็จะราคาไม่แพง

แต่ถ้ามี Options พวกเตียงน้ำ / เตียงหมุนหรือตกแต่งมาเป็นพิเศษในแบบ S & M หรือมี Theme ห้องก็จะแพงนิด

เมื่อคืนผมเลือกห้องที่ตกแต่งเป็นแบบ Galaxy [?]

ตัวห้องก็ธรรมดา, แต่เพดานทำเป็นท้องฟ้าวิบวับระยิบระยับและเมื่อปิดไฟมืดก็จะสว่างดังภาพข้างบนครับ

ใต้เตียงก็เปิดปิดไฟสีฟ้าอ่อนๆ ให้สว่างเหมือนลอยๆ อยู่ในฝันได้

ที่หัวเตียงก็มีปุมปรับเสียง TV และ Dim ไฟให้อ่อนลง

ทีแรกผมก็คิดๆ ว่า Love Hotel จะสกปรกหน่อยๆ เหมือนม่านรูดไทยรึเปล่า ?

แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่, ยังไงที่นี่ก็คือ ญี่ปุ่น

ห้องพักใน Love Hotel [ラブホテル] ดีและสะอาดไม่ต่างจากโรงแรมกลุ่ม Business Hotel ใกล้สถานีในราคาเท่าๆ กัน, มี Sharp Aquos TV จอใหญ่ [มาก] ตั้งอยู่ตรงกลางพร้อมตู้เย็น / Microwave / DVD Player ซึ่งทั้งหมด Made in Japan

ในห้องน้ำก็มี Shower Cream & Shampoo ของ Shiseido แม้แต่แปรงสีฟัน ยาสีฟันก็ Made in Japan !

แถมมีอ่าง Jacuzzi ในห้องด้วย !

ปรกติในราคา 8xxx เยนคงได้แค่ห้องพักเล็กๆ กับห้องน้ำที่มีแค่แบบยืนอาบ

แต่ Jacuzzi ใน Love Hotel ที่ผมพักเมื่อคืนมันใหญ่แบบแช่สองคนพร้อมกันได้เลย

[ซึ่งก็คงเพราะเค้าออกแบบมาไม่ได้แค่ไว้ลงไปอาบเฉยๆ แต่เพื่อกิจกรรมยามดึก…]

แต่เสียดายที่ในห้องน้ำถ่ายมาไม่ได้เพราะว่ามันค่อนข้างมืดมากจริงๆ และกำแพงรอบด้านก็ติด Sticker รูปดาวระยิบระยับเอาไว้, ทางโรงแรมคงเน้นให้ใช้ห้องน้ำในความมืดเพื่อจะได้เห็นแสงดาวตาม Theme แบบ Galaxy [?] นั่นเอง

และในห้องก็มี Free TV หลายช่อง, รวมทั้ง Adult Video [AV] สำหรับผู้ใหญ่อีก 3 ช่อง 3 แนว

ที่เห็นในภาพแรกก็คือหนึ่งใน 3 ช่องที่ว่า, Mayumi ช่วยแปลให้ตลอดเรื่องครับ

ที่นั่งดูกันเมื่อคืนเป็นเรื่องของคุณพ่อเลี้ยงที่แอบมีอะไรกับลูกสาวระหว่างที่คุณภรรยาไม่อยู่…

และถ้าใครไม่อยากนอนคนเดียวใน Love Hotel [ラブホテル] ก็สามารถเลือกสาวๆ มาเป็นเพื่อนนอนด้วยได้จากเล่ม Catalogue, คิดค่านอนด้วยเป็นนาทีซึ่งก็ไม่แพงเท่าไร [1 ชั่วโมงก็ราคาราว 15000 Yen] โดยเราสามารถโทรไปเจรจาได้เอง

ถ้ามาถึงแล้วไม่ชอบใจ, ก็ขอเปลี่ยนคนได้

[แต่ผมไม่ได้ลองเพราะมีสาวญี่ปุ่นมาด้วย 1 คนอยู่แล้ว]

 นอกจากนี้ ก็ยังมีชากาแฟพร้อมชง, มี Room Service โทรเรียกหรือสั่งอาหารได้

เมื่อสักครู่ก็มีแวะไปอีกที่นึงมาชื่อ Hotel Fantasy, Theme ห้องแบบ Hawaii และแบบปราสาท Kyoto

ตอน Check Out ก็แค่เดินเอากุญแจไปคืน, ทางโรงแรมก็จะยื่นบัตรสะสมแต้มให้ !

Mayumi บอกว่าทุกอย่างในญี่ปุ่นมีสะสมแต้ม…

เข้า Love Hotel ก็เหมือนทาน MOS Burger, สะสมครบกี่แต้มๆ ก็จะมีของแถมให้แลก

และถ้าใครอ่านการ์ตูนบ่อยๆ ก็อาจจะเจอมุขที่ว่าตัวเอกลามกๆ หยิบนามบัตรยื่นให้ลูกค้าผิด, จากนามบัตรของตัวเองกลายเป็นบัตรสะสมแต้มของ Love Hotel [ラブホテル] หรืออีกมุขนึงก็คือหยิบไฟแช็คขึ้นมาจุดบุหรี่แล้วมี Logo ของโรงแรมม่านรูด

ผมเองก็เก็บไฟแช็คของ Love Hotel มาด้วยเหมือนกัน

ถ้าพูดแบบมีสาระหน่อย, มันก็เป็น Choice ที่ดีสำหรับ Backpacker ที่มากันสองคน…

จะชายชายหรือหญิงหญิงก็นอนได้เพราะ Staffs ของทางโรงแรมไม่มาใส่ใจไรเราอยู่แล้ว

Passport ก็ไม่ต้องใช้และถ้ามา Check In ค่ำหน่อยแบบผมเมื่อคืนก็ยิ่งดีเพราะ Check Out ได้ตั้งเที่ยง

ในขณะที่ Hotel / Hostel / Guesthouse ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะให้ Check Out 10 โมง

แต่ถ้าใครเป็นเพื่อนกันแบบชาย VS หญิง [หรือจริงๆ จะชายชายและหญิงหญิงก็ด้วย] แล้วอยากลองนอน Love Hotel ด้วยกัน, ก็ขอให้มั่นใจนิดนึงว่าจะคงความเป็นเพื่อนตลอดไปได้จริงๆ เพราะอย่าง Love Hotel ที่ผมกับ Mayumi นอนเมื่อคืนนั้น…

นอกจากจะมีหนัง AV ให้รับชม 3 ช่องฟรีแล้ว,

ก็ยังมีลำโพงเสียงดีมากอีก 4 ตัวติดอยู่ที่มุม 4 ด้านของห้อง

มี Condom [Made in Japan !] อีกสองอันตรงหัวเตียง

และที่น่าสนใจมากก็คือมีชุดสำหรับเปลี่ยนให้ด้วย !

เป็นชุดคล้ายๆ Kimono แบบง่ายๆ ใส่แล้วผู้หญิงดูน่ารักขึ้นอีก 40%

แต่ครึ่งท่อนล่างจะสั้นสุดๆ และคล้ายกับกระโปรงมากกว่า, คือพับขึ้นมาตรงเอวได้เลย

นอกจากนี้ก็ยังมี Catalog ของเล่นพิเศษหลายแบบหลายขนาดให้กดสั่งซื้อ, ทั้งสำหรับข้างหน้าข้างหลังและโซ่แส้กุญแจมือ

ระหว่างที่ผมถ่ายรูป Review, Mayumi ก็คอยลุ้นกับนางเอกในหนัง AV ที่พยายามขัดขืนคุณพ่อเลี้ยงจนติดกำแพงแถมยังคอยแปลให้ฟังเป็นระยะๆ อีกว่าตอนนี้ภรรยาเดินเข้ามาถามว่าเห็นลูกสาวไหม [นางเอกถูกจับหัวกดเพื่อ xxx อยู่ใต้โต๊ะ…]

ดังนั้นใครจะเข้ามาพักกับคุณเพื่อนระหว่าง Backpack, ก็ขอให้มั่นใจในตัวเองนิด…

เพราะบรรยากาศใน Love Hotel มันทำดีและสะอาดกว่าม่านรูดบ้านเรา

ยิ่งถ้าเลือก Theme ห้องที่มันสวยๆ หรือน่ารักเข้าไปอีกก็อาจเผลอกันได้ !

แต่ที่แปลกใจผมเป็นพิเศษก็คือ Mayumi มองว่าการที่คนเป็นแฟนกันจะเข้า Love Hotel มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

เด็กนักเรียนเองก็จูงมือแฟนเข้า Love Hotel กันทั่วไปเพราะมันไม่เห็นหน้าพนักงานและหลักฐานประจำตัวก็ไม่ต้อง

หรือใครชอบห้องที่จัดด้านในเป็นรถไฟใต้ดินก็มีและห้องแบบที่เหมือน Office พร้อมบริการชุดสาว OL ก็มีนะครับ :)