- CookieCoffee -

- iPhone 6 Air & No.1 Blogger in Thailand -

คนไทยหนี Visa ญี่ปุ่นทะลุพัน ฤ ถึงวันต้องกลับไปขอ Visa ?

แหล่งข่าวจากผู้ใกล้ชิดสถานฑูตไทยในญี่ปุ่น, แต่ไม่สามารถเอ่ยนามได้…

ตอนนี้คนไทยเราเข้าญี่ปุ่นได้แบบไม่ต้องขอ Visa, ตั้งแต่เดือนสองเดือนที่ผ่านมา

ข่าวจากทาง NHK ระบุว่ายอดคนไทยเพิ่มขึ้นในเดือนแรกที่ยกเว้น Visa เพิ่มขึ้น 184.7%

แต่ไม่ได้แจ้งชัดเจนว่าแล้วในจำนวนคนไทยที่เข้าญี่ปุ่นมานั้น, มีกี่คนที่กลับไทยอย่างถูกต้อง และมีกี่คนที่ “โดด Visa หลบหนีอยู่ในญี่ปุ่น เพื่อเป็นแรงงานผิดกฏหมายหรือขายตัว”

1000 คนกำลังจะทำให้คนไทยอีก 64999000 คนถูกมองแย่ลงไปอีกในสายตาคนญี่ปุ่น…

น่าเสียใจนะครับ…

คนอื่นจะคิดยังไงผมไม่ทราบ

บางคนอาจบอกว่า “ไม่มีทางเลือกเลยต้องทำ”

ระยะหลังๆ มานี้, ผมได้ยินคำอ้างเรื่องความจนบ่อยๆ

ปัจจุบันผมว่าชนชั้นกลางคือกลุ่มคนที่ถูกเอาเปรียบหนักที่สุดในสังคมไทย

ในขณะที่คนรวยบ้านเราฆ่าคนตายไม่ผิดกฏหมาย, คนจนก็สามารถอ้าง Status ตัวเองได้ง่ายๆ เพื่อทำความผิดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแผงลอยบนถนนจนทำให้รถติดยาวเป็นกิโลฯ หรือการหนี Visa เข้าไปขายแรงงานในประเทศอื่น

เอาชื่อเสียงของประเทศไทยไปแลกกับเงิน, ด้วยความจนส่วนตัว

 

คนจนขี่มอ’ไซค์ย้อนศรได้, เพราะว่าต้องรีบไปหาเงิน

วันนึงเราอาจได้ยินคำอ้างว่าเพราะจนจึงต้องปล้นบ้านคนที่รวยกว่า

 ผมเคยเล่าเรื่องตอนโดนปล้นใน Norway, แต่คนที่ปล้นผมเป็น Asian ด้วยกัน

และผมก็เคยเล่าอีกเรื่องว่าด้วย “Little Thailand” ใน SIngapore ที่มีชื่อว่า “Golden Miles”

ซึ่งเต็มไปด้วยแรงงานผิดกฏหมายและโสเภณี

[คนที่พาผมไป Golden Miles ครั้งแรกคืออดีตผู้หญิงขายตัวที่เริ่มมีอายุขึ้นจนทำงานอย่างว่าไม่ได้]

การปล่อยให้คนต่างชาติอพยพเข้าไปมากๆ มักจะสร้างปัญหา, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นการเข้าไปแบบหลบหนีเข้าเมือง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพชีวิตที่ต่ำ ป่วยก็ไม่สามารถหาหมอและลูกที่เกิดมาก็ไม่มีการศึกษา

อาจจะต้องปล้นฆ่า ชิงทรัพย์คนในประเทศนั้นๆ เพื่อหาเงินและเอาตัวรอด

ทำทุกทางให้อยู่ได้และไม่ถูกส่งตัวกลับ

ผมไม่ได้รักญี่ปุ่นขนาดจะเป็นห่วงเป็นใยอะไรแทนคนในชาติเค้าหรอกครับ 

แม้จะมีคนรักเป็นสาวญี่ปุ่นและ Blog นี้ก็เขียนที่ Tokyo,

แต่สิ่งเดียวที่บอกได้ก็คือผมเป็นคนไทย

เป็นคนไทยธรรมดาๆ คนหนึ่งซึ่งพอได้ยินข่าวว่าเรากำลังทำลายความไว้ใจของชาวญี่ปุ่นด้วยตัวเลขคนหลบหนีเข้าเมืองมากขึ้น 5 เท่าตัวในเดือนเดียว, ก็รู้สึกเสียใจ แต่ไม่ใช่ให้กับชาวญี่ปุ่น…

แต่เสียใจที่ทำไมเราทำแบบนี้กับเพื่อนร่วมชาติเราเองอีก 64.9 ล้านคน ?