web analytics

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

Super Typhoon in Tokyo : ฝนตก 16 ชั่วโมง น้ำไม่ท่วม…

อุโมงค์ยักษ์แห่ง Tokyo, คือหัวใจที่ทำให้ฝนตกเท่าไรน้ำก็ไม่ท่วม…

นี่ผมกำลังตามข่าวพายุหวู่ติ๊บ [Wutip] ที่แปลว่าผีเสื้อ, ซึ่งกำลังถล่มภาคอีสานของไทยเราอยู่ครับ

เมื่อ Week ก่อน, ก็มีพายุ 2 ลูกเข้าถล่มญี่ปุ่นตอนที่ผมอยู่ Tokyo พอดี โดยลูกแรกไม่ใหญ่นัก แต่ก็ดังไปทั่วโลก เพราะมันซัดเข้าใส่คนที่ไปต่อคิวรอซื้อ iPhone 5S จนต้องหนีเข้าไปหลบใน Apple Store Ginza ~

ส่วนลูกที่ 2 ชื่อ “USagi”, CNN เรียกมันว่า “The Strongest Super Typhoon on Earth in 2013” o_O!!!

ผมอยู่ Asakusa ในวันที่มันมาญี่ปุ่น, ฝนตกต่อเนื่องยาวนาน 16 ชั่วโมง ตั้งแต่ห้าทุ่มถึงบ่ายสาม…

16 ชั่วโมงผ่านไป, เช้าวันใหม่ ผมก็เดินออกมาดื่มกาแฟที่ Starbucks Asakusa

พื้นถนนแค่เปียก แต่ไม่มีแม้น้ำขัง, และชาวญี่ปุ่นทุกคนก็ยังคงดำเนินชีวิตไปตามปรกติ

ไม่มีภาพใดๆ ที่ทำให้รู้ว่า “Super Typhoon Usagi” เพิ่งพัดถล่ม จนฝนกระหน่ำยาวนานกว่าครึ่งวัน !

เมืองไทยเราโชคดีนะครับ ที่ไม่ค่อยเจอพายุใหญ่ แผ่นดินไหวหรือภัยธรรมชาติหนักๆ

ตรงข้ามกับญี่ปุ่นซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของโลก

การที่ Tokyo น้ำไม่ท่วม, ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ

แต่เป็นเพราะ “อุโมงค์ยักษ์” ชื่อ “G – Can” ที่ฝังตัวอยู่ใต้กรุง Tokyo, ด้วยการระดมเงินรัฐฯ มูลค่า 3 พันล้านเหรียญ สร้างเป็นห้องเก็บน้ำความสูงเท่าตึก 5 ชั้น ตั้งแต่ปี 1992 หรือ 21 ปีก่อนหน้านี้ o_O!!!

 

G – Can เป็นอุโมงค์ยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

มีฉายานามว่า “The Water Temple”

รับหน้าที่ปกป้องชาว Tokyo กว่า 14 ล้านคนจากน้ำท่วม

รวมทั้งปกป้องระบบเศรษฐกิจให้เมืองหลวงอันดับ 3 ของโลก

โครงสร้างหลักของ G – Can คือกังหันที่จะช่วยพัดน้ำในอุโมงค์ให้ออกสู่อ่าว Tokyo โดยเร็วที่สุด

ทำให้เมืองหลวงแห่งนี้ไม่มีคำว่าน้ำท่วมมานานแล้วครับ

ไม่ใช่ว่าเพราะ “ดวงดี”, แต่มันคือ “การมองเห็นอนาคต” ของผู้นำ เช่นเดียวกับการสร้างรถไฟ Shinkansen ตั้งแต่เมื่อ 49 ปีก่อน จนกลายเป็นเส้นทางเชื่อมต่อทั้งประเทศเข้าด้วยกัน…

 

ช่วงที่ผมอยู่ Tokyo รอบนี้, ก็คอยอ่านข่าวไทยจากใน Facebook เป็นระยะๆ และก็ได้ยินว่ามีบางวันฝนตกหนักจนน้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบเท่าไร ได้แต่บอกว่า “ก็ฝนมันตก จะให้ผมห้ามได้ยังไงเล่า… ?”

ไม่อยากแปลให้คนญี่ปุ่นฟังเลย, อายครับ บอกตรงๆ – –