Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Review พาไป 2 ปราสาทนี้โดยรถ Bus ก็มีแล้ว, โดยรถม้าไปจนถึงการเดินเท้าก็เห็นแล้ว

แต่ผมยังไม่เจอ Blog ไทยที่เขียนถึง “การปั่นจักรยานไป Neuschwanstein & Hohenschwangau“, ก็เลยจะเขียนไว้นิด เพราะคิดว่าน่าจะเป็นเส้นทางการปั่นจักรยานในฝันของคนไทยหลายคน โดยเฉพาะในยุคที่จักรยานกลับมาบูม

และที่สถานีกลางเมืองชื่อ Fussen Haupbahnhof ก็มีร้านเช่าจักรยานราคาแค่ 10 Euro, เหมาทั้งวันด้วย

ถ้าพูดถึง Neuschwanstein & Hohenschwangau [อ่านว่า “โฮเฮนชวานเกา” และ “นอยชวานชไตน์”], ใครที่รู้จักก็จะนึกถึงเทพนิยายฝรั่ง เพราะ Neuschwanstein คือต้นแบบของปราสาทใน Snow White & Cinderella

 การมา Neuschwanstein & Hohenschwangau จากสถานี Munich Haupbahnhof ก็ไม่ยาก, มีรถไฟวิ่งตรงทีเดียวถึงเมือง Fussen [มีแบบที่ต้องต่อรถไฟด้วย แต่ผมว่าเลือกนั่งสายที่วิ่งตรงดีกว่า]

แต่ต่อให้วิ่งตรง, ก็ต้องใช้เวลาไปกลับกว่า 4 ชั่วโมงเศษ ดังนั้นต้อง Check เวลาดีๆ

หรืออีกวิธีคือซื้อตั๋ว “Bavaria Card” วิ่งไปได้ทั่วเยอรมันตอนล่าง

แถม Salzburg ใน Austria อีกเมืองในราคา 23 Euro

ผมก็เลือกวิธีนี้, ซื้อตั๋วตอนเช้าตรู่ แล้วไป Neuschwanstein & Hohenschwangau ให้จบตอนเย็น

แล้วก็นั่งข้ามพรมแดนเยอรมันไป Salzburg ตอนค่ำ, ถึงสักห้าทุ่ม หาที่พักแล้วเช้าวันใหม่ ไป Vienna ต่อ

สำหรับการมา Neuschwanstein & Hohenschwangau ก็ลงสถานี Fussen เลย

Fussen เป็นเมืองเก่าเล็กๆ สามารถเดินเท้าได้ทั่วใน 1 วัน หรือจะปั่นจักรยานก็ง่าย

[แต่ต้องระวังมากๆ เพราะคนเยอรมันขับรถพวงมาลัยซ้าย]

ที่ด้านหลังสถานีรถไฟ Fussen ก็จะมีบริการรถ Bus ไป Neuschwanstein & Hohenschwangau ในราคา 2.6 Euro, มี Mercedes E Klasse Taxi แบบราคา 10 Euro

และก็มีจักรยานให้เช่าเหมาวัน ราคาเท่ากับนั่ง E Klasse !!!

การเช่าไม่มีอะไรเลย, จ่ายเงินเสร็จ ก็เอามาจอดคืนแล้วกันก่อนสี่ทุ่ม จบ…

Neuschwanstein & Hohenschwangau อยู่ห่างออกไป 6 km นิดๆ ครับ

โดย Hohenschwangau จะถึงก่อน, ในระยะราวๆ 5 km หน่อยๆ

ผมได้ลอง Google Bike Map ครั้งแรกก็ที่ Fussen นี่ละ, มันจะแสดงเส้นทาง “Bike Lane” ให้เรา ซึ่งบางครั้งจะเป็นคนละทางกับถนนที่สร้างให้รถวิ่ง [ตรงนี้ผมเข้าใจว่า Google มาเก็บข้อมูลเลนจักรยานเองเลย]

และการปั่นจักรยานไป Neuschwanstein & Hohenschwangau ก็ไม่ยากในแง่แผนที่…

เพราะทางเยอรมันได้สร้างเลนจักรยานตรงไปให้เรียบร้อยครับ

โอกาสหลงแทบจะเป็น 0

แต่ทางบางช่วงจะต้องขึ้นลงเขา, ถ้าใครไม่ได้ออกกำลังกายประจำก็อาจจะเหนื่อยหน่อย

ทว่า ตัวจักรยานเช่า 10 Euro นั้นก็ถือว่าเป็นของอย่างดี, มีเกียร์ทดแรง มีเบรค มีโครงสร้างแข็งแรงมาก

และพอปั่นออกจากตัวเมือง Fussen ไปสักกิโลฯ, ก็จะเห็นยอดปราสาทบอกทางเราไปในตัว

ป้ายบอกทางก็มีเป็นระยะๆ, มองหาที่เขียนว่า Neuschwanstein หรือไม่ก็ Hohenschwangau อันใดอันหนึ่ง

แต่ผมก็เริ่มสงสัย ว่าทำไมมันมีป้ายบอกทางภาษาญี่ปุ่นเยอะจัง…

ผมไป Fussen เมื่อวาน, อากาศกำลังดี ที่ 4 – 5 c

แต่ตอนเย็นจะมีฝน, ผมจึงต้องรีบหนีขึ้นรถไฟไป Austria ให้ทันก่อน 4 โมงเย็น

ระหว่างทางปั่นก็เจอ Lake & River เป็นพักๆ, หยุดถ่ายรูปเป็นช่วงๆ

รวมแวะจอดและหลงทางแล้ว, ก็น่าจะสักครึ่งชั่วโมงได้ แล้วเราก็จะมาถึงเมืองเล็กๆ อีกเมืองหนึ่งตรงตีนเขาที่เป็นที่ตั้งของสองปราสาท Neuschwanstein และ Hohenschwangau ครับ

บ้านแถวนี้แต่ละหลังน่ารักทั้งนั้น

และแน่นอนตามประสาเยอรมัน, มันก็ต้องมี “ลานเบียร์”

“Schloss” แปลว่า “ปราสาท”

ส่วน “Biergarten” ก็คือ “Beer Garden” นั่นเอง

 และแล้วผมก็พบคำตอบในเมืองนี้ละครับ ว่าทำไมระหว่างทางไป Neuschwanstein & Hohenschwangau ถึงได้มีป้ายภาษาญี่ปุ่นเยอะมาก…

เพราะหลายๆ ร้านมีแต่ลูกค้าญี่ปุ่น, ติดป้ายว่ารับเงินเยนและพนักงานก็เป็นสาวญี่ปุ่นหมดเลย o_O!!!

ส่วนหนึ่งอาจเพราะญี่ปุ่นกับเยอรมันเป็นมหามิตรกันตั้งแต่สงครามโลก

และอีกส่วนคือคนญี่ปุ่นชอบเยอรมันเป็นพิเศษ, มีศัพท์ภาษาเยอรมันแทรกในภาษาญี่ปุ่นมากมาย

โดยที่บางคำ คนญี่ปุ่นเองยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำครับว่ามาจากภาษาเยอรมัน

[เวลา Mayumi จังทำงานพิเศษจะเรียกว่า “ทำ Baito” ซึ่งมาจากคำว่า “Albeit” ในภาษาเยอรมันที่แปลว่า “งาน” แล้วคนญี่ปุ่นก็ย่อเหลือแค่ “Beit” แต่ออกเสียงไม่ได้ ก็เลยกลายเป็น “Baito”]

มาถึงจุดนี้, มองขวาก็จะเห็น Neuschwanstein

มองซ้ายก็จะเจอ Hohenschwangau แล้วครับ

และอีกฝั่งของสองปราสาทก็จะเป็นทะเลสาบ Alpsee

แต่การขึ้นไปสองปราสาทนี้จะต้องไต่เขา, ดังนั้นถ้าใครไม่ไหวก็ไม่ต้องเอาจักรยานขึ้น…

มีรถ Bus ให้เลือกหรือไม่ก็รถม้าครับผม

 

 โชคไม่ดี, ผมไป Neuschwanstein & Hohenschwangau วันที่ฟ้าครึ้มมาก

ถ่ายภาพ Hohenschwangau ซึ่งเป็นปราสาทสีน้ำตาลออกมาเลยหน้าตาเหมือนปราสาทแม่มดซะงั้น…

ส่วน Neuschwanstein ยังคงสวยสมเป็นปราสาทแห่งเทพนิยาย

แต่ข้อเสียนิดๆ ของ Neuschwanstein & Hohenschwangau ก็คือ เราไม่สามารถเดินเข้าไปชมด้วยตัวเองได้, ต้องซื้อตั๋วพร้อมคนนำทาง ซึ่งจะเปิดขายเป็นรอบๆ ไป จึงต้องเผื่อเวลาไว้เยอะๆ อีก

หรือถ้าไม่ Serious มากมาย, แค่เดินถ่ายรอบปราสาทก็สวยแล้ว

ตรงนี้ ถ้าใครมั่นใจว่าจะปั่นจักรยานขึ้นมา, ก็ต้องเอาให้รอดตลอดฝั่งนะครับ เพราะบางจุดมันก็ชันจริงๆ

ในส่วนของประวัติศาสตร์นั้น…

ผมเห็นมี Blog ท่องเที่ยวเขียนถึงกันเยอะแล้ว, ก็ขอข้ามเลย ถือว่า Blog นี้ Review การไปปั่นจักรยานก็พอ

ตัวผมเองก็รู้แค่คร่าวๆ ครับว่า Neuschwanstein ถูกสร้างขึ้นโดย King Ludwig II, ตั้งแต่สมัยปี 1869 ทว่า เวลาผ่านไปนานถึง 17 ปีก็ยังสร้างไม่เสร็จ และในที่สุดตัวกษัตริย์ก็กลายเป็นศพทิ้งลงแม่น้ำอย่างปริศนา…

บ้างก็ว่าเพราะ King Ludwig II ไม่สนใจการบ้านการเมือง, อยู่กับงานศิลปะจนคนหาว่าเป็น กษัตริย์สติวิปลาส

ส่วน Hohenschwangau เป็นปราสาทของ King Maximillian II ผู้เป็นพระราชบิดา

สองปราสาทนี้ถือว่ามี Technology ล้ำหน้ามากเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน

เพราะมีการเดินสายโทรศัพท์ระหว่างกัน โดยบริษัท Siemens

และแล้วก็ได้เวลากลับครับ, อย่าลืมเผื่อแรงตอนลงเขาและปั่นไปสถานี Fussen อีก 6 Km ด้วย

นี่คือ Pretzel ที่ผมซื้อทานตรงทางขึ้น Neuschwanstein, เทียบขนาดกับบัตร SCB Credit Card…

ราคาอันละ 2 Euro, กินได้ทั้งบ้าน

ขนมปังที่เยอรมันและฝั่ง Europe มักจะออกแข็งๆ ฟาดโต๊ะดังเปรี้ยงๆ ได้เลย

ถ้าใครยังมีแรงและมีเวลาเหลืออีกนิด, ก่อนจะกลับไปทีสถานีรถไฟ Fussen ก็น่าจะแวะน้ำพุและจัตุรัสใจกลางเมืองที่อยู่ห่างจากสถานีแค่ปั่นจักรยาน 2 นาทีอีกสักหน่อยครับ

ตรงนี้ก็จะมีเมืองเก่า ร้านเหล้าร้านเบียร์และของที่ระลึกขาย

จริงๆ ผมชอบเมืองตรงนี้มากกว่าที่ตีนปราสาททั้งสองซะอีก

คงเพราะมันดูมีชีวิตชีวากว่า, มีคนมาเล่นดนตรีบนถนนและนั่งจิบกาแฟกันหน้าร้าน

 

ฟ้าครึ้มไปนิด, บวกกับกล้อง Galaxy S4 DoCoMo ที่ไม่ดีเท่าไร ก็เลยได้ภาพมาแค่นี้ครับ

ปิดท้ายด้วยที่มาของชื่อ Neuschwanstein, ก็ตรงกับภาษาอังกฤษว่า “New Swan Stone”

ส่วน Hohenschwangau ก็คือ “High Swan County”

เพราะเขตพื้นที่บริเวณนี้มีหงส์อยู้มากในสมัยก่อนนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากมา Backpack เยอรมัน, ก็อาจจะลองแวะออกไป Neuschwanstein & Hohenschwangau ได้ไม่ยาก ใช้เวลารวมแล้วสัก 8 – 10 ชั่วโมง ก่อนที่ผมจะต่อรถไฟข้ามพรมแดนไป Austria ทันในที่สุด

ส่วนตัวผมเป็นคนชอบปั่นจักรยานมแต่ในไทย ไม่เคยได้ปั่น เพราะมีคนคัดค้านเยอะสุดๆ รวมทั้งคุณแม่ผมด้วย

เวลาไป Backpack ประเทศไหนก็มักจะไปปั่นจักรยานที่นั่น, ทั้ง Sendai / Taipei / London และ Stockholm

 

ในที่สุดก็ได้มาปั่นอีกทีที่เยอรมัน

คิดๆ ไปก็สงสารตัวเองเหมือนกัน, อยู่เมืองไทยบ้านตัวเอง แต่ไม่สามารถปั่นจักรยานอย่างปลอดภัยได้ นี่ก็ไม่รู้ว่าโครงการปันปั่นจักรยานเช่าของท่านผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์มันไปถึงไหนแล้วนะครับ…

 

One Reply to “2 ปราสาทต้นแบบเทพนิยาย เช่าจักรยานปั่นไปจาก Munich”

Comments are closed.