Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 3 ใบ ! > "Click"

--------------------------

เช่า WiFi Router หรือซื้อ SIM Card ใหม่ดี เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ?

สำหรับคำถามยอดนิยมอันนี้, ผมมักจะเลือกอย่างหลังเสมอ :)

เพราะข้อเสียของการเช่า WiFi Router [หรือ Pocket WiFi] ก็คือ เราต้องคอยพกอุปกรณ์สี่เหลี่ยมใหญ่ๆ เพิ่มเข้าไปอีกตัว, ทั้งยังต้อง Charge ไฟ / ใช้เสร็จก็ต้องส่งคืนและราคาเฉลี่ยต่อวันก็แพงกว่าการซื้อ SIM Card ใหม่…

ในขณะที่การซื้อ SIM Card, แค่จ่ายเงิน แล้วก็เสียบเข้ากับ iPhone 6 หรืออาจมีตั้งค่าอีกนิดก็จบ !

มาญี่ปุ่นรอบนี้, ผมตั้งใจจะซื้อ SIM สำหรับเล่น Internet แบบใหม่ๆ และก็สนใจ “So Net 2.2GB” ที่ราคา 4000 Yen

u-mobile-pre-paid-best-sim-card-internet-japan-1-5-gb-iphone-6-804-baht-review

 และผมก็ไปหาไปซื้อ “So Net 2.2GB” ที่ว่ามาแล้วจริงๆ, โดย Check ข้อมูลมาจาก Website ของ So Net Japan บอกว่ามีขายทั้งใน Narita / Haneda / Kansai และ Chitose Airport ด้วย แต่พอเดินไปถึงร้านจริงๆ ปรากฏว่า…

ดังภาพข้างล่างนี้ละครับ

“SIM Card หมดทุกชนิด [All SIM Cards are Out of Stock !]”

คุณ Cookie ก็สิ้นหนทาง , กำลังคิดว่าคงต้องกลับไปซื้อ B Mobile หรือไม่ก็ “คุณกิ้งก่า [Chameleon 3GB]”

แต่ระหว่างเดินอยู่ชั้น 1 ของ Narita Terminal 2, ก็เจอกับร้านของ “U Mobile”

[จริงๆ สะดุดคุณพนักงานขายที่เป็นสาวญี่ปุ่นสุดน่ารัก :)]

และก็โดนทักว่า “กำลังมองหา SIM Card สำหรับเล่น Internet อยู่รึเปล่าคะ ?”

u-mobile-pre-paid-best-sim-card-internet-japan-15-gb-iphone-6-price-review

u-mobile-pre-paid-best-sim-card-internet-japan-15-gb-iphone-6-price-review-2

คุณพนักงานสาวญี่ปุ่นแสนสวยก็เอารายละเอียดของ UMobile 1.5GB ให้ผมดู, ราคา 2980 บาท Net [เห็นบอกว่าซื้อที่สนามบินไม่ต้องเสียภาษี] สามารถใช้งานได้นานถึง 15 วันและวิ่งบนเครือข่าย NTT DoCoMo

ซึ่งก็เป็นเครือข่าย No.1 in Japan

[SIM Card แบบเติมเงินในญี่ปุ่นมักจะวิ่งบนเครือข่าย NTT DoCoMo, แล้วแต่ละบริษัทก็เอามาจัด Package เอง]

ดังนั้น ความแตกต่างด้านความเร็วหรือเครือข่ายก็หายไป…

เมื่อเทียบกับ B Mobile 1GB ที่ราคา 3980 บาท, U Mobile คุ้มกว่า

และผมก็ชอบ SIM Card แบบที่ให้เราใช้งาน Internet ได้ตามใจ

มากกว่า SIM Card ที่จำกัดให้ใช้งานได้แค่วันละ 100 – 110 MB แล้วลดความเร็วลงอย่าง “Sugoi SIM

u-mobile-pre-paid-best-sim-card-internet-japan-15-gb-docomo-price-review

u-b-mobile-pre-paid-so-net-iij-sim-card-internet-japan-yodobashi-price-review

ส่วนใครที่ยังมีภาพเก่าๆ ว่า “SIM สำหรับนักท่องเที่ยวที่ญี่ปุนไม่ค่อยมี” ก็อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่, ในภาพนี้ทั้ง 5 แถวคือ “SIM Card แบบเติมเงินสำหรับต่างชาติ” ล้วนๆ โดยมีมากถึง 6 Brands ด้วยกัน [จริงๆ มีเยอะกว่านี้อีก]

อันบนสุดคือ Yodobashi SIM Card, เริ่มต้นที่ 2980 Yen เท่านั้นสำหรับ 1GB ใช้ได้นาน 2 Weeks

ต่อด้วย So Net ที่ผมเขียนถึงไว้ Paragraph แรกของ Blog ที่มีจนถึง 3GB / 30 วัน / 5000 Yen

และ OCN ที่คล้ายกับ Sugoi SIM ในไทย, เน้นใช้ได้จำกัดต่อวันแต่จำนวนวันมาก

จากนั้นก็ B Mobile, เคยเขียน Review ไว้แล้วทั้งแบบธรรมดา [1GB] และแบบคุณกิ้งก่า [Chameleon 3GB]

ส่วนล่างสุดก็คือ U Mobile ตามที่อ่านใน Blog นี้นั่นเอง

ส่วนตัวผมว่าการใช้ Internet จาก SIM Card ค่อนข้างเร็วและ Stable กว่าด้วย เพราะมันทำงานครบ จบในตัว

u-mobile-pre-paid-best-sim-card-internet-japan-setting-docomo-price-review

และในกล่อง U Mobile ก็มีคู่มือการตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษมาให้ด้วย, ถ้าใช้ Android ก็เข้า Settings แล้วแก้ค่า APN [Access Point Names] ไม่กี่บรรทัดแต่ถ้าเป็น iOS จะสามารถ Download ตัว Profile สำเร็จรูปได้เลย !

804 บาท ใช้งานได้ 15 วันที่ 1.5GB, ตอนนี้ U Mobile คือ SIM Card ทีคุ้มสุดในญี่ปุ่นเท่าที่ผมเคย Review มา :)