รถไฟใน Tokyo หยุดวิ่งดังภาพ และระบบไฟฟ้าบางส่วนก็หยุดทำการ, แม้ว่าศูนย์กลางของแผ่นดินไหวระดับ Magnitude 8.5 ตามมาตราริกเตอร์ [Richter] ครั้งนี้จะเกิดที่เขต Bonin ซึ่งไกลออกไปจาก Tokyo พอสมควรก็ตาม

ขณะที่แผ่นดินไหว, ผมอยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าวและมีแต่คนแตกตื่น

เพราะตู้ที่ผมนั่งอยู่มีทั้งเด็กและนักท่องเที่ยวต่างชาติ, ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยเจอแผ่นดินไหวมาก่อนในชีวิต

ทำให้ผมคิดขึ้นมาว่า “แล้วคนไทยที่พักหลังมานี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นง่ายขึ้นละ, รู้จักแผ่นดินไหวดีแค่ไหน ?”

และญี่ปุ่นเองก็ยังมีการพยากรณ์ว่าอีกไม่นานนี้, อาจมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นด้วย…

8-5-magnitude-earth-quake-japan-tokyo-train-stop-farang-tourist-what-to-do-thai

 แม้จะใช้คำว่า “พยากรณ์” แต่ก็ไม่ใช่การใช้หมอดูมานั่งเดา

เรารู้กันดีว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการที่ “แผ่นเปลือกโลก” ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 14 แผ่นเกิดการชนกันแล้วปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา, นี่คือการกำเนิดของทวีปต่างๆ และมนุษย์เองต่างหากที่ไปสร้างอารยธรรมขึ้นภายหลัง…

อย่างเทือกเขาหิมาลัยเองก็เกิดจากการที่ “India Plate” ปะทะเข้ากับ “Eurasia Plate” เมื่อหลายล้านปีก่อน

ปัญหาคือที่ตั้งของประเทศญี่ปุ่น

มันอยู่บนขอบรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 4 แผ่น, ซึ่งถูกเรียกว่าวงแหวนแห่งไฟ [The Ring of Fire]

90% ของเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งโลกก็อยู่บนเขตวงแหวนแห่งไฟที่ว่านี้

และ Ring of Fire ยังมีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับรวมกันอีก 450 ลูก !

 japan-earthquake-shindo-magnitude-8-experience-what-to-do-update-report-realtime

[ความแรงของแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นเมื่อคืนคือ Magnitude 8.5 และต่อด้วย Magnitude 7.7 ทันที, อีกเรื่องที่น่าตกใจคือผมมา Backpack / ทำงานในญี่ปุ่นครั้งนี้ได้ 2 Weeks แต่เจอแผ่นดินไหวใหญ่ทั้งหมด 3 ครั้งแล้ว]

เพราะว่าโลกยังคงขยับตัวอยู่ตลอดเวลา, แผ่นเปลือกโลกทั้งหมดจึงยังเคลื่อนไหวอยู่

และมีการ “สะสมพลัง” มากขึ้นๆ จากการที่แผ่นดินถูกบีบอัดเข้าหากัน

นั่นคือที่มาของคำพยากรณ์ว่า อีกไม่นาน, Tokyo จะต้องเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่

เพราะมัน “ไม่เกิดมานานเกินไป” แล้วนั่นเอง

นักธรณีวิทยาทุกคนทราบดีเรื่องนี้ แต่มนุษย์เรายังไม่มี Technology ที่ดีพอในการชี้จุดเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้า

มันอาจจะเป็นอนาคตอีกแสนไกล, หรือไม่ก็วันพรุ่งนี้

sendai-backpack-2-years-after-tsunami-danger-zone-nuclear-japan

japan-no-visa-truck-parking-hotel-sendai-quake-tsunami-lenovo-k900

ส่วนตัวผมได้คบกับสาวญี่ปุ่นชื่อ Mayumi เมื่อปีก่อนก็เพราะผม Backpack ไปดูร่องรอยความเสียหายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ใน Sendai, ความแรงของแผ่นดินไหวคราวนั้นอยู่ที่ Magnitude 9 และตามมาด้วย Tsunami สูง 0.4 m

เพียงแค่ไม่กี่วินาที, แผ่นดินไหวใน Sendai ทำให้แกนโลกเอียงเพิ่มขึ้นอีก 10 cm

หมู่เกาะญี่ปุ่นเคลื่อนไปทางตะวันออกอีก 2.4 m

โรงงานไฟฟ้า Nuclear เกิดการระเบิดและรั่วไหล, ยังกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องยาวจนถึงตอนนี้

และระหว่างที่ผมพักใน Hostel, ก็เกิด After Shock ความแรง Magnitude 6 จนรถไฟ Shinkansen ต้องหยุดวิ่ง

ชาว Sendai หนีตายกันอลหม่านออกมายืนตัวสั่นตามสวนสาธารณะ

Mayumi บอกผมว่า เพราะ “เรื่องครั้งนั้น” ยังไม่จางหายไปจากใจของคน Sendai

 japan-no-visa-sendai-earth-quake-live-update-nhk-tv-news-lenovo-k900

japan-no-visa-sendai-earth-quake-live-update-nhk-ntt-docomo-broadcast

[ใครที่ใช้มือถือญี่ปุ่นหรือ Roaming สัญญาณจากไทยไป, จะมี SMS แจ้งเตือนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวระดับใหญ่ๆ แบบในภาพด้านบน แต่ปัญหาคือการเตือนของเครือข่าย NTT DoCoMo ไม่มีภาษาอังกฤษและตัว Kanji ก็ค่อนข้างยาก]

คำถามคือ แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือชาวไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองละ ?

อย่างใน Hostel เล็กๆ ที่ผมพักข้างสถานี Sendai Station ก็ไม่มีกระทั่ง TV ช่องฝรั่งอย่าง CNN หรือ BBC

แม้ NHK หรือ TV ท้องถิ่นจะตัดเข้าข่าวแผ่นดินไหวทันที แต่ก็อาจไม่มีอะไรที่อ่านเข้าใจเลย…

ปัจจุบันในปี 2015, ประชากรญี่ปุ่นทั้งหมดที่อาศัยใน Tokyo คือ 38 ล้านคน

เรียกได้ว่า Tokyo คือเมืองหลวงที่มีมนุษย์อยู่มากที่สุด, เท่ากับอันดับ 2 และ 3 อย่าง Jakarta & Seoul รวมกัน

หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใน Tokyo จริง, ความเสียหายอาจถูกบันทึกลงในสถิติโลกอีกครั้ง

sendai-backpack-tsunami-after-nuclear-volunteer-xperia-v-japan-backpack-2

เรื่องพื้นฐาน 6 ข้อ ที่ควรทำเวลาเกิดแผ่นดินไหวก็คือ

1. ถ้าอยู่ในบ้านก็ให้หลบใต้สิ่งที่มีโครงสร้างแข็งแรง, คนจำนวนมากบาดเจ็บจากของที่หล่นใส่หัว

2. ถ้าอยู่ตึกสูงให้รีบหนีออกมาเพราะว่าตึกอาจถล่มได้ [แต่ห้ามลง Lift เพราะอาจติดเมื่อไฟฟ้าดับ]

3. ถ้าอยู่นอกบ้านก็ให้ไปรวมกันในที่โล่งแจ้ง, อย่าอยู่ใกล้เสาไฟหรือสิ่งใดๆ ที่อาจจะล้มได้

4. และถ้าขับรถก็ให้หยุด, รถไฟเองก็จะหยุดเช่นกัน เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเติมด้วย

5. ฟังข่าวและประกาศแจ้งเตือนต่างๆ โดยอยู่ในความสงบ, ถ้าต้องอพยพก็ให้เข้าคิวอย่างเป็นระเบียบและสำคัญคืออย่าอยู่ใกล้ชายฝั่งหากแผ่นดินไหวรุนแรงมาก เพราะมันจะตามมาด้วย Tsunami เนื่องจากเปลือกโลกสั่นสะเทือน

6. อย่าจุดไฟและถ้าเป็นไปได้, ก็ให้ตัดระบบไฟในบ้านทั้งหมดทิ้งก่อนอพยพ

 japan-no-visa-sendai-tanabata-station-au-matsuri-s-pal-lenovo-k900

japan-no-visa-truck-parking-hotel-ganbatte-sendai-tohoku-lenovo-k900

ทุกวันนี้, Sendai กลับไปเป็นเมืองที่สวยงามน่ารักเหมือนเดิมแล้ว แต่ผมทราบดีในวันที่เจอ Magnitude 6 After Shock ว่า “เรื่องครั้งนั้น” ยังคงเป็นความหวาดกลัวที่ฝังอยู่ในใจชาว Sendai ตลอดไปอีกนานแสนนาน

แผ่นดินไหวใหญ่ครั้งหน้า, หวังว่าคนไทยจะไม่ไปเป็น “ภาระ” ให้เขาและทัวร์ไทยก็ควรสอนเรื่องนี้ด้วย