Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ผมนั่งเขียน Blog นี้ที่ Busan ในเกาหลี, หลังจากที่นั่งเรือ Ferry ข้ามทะเลมาจากฝั่ง Fukuoka ของญี่ปุ่น…

เราคนไทยอาจลืมไปว่า “เกาหลีญี่ปุ่นอยู่ติดกัน” และมันก็ “ไม่ต้องใช้ Visa” ทั้งคู่

[ถ้าขึ้นเหนือจาก Seoul ก็จะเป็น Russia, ซึ่งคนไทยก็เข้าได้โดยยกเว้น Visa เช่นกัน]

แต่รู้ไหมว่าระยะทางระหว่าง Busan ถึง Fukuoka มันก็แค่ 214 Km !

ผมเองอยากจะลอง Backpack ทีเดียวข้ามประเทศแบบพวกฝรั่งมาหลายครั้ง [ขอไม่นับตอน Backpack ไปเขต EU 4 ชาติ], จนล่าสุด ทาง JetStar ก็มี Promotion บินตรงลง Fukuoka ในราคาเพียง 3790 บาท !

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-ferry-cheap-one-day-trip-map-price-how-to

เหมือนฟ้าเป็นใจ, ให้คุณ Cookie the Backpacker ได้มาตกระกำลำบากอยู่กลางมหาสมุทร

 ไหนๆ ก็ไหนๆ, ผมก็จะลงวิธีเดินทางข้ามสองประเทศโดยเรือ Ferry เอาไว้ใน Blog เพราะผมเชื่อว่ามันต้องเริ่มมีคนไทยที่ “เบื่อเกาหลี” และ “เบื่อญี่ปุ่น” มากขึ้นเรื่อยๆ [โดยเฉพาะ “Seoul” กับ “Tokyo”]

ที่สำคัญคือผมมีวิธีจองตั๋วเรือ Ferry ได้ในราคาที่ถูกมาก, เพียง 1995 บาทดังภาพข้างล่าง !

โดยออกจากท่าเรือ “Hakata Port” ที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Hakata ในระยะเดิน 3 km

[หรือนั่งรถ Bus สาย 88 และสาย 99 จากป้ายรถเมล์ E หน้าสถานี, ใช้เวลา 19 นาที]

ค่ารถทั้งสองสายจากสถานี Hakata ก็แค่ 230 Yen

หน้าตาของ “Hakata Port” ก็เป็นเช่นนี้…

 busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-port-cheap-one-day-trip-map-price-how-to

– วิธีจองตั๋วเรือ Ferry จากเกาหลีไปญี่ปุ่น –

จริงๆ มันมีผู้ให้บริการเรือ Ferry อยู่ 3 – 4 ราย อาทิ JR Beetle / Camellia และ Kobee

ส่วนตัวผมเลือก “JR Beetle” แต่จองตั๋วเรือกับทาง www.aferry.co.uk/fukuoka-busan-ferry.htm ซึ่งเป็นบริษัทจากฝั่ง UK, ด้วยเหตุผลว่าราคามันถูกมาก เพียง 52 Euro [หรือก็คือ 1995 บาท] และมันก็แปลกมาก…

เพราะถ้าจองตั๋ว JR Beetle ตรงจากทาง Jrbeetle.co.jp, ราคามันจะอยู่ที่ 13000 Yen [3600 บาท ?]

ด้วยเหตุผลกลใดทำให้ราคาผ่าน AFerry UK ถูกกว่าทางญี่ปุ่นเกือบเท่าตัวก็ไม่ทราบ [แต่ก็ช่างมัน…]

แน่ๆ คือผมนั่งเรือ Ferry ของ JR Beetle ข้ามจากฝั่งญี่ปุ่นมาถึงเกาหลีได้แล้วจริงๆ

โดยเลือกซื้อตั๋วที่ออกจาก Hakata Port ตั้งแต่ 9 AM, ใช้เวลา 2.55 ชั่วโมงก็ถึง Busan Port

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-cheap-one-day-trip-map-price-how-to

– แลกตั๋วจริงและ Check In ที่ท่าเรือ –

AFerry UK แนะนำให้ไปถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 60 นาที, ซึ่งผมว่าดีเพราะเมื่อสักครู่นี้มี Drama พอสมควร

เมื่อเดินเข้าข้างใน Hakata Port, ก็จะมีแยก Counter ตามผู้ให้บริการเรือ Ferry

รวมๆ แล้วไม่ต่างจากการ Check In ขึ้นเครื่องบิน แต่เราไม่ต้องตรวจกระเป๋าใดๆ และสามารถแบกขึ้นเรือได้ตามสบาย [คิดๆ ดูก็อันตรายเหมือนกันเพราะมันอยู่กลางทะเล…], ซึ่งขั้นตอนนี้จะไม่มีปัญหา หากว่าเราไม่ใช่ “คนไทย

เมื่อ Staff ของทาง JR Beetle หยิบเอกสารภาษาไทยประหลาดๆ [ที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ] ขึ้นมา 1 ใบ

ใจความคือ “สำหรับผู้โดยสารชาวไทย, ต้องมีตั๋วเรือขากลับด้วยเท่านั้น”

และแน่นอนว่าคุณ Cookie ไม่มี, เพราะผมตั้งใจจะ Backpack ขึ้นเหนือไปยัง Vladivostok ต่อ

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-port-ticket-one-day-trip-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-food-one-day-trip-map-price-how-to

– ซื้อตั๋วขาเดียว [One Way Ticket] เป็นคนแรกตั้งแต่เปิดท่าเรือ… –

คุณ Staff ของทาง JR Beetle พยายามถามซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “One Way Ticket ?”

สรุปคือไม่เคยมีคนไทยคนไหนซื้อตั๋วขาเดียวเพื่อขึ้นเรือ Ferry ที่ Fukuoka เลย [ยกเว้นคนไทยที่ถือ 2 สัญชาติ], เหตุผลที่ห้ามก็คงเดาได้ครับว่า “เพราะคนไทยหนีเข้าไปขายตัวขายแรงงานในเกาหลีเยอะมาก”

ผมใช้เวลากับขั้นตอนนี้เกือบ 45 นาที, คุณ Staff ฝั่งญี่ปุ่นถึงขั้นต้องโทรไปถามทางฝั่งเกาหลี

จนสุดท้ายก็ผ่านมาได้, ขอบคุณ Visa สหรัฐฯ 10 ปี / Schengen Visa และ Multiple UK Visa

 แต่ทาง JR Beetle ก็มีเอกสารให้เซนต์ยอมรับในกรณีที่ “ถูกเกาหลีปฏิเสธการเข้าประเทศ” และ “ส่งตัวกลับ”

Drama ตรงนี้ผมว่าน่าจะหมิ่นเหม่เป็น Discrimination, ขอลงไว้ใน Paragraph สุดท้าย…

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-ticket-one-day-trip-map-price-how-to

– ซื้อบัตรค่าใช้ท่าเรือและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง [Immigration] –

ซึ่งจะอยู่ชั้น 2 ของ Hakata Port, เราต้องเดินขึ้นไปกดตู้ในภาพด้านล่างในราคา 500 Yen

แล้วนำตั๋ว “Terminal User Ticket” ไปให้กับคุณพนักงานของทาง Immigration ฝั่งญี่ปุ่นตรงช่อง “Departures”, ณ จุดนี้ผมไม่โดนถามอะไรสักคำและจากนั้นก็ผ่านออกมาถึง “Duty Free” ขนาดเล็กๆ

หากใครอยากเข้าห้องน้ำหรือกดตู้เครื่องดื่ม [Vending Machines] ก็มีให้บริการตลอด

แต่ที่ผมแปลกใจก็คือไม่มีการตรวจกระเป่าใดๆ เลยจริงๆ

ดังนั้นของเหลว / เครื่องสำอาง / อาหารและทุกสรรพสิ่ง, สามารถถือ “ขึ้นเครื่อง” ได้

เท่าที่ดู, ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น ตามมาด้วยเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ [มีฝรั่งกับไทยหลงมาอย่างละคน]

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-fee-port-ticket-one-day-trip-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-depart-one-day-trip-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-duty-free-one-day-trip-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-ballantines-duty-free-map-price-how-to

– บนเรือ Ferry มีอะไรบ้าง ? –

“ครบทุกสิ่งที่เครื่องบินมี”

ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำสะอาด / Ferry Attendants เดินขายพวกอาหารเครื่องดื่ม [ราคาปรกติ] / Free WiFi [แต่เรียกได้ว่า “ช้ามาก” ดังภาพ Speed Test ด้านล่าง] / ทีเก็บสัมภาระเหนือหัว / อุปกรณ์ชูชีพ [ไม่ได้ใช้, ซึ่งดีแล้ว…]

ตัวเรือ Ferry จุได้เกือบร้อยคน, มีสองชั้นและมีห้อง VIP ด้วย

แต่ปัญหาคือข้อมูลหลายๆ อย่าง, แม้กระทั่งป้ายไฟที่เตือนให้ “รัดเข็มขัด” ก็มีแค่ภาษาเกาหลีกับญี่ปุ่น

TV ที่ฉายในห้องโดยสารก็สองภาษาเช่นกัน

[และคุณพนักงานบนเรือก็ไม่พูดภาษาอังกฤษครับ]

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-seat-drama-duty-free-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-size-emergency-free-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-toilet-seat-belt-map-price-how-to

 busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-wifi-speed-test-free-map-price-how-to

แล้วเรือก็แล่นฝ่าน้ำทะเลไป…

ระหว่างนั้นก็เขียนใบขออนุญาตเข้าเมือง / สำแดงสิ่งของผิดกฏหมาย, เช่นเดียวกับเวลาเข้าประเทศต่างๆ ทางเครื่องบินเพราะที่ Busan Port ฝั่งเกาหลีก็จะมี Immigration รอต้อนรับและสอบสวน [?] เรา

ช่วงครึ่งทางของ Busan & Fukuoka, ก็มีเกาะเล็กๆ ชื่อ Tsushima ซึ่งเคยมี Drama สมัยสงครามโลก

สุดท้ายเรือ Ferry มาขึ้นที่เขต Jung Gu, ใกล้กับตลาดปลาจากัลชิ [Jagalchi]

และถัดไปอีก 1 สถานีรถไฟก็คือ “Busan Station” ซึ่งเราสามารถนั่งรถไฟความเร็วสูง KTX เข้า Seoul ได้

[ผมพักที่ Lotte Hotel ติดสถานี Seomyeon, ลดราคา 90% เมื่อจองผ่าน HotelQuickly !]

มาถึงตรงนี้ก็เรียกได้ว่า “จบการเดินทางจากญี่ปุ่นสู่เกาหลี”, ที่เหลือคือจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองรึไม่…

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-port-terminal-free-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-port-terminal-danger-map-price-how-to

https://i0.wp.com/www.cookiecoffee.com/wp-content/uploads/2015/08/busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-backpack-one-day-trip-map-price-how-to.jpg?resize=480%2C480

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-port-terminal-juing-gu-map-price-how-to

busan-fukuoka-japan-to-korea-no-visa-aferry-russia-one-day-trip-map-price-how-to

แล้วถามว่าภาพลายมือนี้คืออะไร ?

ก็ขอบอกว่าจากบรรทัดนี้ไปคือ Drama, ใครที่โลกสวยรับไม่ได้หรือเชื่อว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่ทุกคนจิตใจสะอาดบริสุทธิ์เหนือกว่าชนชาติไหนก็จงกดปิดหน้า Blog ในบัดดลฯ ก่อนที่จะเสียความรู้สึกกับคนเกาหลีญี่ปุ่นครับ

– Update : Drama –

เพราะตอนที่ผมถูกห้ามขึ้นเรือจากฝั่ง Hakata Port ที่ญี่ปุ่น, บรรยากาศเหมือนโดน “สอบสวน” มาก

เนื่องจากผมซื้อ “ตั๋วขาเดียว”

คุณ Staff ที่เป็นสาวญี่ปุ่นจึงเรียกผู้ชายอีกคนซึ่งดูน่าจะเป็น Manager ใหญ่ในนั้นมา

และให้ผมเขียนแผนการเดินทางต่อจากนี้โดยละเอียดพร้อมวันเวลา, ซึ่งก็คือภาพด้านบน

Trans-Siberian-map-rail-backpack-korea-japan-russia-thai-no-visa-china-mongolia-hk

ผม Plan แค่คร่าวๆ คือ Fukuoka – Busan – Seoul – Vladivostok – Ulaanbaatar, ซึ่งสุดท้ายผมก็อยู่ใน Busan เกินเวลาที่คาดไว้ตอนแรก [เป็นเรื่องปรกติของ Backpacker ฝรั่งอยู่แล้วที่ถ้าชอบเมืองไหนก็อยู่ต่อไปนานๆ]

จากนั้น Staff ผู้ชายที่ดูมีอายุก็ขอดูเงินสดทั้งหมดที่ผมมี…

ผมก็ต้องรื้อกระเป๋าเอาซองเงิน US Dollars ที่แลกเผื่อมานับแล้วส่งให้ดู

ตามด้วยบัตร Credit Cards [โชคดีที่ตอนนี้มี 2 ใบ, Platinum ทั้งคู่]

และแจ้งด้วยเสียงตำหนิว่า “คนไทยไปทำเรื่องไม่ดีไว้มากทั้งในเกาหลีญี่ปุ่น”

ต่อด้วย “หากด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ, จะต้องถูกส่งตัวกลับเมืองไทยและจะไม่มีสิทธิเข้าญี่ปุ่นอีก” [ซึ่งตรงนี้ไม่จริงเพราะผม Check เมื่อวานแล้วว่าผมไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไรของญี่ปุ่นเลย]

visa-schengen-germany-passport-thai-how-to-apply-europe-ems

america-visa-us-embassy-map-queue-10-years-how-to-apply-review-passport

แล้ว Staff ท่านนี้ก็พลิกดู Passport & Visa ในเล่ม, ก่อนจะถามว่า “ไม่เคยไปเกาหลีหรือ ?”

ผมก็เลยต้องหยิบ Passport เล่มเก่าส่งให้ดูเพิ่มว่าเคยเข้าเกาหลีครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีก่อน [ใครที่มี Visa พวก USA / UK / Europe + Schengen / Aus / NZ ใน Passport เล่มเดิมก็กรุณาพกติดตัวไว้และมันช่วยได้มากจริงๆ]

ระหว่างที่สนทนาและตรวจสอบเอกสาร, ก็เกิดความเงียบขึ้นเป็นระยะๆ

ต่อด้วย “คนไทยไปทำเรื่องไม่ดีไว้มากทั้งในเกาหลีญี่ปุ่น” สลับกัน

ตรงนี้ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า Immigration ไม่มีสิทธิในการพูดถึงคนชาติพันธุ์และศาสนาใดในแบบเหมารวม

เช่น Mexican มันชอบค้ายา” หรือว่า “เราไม่ให้มุสลิมอย่างคุณเข้าประเทศเพราะศาสนานี้มักก่อการร้าย”

และ “ผู้หญิงไทยมีแต่พวกหลบหนีเข้าเมืองมาขายตัวทั้งนั้น

thai-tier-3-human-trafficking-usa-ban-mean-hooker-prostitution-law-country-maps

แต่ก็ทราบไว้เถอะว่ามันคือเรื่องจริงในสายตาสารพัดประเทศ

ผมไม่ได้โกรธหรือโทษ Staff ชาวญี่ปุ่นทั้งสองท่านนี้ เพราะทั้งคู่ “พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก”

บทสนทนาก็เลยเป็นภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ

ดังนั้นคำที่ออกมาจึงเป็นคำตรงๆ ทื่อๆ และเหมารวมทั้งชาติพันธุ์ไทย

[ไม่อยากจะเล่าเพิ่มว่าหลังจากที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง, ผมก็มา Busan Station เพื่อนั่งรถไฟไป Seoul

และตรงข้ามสถานีมันก็มี Red Light District, ไปดูได้ครับว่าผู้หญิงที่ยืนขายตัวอยู่ก็พูดภาษาไทย…]

หรืออย่าง Week ก่อนที่คนไทยพยายามสร้างกระแสว่า “USA โจมตีเราด้วยการลดอันดับความน่าเชื่อถือด้านการค้ามนุษย์เหลือต่ำสุด [Tier 3]”, โดยโยนความผิดว่าเป็นของ USA [เมืองไทยเป็นเมืองพุทธแล้วเราจะค้ามนุษย์ได้อย่างไร ?]

backpacker-note-for-mom-before-travel-joke-fail-singha-cookie-russia-social-network

และผมก็เคยเจอคนไทยมากมายที่ผ่าน Drama คล้ายๆ กับที่ผมเล่าใน Blog นี้, พวกเขาลงเอยด้วยการด่าญี่ปุ่นเกาหลีว่า “ประเทศพวกนี้มันดูถูกเรา ถ้ามันไม่ให้เข้าก็อย่าไปง้อ” หรือไม่ก็ “พวกชาติที่พัฒนาแต่วัตถุแต่จิตใจต่ำทราม”

เท้าเราสกปรกจนคนอื่นไม่ให้เข้าบ้าน, คิดว่ามันเป็นความผิดของเขาจริงๆ รึครับ…