Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

“This isn’t a joke, We’re going to turn on the lights [11 pm] and search until we find it”

คือคำประกาศและการตัดสินใจของ Captain, หลังพบว่ามีผู้โดยสายที่ใช้มือถือ Samsung Galaxy Note 7 เป็น WiFi Hotspot บน Flight ของ Virgin Airlines ที่กำลังบินอยู่เหนือฟ้าระหว่าง San Francisco ถึง Boston กลางดึก

Captain จึงสั่งให้ “เปิดไฟทันที” แม้ตอนนั้นจะเกือบเที่ยงคืนแล้วและ “เราจะหาจนกว่าจะพบ !”

สุดท้าย, Captain ถึงขั้นเตรียมการ “ลงจอดฉุกเฉิน” หากไม่มีใครแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ Galaxy Note 7

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ, หลังเกิดเหตุการณ์ Galaxy Note 7 ระเบิดนับครั้งไม่ถ้วนทั่วโลก…

galaxy-note-7-explosion-warning-prohibit-airport-narita-tokyo-japan-refurbished-comeback-2017

แต่ก็เป็นจังหวะที่ดีที่สายการบินใหญ่อย่าง Virgin Airlines ได้พิสูจน์ความเป็นมืออาชีพในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ปัจจุบัน, Galaxy Note 7 ถูกสั่งห้ามขายทั่วโลกแล้วและไม่อนุญาตให้เปิดใช้งานบนเครื่องบิน

แต่ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งก็คือลูกค้าบางส่วนยังไม่ทราบว่า Galaxy Note 7 ของตนถูกเรียกคืน

และยังคงใช้งานต่อไปเรื่อยๆ

เรื่องนี้น่ากลัวมากตรงที่การระเบิดของ Galaxy Note 7 อาจไม่ได้ทำให้แค่เจ้าของได้รับอันตราย

แต่รวมถึงคนรอบข้าง, โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดเหนือท้องฟ้าอย่างบนเครื่องบินที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้

ดังเนื้อข่าวของ BBC ที่ถึงขั้นบอกว่า “The plane was mid flight when an attendant noticed a wifi hotspot, A Galaxy Note 7 wifi hotspot and Everyone else makes a Horrified Face !

galaxy-note-7-wifi-hotspot-explosion-on-board-virgin-airlines-fake-hoax-joke-fail-samsung

แม้สุดท้ายจะกลายเป็นแค่ “เรื่องตลก” เมื่อผู้โดยสารคนหนึ่งสารภาพว่า “มันไม่ใช่ Galaxy Note 7”, เขาแค่เปลี่ยนชื่อเพื่อสร้างความตกใจเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าคนทั้งลำจะไม่ขำด้วยเท่าไรดังที่ Captain ประกาศว่า “This isn’t a Joke”

และก็ชัดเจนว่า Galaxy Note 7 มีค่าเท่ากับ “ระเบิดมือ” ไปแล้วจริงๆ