Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

จริงๆ ไม่ใช่แค่ฝรั่งสงสัย, แต่ผมก็ “เคย” สงสัยเหมือนกัน

จนกระทั่งวันนี้มีคนต่างชาติโต๊ะข้างๆ ถาม, และผมก็ตอบเขาได้แค่ว่า Thailand Only

เขาก็เลยถามอีกว่า “หรือมือถือที่ขายในเมืองไทยไม่แถมหูฟังให้… ?”

จริงๆ เรื่องนี้อาจไม่ถึงขั้น “Thailand Only” แต่ในฐานะที่ผมแบกเป้มา 40 – 50 ประเทศก็ไม่เคยเจอชาติไหนเท่าบ้านเราและดูเหมือนว่ายิ่งวันจะยิ่งหนักขึ้น, ทั้งในร้านกาแฟ / รถไฟฟ้าหรือถึงขั้นเดินคุย Video Call ผ่าน Speaker ในห้าง !

และสังเกตว่าส่วนใหญ่คนที่เปิดลำโพงดังๆ มีแค่ 2 กลุ่มคือ “มนุษย์ลุงมนุษย์ป้า” หรือไม่ก็ “เด็กแวนซ์”

new-york-subway-wall-street-station-usa-black-rapper-shopping-business-cbd-911

เมืองนอกเขาเปิดลำโพงมือถือดังๆ ในที่สาธารณะกันรึเปล่า ?

เอาจริงๆ คือผมจินตนาการว่ามีใครสักคน “เปิดลำโพงมือถือดูตลกเอาถาดตีหัวหรือสกอยซ์ตบกันร้องกรี๊ดๆ บนรถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่น” ไม่ออก [แต่​ “ตลกเอาถาดตีหัว” กับ “สกอยซ์ตบกันร้องกรี๊ดๆ” ก็คือ 2 สิ่งที่ผมเจอเสมอเวลาคนไทยเปิดลำโพงในที่สาธารณะ]

ส่วนที่ USA จะตรงข้าม, ประหนึ่งว่าทุกคนในประเทศนี้มี “หูฟัง” ติดตัวเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ New York, ทุกๆ สามก้าวต้องเห็นคนใส่ Headphone

[The New York Times เคยแซวว่า “You see them on every block”, ประมาณว่า “เจอได้ทุกหน้าปากซอย”]

เพราะมันคือ “Privacy” หรือ “ความเป็นส่วนตัวขั้นพื้นฐาน”, ที่ใช้แค่สามัญสำนึกก็น่าจะรู้

คนต่างชาติถึงได้แปลกใจ, ว่าทำไมคนไทยถึง “กล้า” เปิดลำโพงมือถือเสียงดังๆ เพื่อดูหนังหรือเล่นเกมส์

why-new-yorker-wear-headset-headphone-music-privacy-thailand-only-manner-etiquette

ผมชี้ไปที่ถนน : ดูรถที่เปิดไฟกระพริบซื้อน้ำเต้าหู้กลางสี่แยกสิ

ด้านหลังติดยาวไปอีกสี่กิโลฯ เพื่อให้รถหนึ่งคัน “ละเมิดสิทธิ” คนอื่น, แม้จะมีรถพยาบาลเปิดหวอเขาก็ไม่สนใจ

หรือดูแม่ค้าที่ยึดทางเท้าไปขายส้มตำ

คนเดินผ่านไปผ่านมาสามพันคนมีหน้าที่ต้อง “ทน” เพื่อให้คนๆ หนึ่งเอาเปรียบทุกๆ วัน

หรือขยับไปอีกขั้น, ที่ประเทศนี้คุณจะเห็นป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” มากมายแต่ก็อย่าหวังว่าใครจะทำตาม

แม้กระทั่งในสวนสาธารณะที่มีเด็กเล็กๆ มาวิ่งเล่นหรือมีคนท้อง, ก็ยังโดนพ่นควันใส่และกรุณาอย่าคิดจะเข้าไปเตือนเพราะสิ่งที่คุณจะได้กลับมาแน่นอนก็คือ “แล้วมึงเสือกอะไร ?” หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้นหน่อยก็คือโดนลูกปืน [และอย่าหวังว่าตำรวจจะช่วยได้]

ระหว่างที่แนะนำ, อยู่ๆ ผมก็นึกถึงป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” ที่ Starbucks NYC ขึ้นมา

starbucks-smoke-free-environment-area-25-feet-barista-usa-parttime-job-menu

Starbucks เป็นเขตปลอดบุหรี่และ “Smoking is Prohibited on These Premise, Including the Outdoor Dining Area or within 25 Feet of it” หรือแปลง่ายๆ ก็คือ “ที่นั่งข้างนอกก็ห้ามสูบรวมไปถึงพื้นที่ในรัศมีรอบร้านอีก 25 ฟุต !” 

หากใครละเมิด, คนที่จะจัดการไม่ใช่ Starbucks

แต่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐฯ และกฏหมาย [State and Local Regulations and Ordinances]

ซึ่งทั้งสองสิ่ง, ประเทศไทยก็ไม่มี

ทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งกฏหมาย…

ดูเหมือนเขาจะเข้าใจ

ผมเลยบอกเขาว่า “เอาให้เต็มที่, ประเทศนี้ทำได้ทุกอย่างถ้าคุณมีเงินกับปืน”

 fucking-prayoot-footpath-getbacker-law-sukhumvit-bts-motorcycle-taxi-win