สังคมผู้สูงวัยและ Midlife Crisis จะยิ่งเลวร้ายในยุค Digital | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

สังคมผู้สูงวัยและ Midlife Crisis จะยิ่งเลวร้ายในยุค Digital

“The midlife crisis is getting worse” เป็น Article บน QZ ที่อ่านเมื่อเช้า [มีคนส่งมาเพราะคิดว่าผมน่าจะเริ่มใกล้ Midlife Crisis…], ทีแรกผมคิดว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับ “Digital Disruption” ซึ่งน่าจะส่งผลกับวัยเพิ่งจบมหา’ลัยมากกว่า

Special Promotion Post : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัว" วันนี้ฟรี Starbucks Card 450 บาท -

เพราะ Digital Disruption น่าจะทำให้ “คนตกงานขนานใหญ่”, จากการเข้ามาแทนที่ของ Robot & Ai

แต่มีประโยคหนึ่งบน Qz น่าสนใจตรงที่ว่า “Longer Lives, Fewer Opportunities”

ยิ่ง Technology ทำให้เราอายุยืนยาวมากขึ้นเท่าไร, ชีวิตที่เหลือ [ที่ไร้ทางไป] ก็อาจยิ่งเลวร้ายลงเท่านั้น

ที่ตามมาอีกข้อก็คือ “Financial Risks”, คนวัย Midlife ส่วนใหญ่ยังมีภาระผ่อนบ้านค้างคาทั้งยังต้องจ่ายค่ายาค่าหมอ

sanya-japan-biggest-slum-tokyo-homeless-garbage-aging-society-maps-history-namidabashi

midlife-crisis-getting-worse-aging-society-thai-by-digital-disrupt-bankrupt-financial-lose-job-imagine

นี่ไม่ใช่ชีวิตแบบที่ฉันเคยวาดฝันไว้สมัยเด็ก [This is not how I imagined my life at midlife]

ต้นตอของปัญหา Midlife Crisis ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เรา “เริ่มรู้ตัว” ว่าชีวิตนี้คงไปไม่ถึงฝัน

สมัยที่เราเริ่มทำงานใหม่ๆ, ทุกคนคิดว่า “ตอนฉันอายุสามสิบกลางๆ น่าจะมีงานดีๆ เงินเดือนครึ่งล้านขับ SuperCar” แต่บนโลกแห่งความจริงกลับกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีวันไปได้ถึงจุดนั้นและยิ่งวันก็ยิ่งเริ่มรู้สึกว่า “โอกาสเหลือน้อยลงทุกที”

Boss ผมท่านหนึ่งเคยพูดว่า “ที่มนุษย์ป้ามีนิสัยขี้อิจฉาก็เพราะพวกเขารู้ดีว่าเวลาของตัวเองเหลือไม่มากแล้ว”

“เวลา” ในที่นี้หมายถึง “โอกาส” ที่จะประสบความสำเร็จหรือ “พลิกชีวิต”, เมื่อเทียบกับเด็กรุ่นใหม่ที่ไล่ตามหลังมา

 “เวลา” ที่เหลือลงน้อยไปเรื่อยๆ กับ “ภาระ” ผ่อนบ้านที่ยังกองสุม, บนโลกที่ทุกคนอายุยืนยาวขึ้นเพราะการแพทย์พัฒนา

นั่นคือความหมายของ “Midlife Crisis ที่ยิ่งวันจะยิ่งเลวร้าย” ตามที่ Qz เขียนไว้นั่นเอง

midlife-crisis-getting-worse-aging-society-thai-by-digital-disrupt-bankrupt-financial-lose-job

Midlife Crisis is getting Worse : คนส่วนใหญ่มาหมดตัวตายก็ตอนอายุสี่สิบ

“A recent report found that middle aged adults have the fastest growing rate of bankruptcy” โดยเหตุผลที่คนวัย Midlife Crisis เป็นหนี้จนล้มละลาย, ส่วนหนึ่งก็เพราะ “ภาระค้างคาจากสมัยที่ยังทำงานไหว” เช่นการผ่อนบ้าน

และอีกสาเหตุก็คือค่าดูแลสุขภาพ [costs of health insurance coverage and medications]

ซึ่งทั้งสองอย่างก็มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นทุกวัน, โดยเฉพาะในเมืองไทยที่ทุกอย่าง “ก้าวกระโดดไวเกินไป”​ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

เมื่อมี Digital Disruption ซ้ำเข้าไป, ก็ยิ่งหมายความว่า “งานที่ทำอยู่ไม่รู้จะถูกเลิกจ้างเมื่อไร”

จากการ Research พบว่า “หนึ่งในสี่ของคนวัยสี่สิบมีความกังวลอย่างมากว่าจะตกงาน”

เพราะเมื่อไรที่สิ้นเดือนไม่มีเงินเข้า, ก็คือ “อวสาน” ของชีวิตทันที

midlife-crisis-getting-worse-aging-society-thai-by-digital-disrupt-bankrupt-financial-lose-job-insurance

กลไกที่เข้ามา “เร่ง” ระบบนี้ก็คือ Technology & Digital Disruption

มันไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่ตกงานเพราะการเข้ามาแทนที่ของ Application / Robot หรือ Ai, ด้วยจำนวนงานที่น้อยลงแต่ “ทุกคน” ต้องแย่งกันทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่าก็แน่นอนว่าคนวัยสี่สิบ [ที่มักจะเรียกเงินเดือนสูงกว่าแต่เหลือเวลาทำงานน้อยกว่า] ย่อมจะถูกเขี่ยทิ้ง

ยังไม่นับเรื่องที่ “ความรู้ยุคเก่าที่คนวัยสี่สิบมีมันใช้ไม่ได้แล้ว” บนโลกที่หมุนไวเกินไป

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเมืองนอกถึงมีแนวคิดเรื่อง “[ต้อง] Success before Age 40” เยอะขึ้นในช่วงหลังๆ

ถ้าอายุสี่สิบแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ [หรืออย่างน้อยก็อยู่ตัว], เท่ากับชีวิตที่เหลือทำได้แค่ “ภาวนา”

พร้อมกับภาระก้อนโตที่มีแนวโน้มว่าจะเลวร้ายลงทุกวัน, อยู่บนเส้นด้ายแห่งความเปลี่ยนแปลง

นี่ผมก็อายุสามสิบกว่า, ยังมี “พลังที่จะฝัน” แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเริ่มลงทุนเพื่ออนาคตเผื่อสักวันจะต้องตื่นก่อนเวลาอันควรครับ

bmw-bigbike-motorrad-review-keychain-g310r-speed-danger-mercedes-benz-display