ทำไมคนรุ่นใหม่อ่อนแอ : แค่นิดๆ หน่อยๆ ก็ซึมเศร้าฆ่าตัวตาย | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

ทำไมคนรุ่นใหม่อ่อนแอ : แค่นิดๆ หน่อยๆ ก็ซึมเศร้าฆ่าตัวตาย

Okay, ผมก็คือหนึ่งใน “คนรุ่นใหม่” ที่ว่าฯ [ถ้านับตามหลัก Millennials ที่เริ่มตั้งแต่ปี 1980]

เมื่อเช้าผมอ่านข่าวจาก Time เรื่อง “More Millennials Are Dying Deaths of Despair as Suicide Rates Climb” ว่าคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะ “ฆ่าตัวตาย” สูงขึ้นจากอาการ “Deaths of Despair” ที่คนรุ่นเก่าไม่อาจเข้าใจ

เพราะในมุมมองของคนยุคเก่า, มักจะคิดว่า “เด็กสมัยนี้เกิดมาสบาย” เมื่อเทียบกับความโหดร้ายสมัยตน

ผมเองเป็น “คนกลางเก่ากลางใหม่” ที่เกิดมาจน, ผ่านวันเวลามาจนกระทั่งพอจะมีกินมีใช้

มีประโยคหนึ่งบน Time ที่กระทบใจ, ว่าทำไมคนรุ่นใหม่ถึง “ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นทุกที” จากความสิ้นหวังในชีวิต

japan-tokyo-homeless-stray-fat-cat-despair-see-asakusa-sumida-river-iphone-11-pro-max-camera-review

“The report argues that there are also a number of generation specific factors that are plaguing millennials, including financial stressors stemming from student loan debt / health care and high housing costs”

สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องเจอตั้งแต่เกิดก็คือ “หนี้”

ที่มาพร้อมการศึกษา & ค่าดูแลสุขภาพ

และราคาอสังหาฯ ที่สูงทะลุฟ้า [จนได้แต่มองแล้วสิ้นหวัง…]

เพราะผมเองก็เกิดมาแบบ “ไม่มีบ้าน”

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยทักว่าการที่ผม “มีเงินเมื่อไรเป็นต้องซื้ออสังหาฯ เพิ่มทุกที” น่าจะมีที่มาจากความหลังเรื่องนี้

และคนยุค Millennials ก็ถูก “กดดัน” จากการที่โลกมี Social Network, เห็นว่าทุกคนประสบความสำเร็จกันหมด

tg-thai-airways-first-class-review-747-tokyo-japan-blogger-sponsor-seat-rimowa-don-perignon-champagne

อัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นจากคนยุคเก่ากว่าหนึ่งในสาม 

“Suicides increased by 35%”, เป็นตัวเลขจาก Time อีกเช่นกัน

ในช่วงแค่สิบปีที่ผ่านมาและมันก็เริ่มกลายเป็น “ปัญหา” ของสังคม

นอกจากนี้, คนรุ่นใหม่ยังมีแนวโน้มจะอยู่ตัวคนเดียวเพิ่มขึ้น

ส่งผลให้เกิดอาการเศร้าเหงาซึมจนถึงขั้นสิ้นหวังในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ

แค่ในปี 2017, ตัวเลขของการฆ่าตัวตายเพราะ “Deaths of Despair” สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 36000 ราย

ในฐานะ “คนยุคกลางเก่ากลางใหม่” ที่บินไปบินมากว่าหนึ่งในสามของโลก, เห็นนั่นเห็นนี่จนผมคิดว่าตัวเอง “เข้าใจ” ว่า “ทำไมคนรุ่นเก่าถึงไม่เข้าใจ” เพราะมันคงคล้ายๆ เวลาที่ผมถูกจับโยนไปอยู่ต่างจังหวัดไกลๆ เพื่อเก็บข้อมูลทำงาน

apple-retail-store-tokyo-station-office-traffic-light-taxi-skyscaper-marunouchi

ผมจะอึดอัด / เหงา / เศร้า / ซึม / กดดันและอีกสารพัด

กับ “ความสงบเกินไป” ของต่างจังหวัดที่ไกลๆ

ทั้งที่คนส่วนใหญ่ [?] น่าจะบอกว่า “ดีกว่าความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ตั้งเยอะ”

เพราะเราเกิดมาบน “สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน” ทำให้ความสามารถในการ “ทน” ต่อสิ่งหนึ่งๆ ต่างกันด้วย  [ซึ่งตรงนี้ไม่ได้แปลว่าใครถูกหรือใครผิด, การตัดสินว่าโลกต้องมีแค่ Black & White หรือ Right or Wrong ก็เป็นแนวคิดของยุคเก่ามากๆ]

เหมือนคนต่างจังหวัดที่มาอยู่กรุงเทพฯ แล้วรู้สึก “เหนื่อย” กับการเดินทางหรือจากปริมาณคนที่เต็มถนน

แต่ผม “ชิน” และคิดว่ามัน “จิ๊บจ๊อยมาก”, จนอาจคิดนิดๆ ว่า “ทำไมคนต่างจังหวัดอ่อนแอจังแค่นี้ก็ทนไม่ได้”

มันก็เหมือนกัน, กับเวลาที่คนกรุงฯ ไปตากแดดขี่วัวขี่ควายแล้วเป็นลมตายจนโดนคนต่างจังหวัดหัวเราะเอานั่นแลฯ

farmer-market-swiss-cottage-uk-london-organic-goodysoap-cow-garden-blue-sky-eton-avenue-tube

ประโยคที่ว่า “คนรุ่นใหม่อ่อนแอจัง” ก็เหมือนกัน

แม้มันจะดู “เกิดมาสะดวกสบายกว่าคนรุ่นเก่า” แต่ผมก็เชื่อว่าพวกเขาต้องเจอกับปัญหาบางอย่างที่คนยุคเราไม่อาจเข้าใจ, สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ “ผมเกิดมาในยุคที่โลกยังแคบ” แปลว่าวันๆ แค่แข่งกับคนรอบตัวที่อายุไล่เลี่ยกันแล้ว “ชนะ” ก็พอแล้ว

หรือลองคิดย้อนไปสมัยเด็ก, เราแข่งแค่กับคนในห้องรวม 38 คนแล้วขนะก็มีความสุขมากมาย

แต่เด็กยุคนี้, เกิดมาแล้วต้องเทียบตัวเองกับคนทั้งโลก [จากบน Facebook & Instagram] ทุกวัน

ทำได้ดีแค่ไหนก็มีคนที่ทำได้ดีกว่า, โอกาสที่จะรู้สึกว่า “ตัวเองมีค่า” มันลดน้อยลงไปทุกที

ในฐานะคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ที่ใช้ FAcebook มาสิบกว่าปี, ทำงานบน Online มายี่สิบกว่าปี

สิ่งเดียวจริงๆ ที่ผมอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ก็คือเราควรต้องหัด “ภูมิใจในตัวเองบ้าง” ก็ได้นะครับ

mark-zuckerberg-graduate-speech-facebook-inc-success-how-to-red-victory-post