ต้องซื้อ Vit C BlackMores กินระหว่างรอ DHC จากญี่ปุ่น :’)
Vit C, ก็คือ Vitamin C นะครับ ~ ผมเรียกแบบที่สาวๆ ชอบเรียกกันเลยแฮะ :D
ช่วงนี้ DHC Vit C ผมหมด… ร่างกายโทรมอย่างน่าอนาถจิตคิดชั่ว แถมไม่ค่อยได้วิ่ง Jogging รอบดึกเหมือนเมื่อก่อน เพราะฝนมันเล่นตกทุกวัน จนพวก Anti – Fitness อย่างผมเนี่ย เริ่มๆ อยากจะเข้า Fitness บ้างแล้ว – -*
เมื่อวาน เดินห้างลันล้า ~ เจอ BlackMores Bio C ในร้านขายยาเค้าลด 30% เลยสอยเลย ถือว่าเอามากินแก้ขัดระหว่างรอ DHC ที่สั่งจากญี่ปุ่น ^^)
ตอนกิน DHC ต่อเนื่อง 3 – 4 เดือน, มีคนทักว่าขาววิ้งมากมาย มีออร่าแว้บๆ ~*

BlackMores เคยกินมารอบนึงแล้ว ไม่ประทับใจเท่า DHC แถมแพงกว่าอีกต่างหาก – -
เจ้า Vit C นี่จะช่วยเรื่องหวัด [ประมาณพวกภูมิคุ้มกัน รับหน้าฝน] และเรื่องผิวให้มันดูมีออร่านะครับ ~ ผมทานต่อเนื่องมาเป็นปีๆ เลยละ ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องหวัด คงเพราะออกกำลังกายบ่อย และคนญี่ปุ่นเค้าเชื่อกันว่า “คนบ้าไม่เป็นหวัด” ด้วย สบายเลย :D
อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบ BlackMores Vit C เลยคือมันจะทำเม็ดใหญ่เท่าบ้านไปทำไมไม่รู้ แถมเป็นเม็ดแข็งโป๊ก เวลากลืนแล้วติดคอจะดิ้นทุรนทุรายดูน่าสังเวชมาก… เมื่อตะกี้ก็ติดคออีกแล้ว :’)
ถ้าของ DHC เค้าทำเป็น Capsule เล็กๆ ให้เหมาะกับสาวๆ น่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่น… ไม่เหมือน BlackMores มันทำหน้าตาโหดๆ แบบฝรั่ง – -*

เจ้า BlackMores Vit C ที่ผมซื้อนี่ เป็นแบบ 30 เม็ด เม็ดละ 1000 mg ทานวันละเม็ดพอ แต่ตอนที่ทาน DHC Vit C นั่นเป็นแบบ 500 mg เลยทานวันละ 2 เม็ด
กระปุกนี้ 2 ร้อยกว่าบาท กะจะซื้อมาลองกินดูอีกที ระหว่างรอ DHC ส่งมา ~ คงทานได้สักเดือนนึงพอดี
ถ้ามันไม่ติดคอตายซะก่อนน่ะนะครับ เป็นคดีฆาตกรรม Vit C ในห้องปิดตาย – -
ใครอยากวิ้งๆ ~* ไปซื้อมาลองได้ เดี๋ยวนี้ผู้ชายแท้ๆ แบบผมทาน Vit C ก็เยอะขึ้น ไปซื้อไม่ต้องกลัวครับ ไม่เหมือนซื้อแลคตาซิดมาล้างหน้าแบบใน Blog ที่แล้ว ;)
ป้ายกำกับ:bio c, blackmores, dhc, fitness, vit c, vitamin c

ทั้ง 2แบบ ราคาเท่าไรบ้างอ่ะครับ อยาก วิ๊งๆบ้าง อุอุ (serious นะครับ หึหึ)
~ 13:31:23
ผมซื้อ Blackmores Bio C สองร้อยกว่าบาทคร้าบ ถ้าหาดีๆ จะถูกกว่านี้ นี่บังเอิญเดินเจอก็ซื้อเลยน่ะครับ ไม่ได้เช็คราคา
ส่วน DHC จำไม่ได้แฮะ ผมฝากน้องสาวสั่งจากญี่ปุ่น น่าจะถูกสุดๆ อยู่แล้ว ส่งมารวมกับเครื่องสำอางอื่นๆ แต่จำราคาบ่ได้ :D
~ 13:39:22
ดูวันหมดอายุด้วยเน้อ เวลาเค้าเอามาลดราคาอ่ะค่ะ เดี๋ยวจะเป็นเหมือนโบตานิคนะ อิอิ
~ 13:46:49
ขอบคุณครับ ^_^ แล้วแบบไหนดีกว่าอ่ะครับ
~ 13:47:32
ใช้มาหลายยี่ห้อแล้ว เน้น Vit-C ชีวภาพเป็นหลัก ไม่เอาที่สกัดจากแร่เพราะจะได้ไม่เสี่ยงเป็นนิ่ว
ตอนนี้ใช้ Nutrakal เพราะเป็นของไทยที่คุณภาพได้เลยนะครับ มีฟลาโวนอยล์เหมือน Blackmore ด้วย
แต่ส่วนตัวผมชอบ DHC เพราะกิน 500mg 2 เม็ด มันกลืนง่ายกว่า 1000mg เม็ดเดียวซะอีกเนอะพี่เนอะ
ปล. เพื่อนผม มันมานอนหอตอนผมอยู่มหา’ลัย แล้วแฟนเพื่อนเมทมันแบ่งแลตตาซิทใส่ขวดโดฟเล็กๆเอาไว้ในห้องน้ำ เพื่อนมันเอามาสระผมแล้วก็บ่นว่า “เฮ๊ย โดฟแกหมดอายุรึเปล่า มันไม่มีฟองเลยว่ะ” พวกผมขำแตกเลย
เพราะทั้งห้องไม่มีใครใช้โดฟน่ะสิครับ ฮ่าๆๆๆ และแฟนเพื่อนก็เพิ่งมาค้างเมื่อคืน แถมนั่งเทแลตตาซิทแบ่งใส่ขวดอยู่กลางห้องให้ทุกคนเห็นจะๆ
แต่เพื่อนผมบอกว่า หอมดีเนอะ อิอิ
~ 13:48:50
กินดี ๆ นะครับ เม็ดอย่างเป้งงง 55+
~ 13:54:19
ขอถามหน่อยค่ะ ว่าแล้วไอ้ Vit C แบบที่เด้กๆเคี้ยวๆกันขององค์การเภสัชจะให้ผลเหมือนกันรึเปล่า?
แต่โดยส่วนตัวกินน้ำมันปลากับ Evening Primrose Oil อ่ะค่ะ ก็ช่วยเรื่องผิวกะผมและความจำ :) อยากมีความจำดีๆกะคนอื่นเค้ามั่งอ่า >W<
ปล. อ่านเรื่องแลคตาซิทของคุณ Cookie แล้วเล่าให้เพื่อนๆพี่ๆใน Office ฟัง พี่ผู้ชายคนนึงบอกว่า "ทำไมมันจะใช้ไม่ได้ ใช้ด้า~~~~~ย พี่ใช้มานานแล้ว" (ประมาณ 10 ปีได้)
โห!!! แบบว่า ตอนนี้สาวๆที่ Office เลยว่าจะไปซื้อมาใช้มั่ง น้องคนนึงถึงขั้นจะซื้อให้สามีใช้ทีเดียว
~ 13:57:17
กลูตาไธโอน…เม็ดไปเลยยคร้าบ…ขาวเวอร์..อิๆๆ
~ 14:00:22
ในฐานะคนเปิดร้านยา ที่ทำมาเม็ดโตๆๆเพราะทำให้ดุซึมได้เยอะที่สุดอ่ะครับ เพราะกว่าจะเเตกตัว กว่าจะย่อยดูดซึมมันมีบ้างส่วน ถูกขับออกครับ
~ 14:10:30
๑คุณ error24hr แล้วไอ้วิตามินซีขององค์การเภสัชอ่ะค่ะ ประสิทธิภาพเหมือนกับพวกของ DHC กับ Blackmors รึเปล่า? คิดว่าคงไม่เท่ามั้ง – -”
~ 14:23:11
๑bluzky ประสิทธิภาพการดูดซึมไม่เท่ากันครับ เเต่ถ้าจะเอาจริงๆๆ ผมก็ว่าคล้ายๆๆกันทุกยี่ห้อครับ ส่วนตัวเเล้วผมว่าอยุ่ที่เม็ดยา เเละ การดูดซึมของเเต่ล่ะคนด้วยครับ อย่างเเฟนผม กินเยอะไม่ได้ฉี่ส้มเลย เหมือนตอนทานพวกเบต้าเคโรทีนครับตัวจะออกเหลืองส้มๆๆ ส่วนตัวของผมกินไปเท่าไหร่ก็เฉยๆครับ ขึ้นอยู่กับการดูซึมของเเต่ล่ะบุคคลด้วยครับ
~ 14:57:59
สุดยอดเลยคร้าบบ มีคนร้านยาแบบคุณ error24hr มาให้ความรู้เพิ่มด้วย ขอบคุณมากมาย ต้องจดๆ ^^/
ว่าแต่มีคนจำเรื่อง Botanic หมดอายุของผมได้ด้วยแฮะ อิอิ
และจากนี้ไปชื่อ CookieCoffee จะต้องดังคู่กับแลคตาซิดแหงๆ 555+
~ 15:02:28
ลองกินของ GNC ซิครับ ผมว่าก็ดีนะครับ
~ 15:20:20
ดีจังเลยค่ะ มีเภสัชประจำ Blog แล้ว
จำได้ว่าม่ vit c ยี่ห้อนึงที่เป็น Capsule นิ่ม ๆ แล้วข้างในก็เป็นเม็ดเล็ก ๆ อัีนนั้นก็โอนะ ใช้ได้อยู่ ๆ
Vit c กินแบบน้ำ จะดีกว่าแบบเม็ดหรือเปล่าคะ
~ 16:01:43
คุณ cookie ครับ ที่คุณสั่งมาจากญี่ปุ่น มันขายเป็นซองรึเปล่าครับ ? ซองนึงมีกี่เม็ด กี่บาทอ่ะครับ ? เพราะผมเคยเห็นพวกร้านขายเครื่องสำอางค์เกาหลีมาขาย แต่ไม่กล้าซื้อ
~ 16:38:49
เอิ่ม คือว่าพี่คุ้กกี้ใช้แล้วมันขาวจริงๆหรอคะ
คือหนูก็เรียนหมออยู่ เคยได้เรียนเรื่องพวกนี้มาบ้าง
แต่ไม่เคยได้ยินว่าvit Cทำให้ขาวเลยอะคะ
วันนี้มาอ่านเจอเลยลองไปค้นมานิดหน่อย หนูไม่เจองานวิจัยที่บอกว่าทำให้ยาวขึ้นเลยอะคะ
แต่มีบางงานพูดว่า very few study ที่บอกว่ามีประโยชน์ในเรื่องทำให้ขาวอะคะ
ซึ่งจากประสบการณ์ทีโดนบังคับให้อ่านงานวิจัยมา งานพวกนี้มักได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทยาต่างๆ ซึ่งถ้ามาดูกันจริงๆ ก็เชื่อถือไม่ค่อยได้อะคะ
จริงๆเท่าทีพอทราบ คนเราปกติก็ค่อยขาวvit C อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปกินเสริม กินเสริมไปก็ไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรเท่าไหรอยู่แล้วอะคะ
แล้วก็ถ้ากินมากๆ ก็ทำให้เป็นนิ่วด้วย(แต่ว่าไม่ทราบว่าเกี่ยวกับชีวภาพ กับสกัดจากแร่ เปล่านะคะ ไม่เคยเรียนขนานั้น แต่คิดว่าไม่น่าเกี่ยวนะคะ เพราะว่าตัวที่ทำให้เกิดนิ่วคือvit Cเอง ไงๆมันก็ต้องขับทางนิ๊งหน่องเหมือนกัน อันนี้คิดเองจริงๆ ลองไปค้นๆดูดีกว่า แหะๆ :D )
~ 16:58:04
I think DHC chaper than blackmores becuase today i buy DHC 120 taplet = 270 baht
~ 18:22:23
Vit.c ไม่ได้ช่วยให้ขาวค่ะ แต่ทำให้กระจ่างใส เหมือนผิวมีออร่า ^^ แต่ไม่ได้ขาวขึ้นนะเออ
~ 20:25:52
๑คุณ error24hr ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้ เพราะตัวเองเคยได้ Vit C ของ NatC มา (แถมจากการซื้อ Primrose Oil) กินแล้วรู้สึกว่าผมกระด้างและร่วงมากมาย TAT ไม่รู้แถมของหมดอายุมารึเปล่า -*-a
~ 21:06:43
คุณคุ้กกี้จะเอา DHC มั้ยครับผมเหลืออยู่ซองนึงถ้าไม่คิดมากนะครับ เด๋วเอาไปให้ฟรีๆ อิอิ
~ 21:23:55
คุณ k!lluA พูดถูกต้องครับ ทั้งหมอแผนปัจจุบันที่รักษาผม กับอาจารย์หมอก็เคยบอก พวก Vit C สังเคราะห์จากสารเคมี จะสะสมครับ ไม่เหมือนที่ได้มาจากธรรมชาติ แม้กระทั่งแคลเซี่ยมสังเคราะห์ที่ เราทานๆ กันหน่ะ หมอเคยบอกผมว่า ถ้าได้จากธรรมชาติ เช่น จากนมวัว ธรรมชาติ มันจะไม่สะสมเป็นหินปูนครับ แต่ถ้าเราไปกินพวกที่ขายเป็นเม็ดๆ ส่วนใหญ่จะเกาะเป็นหินปูนตามข้อครับ อนาคต ค่ายาอาจจะแพงกว่าที่เราซื้อๆ มาทานก็เป็นได้ครับ อันนี้ยืนยันได้ครับ
~ 22:17:54
๑jeab พูดถูกครับอะไรที่สังเคราะห์จากเคมี มีผลข้างเคียงครับ ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น เเคลเซียมครับ อันนี้ประสบมากับตัวเองเพราะอยากสูงเลยกินเเคลเซียมเยอะตอนวัยรุ่น ผลคือผมเองก็เป็นหินปูนเเคลซียมเกาะตามข้อ ต่างๆๆ พอได้ศึกษาจริงๆๆพบว่าเเคลเซียมเม็ด บางยี่ห้อให้มาไม่ครบครับ ร่างกายดูดซึมไม่ได้หมด เลยเป็นหินปูนเกาะตามข้อตามกระดูกครับ
~ 13:26:33
๑Yutaka ยาเม็ดกับยาน้ำมีความเเตกต่างเรื่องของการดูดซึมครับ เเต่ให้ข้อคิดไว้เล็กน้อย พอดีผมเป็นเภสัชกรเเพทย์เเผนโบราณ เรื่องของการใช้ยาเม็ด ต้องดูให้ดีครับ ยาบางตัวขึ้นราได้ ทานไปเเย่เเน่นอน เเบบเป็นน้ำจะเก็บได้ไม่นานก็ควรระวังเรื่องของ ยาหมดอายุครับผม
~ 13:32:03
พอดีผมต้องไปประชุมยาบ่อยๆๆเเล้วก้มีน้องเป้นหมอเเผนปัจจุบันครับ เลยพอมีความรู้เรื่องการใช้ยาครับ
~ 13:32:51
คือตัวผมก็เรียนหมออยุ่อ่ะครับ เห็นด้วยกับคุณk!lluA เลย ครับ คือผมคิดว่าที่ขาวขึ้น น่าจะมากมากผลของ Placebo effect ครับ
คิดว่าขาว มันเลยขาว ส่วนที่คุณerror24hr บอก คือ ตามหลัก ยิ่งยาเม็ดเล็ก ขนาด 500 มิลลิกรัม ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่า เพราะ ในการดูดซึมหนึ่งครั้ง จะดูดซึมได้จำกัด ครับ ดังนั้น ยิ้งกิ่นครั้งละน้อย และ กินบ่อย พร้อมอาหารจะดูดซึมได้ดีครับ
อย่างแคลเซียม ปกติ ร่างกายจะดูดซึมได้ 350 มิลลิกรัม แต่ในอาหารเสริมที่ขายอยู่อย่างของ แคลเXรต เม็ดละ 600มิลิกรัม ประมาณนี้ครับ :]]
~ 15:10:12
๑TaMedDoc สุดยอดเลยเยี่ยมมากๆ
~ 16:36:14