Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

จากสถิติเวลาทาน Buffet, คนอ้วนมักเลือกนั่งใกล้อาหารมากกว่าคนผอม 16 ฟุต และคนอ้วนจะเดินตรงไปหยิบจานแล้วตะลุยตักทันที ในขณะที่คนผอมเดินสำรวจ Line อาหารให้ครบก่อนแล้วเลือกสิ่งที่ชอบ

สิ่งหนึ่งที่น่าตกใจ [หรืออาจกลายเป็นเรื่องธรรมดา ?] ก็คือ คนเราทุกวันนี้ไม่ได้ทานเพราะหิว

แต่เราหยิบอาหารเข้าปากด้วยเหตุผลต่างๆ, ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องของโฆษณา / ขนาดหรือ Packaging

ดังนั้นเราจึงไม่หยุดทานเมื่ออิ่ม

มีการทดลองใน Cornell USA โดย Brian Wansink, ด้วยการต่อท่อเข้ากับชามแล้วคอยเติม Soup เข้าไปเรื่อยๆ,

smart-bacon-junk-food-supermarket-usa-backpack-vegetable-iphone-6

ปรากฏว่าผู้เข้ารับการทดลองที่ทาน Soup จากชามธรรมดา ทานไปแค่ 425 กรัมก็อิ่ม

แต่ผู้ที่ทานจากชามที่มีการแอบเติม Soup เข้าไปเรื่อยๆ, สุดท้ายทานไปเกือบ 1 Kg !

แปลง่ายๆ ว่า คนยุคนี้ มีนิสัย “อิ่มด้วยปัจจัยอื่นๆ” แทนที่จะอิ่มเพราะอิ่มจริงๆ

การมองไปในชามแล้วยังเห็น Soup เหลืออยู่, ทำให้เรายังคงตักอาหารเข้าปาก

[และอาจเพิ่งจะรู้สึกว่า “อิ่มเกินไป” ต่อด้วยอาการ “รู้สึกผิด” หลังทานหมด, ซึ่งผมเป็นบ่อยๆ :’)]

ปัจจุบันเราถูกหลอกด้วย “กับดับทางจิตวิทยา” มากมาย

แต่ในทางตรงกันข้าม, ถ้าเราพลิกกับดักเหล่านี้มาหลอกตัวเราเองในแง่ดี ก็จะทำให้เราสามารถลดน้ำหนักลงได้มากถึง 5 Kg อย่างง่ายดายโดยไม่รู้ตัว และนี่คือ 6 Techniques ของ Brian Wansink !

diet-psychology-6-tricks-lose-weight-get-in-shape-time-buffet-trap

1. เพราะว่า You Eat What You See

ไม่ใช่แค่ “You are What You Eat”

Chocolate หรือลูกกวาดที่วางอยู่ใน Office, ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะทานมันเข้าไป

จาก Research ของ Brian Wansink พบว่า คนอ้วนมักจะนั่งใกล้อาหารมากกว่าคนผอมถึง 3 เท่า เวลาไปทาน Buffet, และก็นั่งมองแต่ละคนที่เดินไปตักอาหารซ้ำแล้วซ้ำอีก

ดังนั้น, จงวางสิ่งที่ไม่ชอบไว้บนโต๊ะทำงาน

ผักผลไม้ใกล้มือ ดีกว่าขนมซองๆ หรือ Junk Food

[แนะนำว่าเอาไปวางไว้บนโต๊ะของคนที่เราไม่ชอบหน้าใน Office ก็ไม่เลว :)]

7-11-eleven-review-new-york-usa-doritos-loaded-cheese-iphone-6-plus

2. เปลี่ยนสิ่งที่อยู่ “ใกล้มือ”

คนผอมมักจะเลือกนั่งติดกำแพง, ไกลจาก Line ตักอาหารใน Buffet

แต่คนอ้วนเลือกทำสิ่งที่ตรงกันข้าม, ยิ่งใกล้และยิ่งเห็นก็ยิ่งตัก

นอกจากนี้ การใช้ “จานที่เล็กลงนิดหน่อย” ก็เป็น “กับดักทางจิตใจ” ที่ดี ในการทำให้เรารู้สึกว่า “อิ่มแล้ว” หรือไม่ก็ขยับและปรับให้อาหารเข้าถึงได้ยากกว่าเดิมเล็กน้อยก็ช่วยได้เช่นกัน

มีการทดลองวาง Chocolate ใส่กล่องปิดฝาใน Office ของ Google, แทนที่จะวางทิ้งไว้ให้หยิบได้ง่ายๆ

ปรากฏว่าปริมาณการทาน Chocolate ในบริษัทลดลงถึง 3 ล้านอันใน 1 เดือน !

ทั้งที่จริงๆ แล้ว แค่เปิดกล่องมันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย :)

budae-jjigae-buffet-review-siam-square-one-korean-ramyon-bbq-galaxy-j

3. คิดก่อนจะกิน

ฟังดูเหมือนวิธีปรกติในการลดน้ำหนัก แต่จริงๆ ไม่ใช่

Research พบว่าคนผอมมักจะเดินชมอาหารทั้งหมดใน Buffet ก่อน เพื่อตักสิ่งที่ชอบที่สุด

ส่วนคนอ้วนจะหยิบจานหนึ่งใบโดยยังไม่รู้จะตักอะไร แล้วก็ตักไปเรื่อยๆ ตาม Line ที่เดิน ดังนั้น, คนกลุ่มนี้จะไม่ได้ตักเฉพาะ “สิ่งที่ชอบที่สุด” แต่จะตัก “ทุกอย่างที่ไม่ได้เกลียด” แทน – -*

และจงระวังการซื้อของในเวลาหิว

เพราะเรามักจะเลือก “สิ่งที่ทานง่ายที่สุด” ซึ่งก็มักจะเป็นอาหารประเภทแป้งในถุงแกะง่าย

[แถมพอหิวก็มักจะตะลุยกินจนเกินอิ่ม, ดังที่จะเขียนในหัวข้อต่อไป…]

syder-bay-hard-cider-cidre-thai-singha-review-supermarket-usa-iphone-6-plus

4. ทานให้ช้าลง

Research พบว่าคนอ้วนเคี้ยวแค่ 12 ครั้ง, ในขณะที่คนผอมเคี้ยว 15 ที

การเคี้ยวช้าๆ ทำให้ร่างกายมีเวลาที่จะรู้สึกว่าอิ่ม

ผู้หญิงที่ทานอาหารหมดในเวลา 9 นาที, ทานไป 646 KCal

แต่ถ้ายืดเวลาทานให้ช้าลงเป็น 29 นาที, ผู้หญิงคนเดิมทานแค่ 579 KCal ก็อิ่มแล้ว

เรื่อง “เคี้ยวช้า” นั้น หลายคนรู้อยู่แล้วครับ แต่ผมชอบที่ Research ฝรั่งมักจะทำการเก็บข้อมูลทำเป็นตารางสถิติชัดเจน, ทำให้เรารู้เป็นตัวเลขเลยว่าใน 1 มื้อจะลดหรือจะเพิ่มความอ้วนมากเท่าไร ?

ดังนั้น จงทานข้าว 1 มื้อให้นานขึ้น 20 นาที, เป็นโอกาสดีที่จะลิ้มรสอาหารด้วย :)

misoya-ramen-new-york-little-japan-egg-onsen-review-iphone-6-plus-thai

5. ความหลากหลายคืออันตรายเชิงจิตวิทยา !

การมีกับข้าว 3 อย่าง ทำให้คนทานอาหารมากขึ้นอีก 23%, เมื่อเทียบกับการมีกับข้าวแค่อย่างเดียว

กับดับอันนี้จะเห็นชัดเจนมากใน Buffet

บางครั้งเราไม่อยากทานแต่อยากลอง

ทางแก้ง่ายๆ ก็คือ อย่าสั่งกับข้าวเกิน 2 อย่าง [เพิ่มไข่ดาวด้วย :)]

ส่วนตัวผมขอเพิ่มอีกนิดว่า ปัญหาหนึ่งเวลาไปทานพวก Fast Food ก็คือ พนักงานมักจะถามว่า “เพิ่ม 10 บาท ได้มันฝรั่งทอดด้วยนะคะ”, ซึ่งตรงนี้ “ความคุ้มค่า [หรือว่าความงก]” ก็คล้ายๆ กัน

คือทำให้เราเพิ่มปริมาณอาหารในมื้อเข้ามาโดยไม่จำเป็น

mcdonalds-world-cup-fifa-2014-special-menu-burger-brazil-lumia-1020

6. สิ่งแวดล้อมคือกับดักแห่งการกิน !

เราทานอาหารมากขึ้น 35% โดยไม่รู้ตัว, เมื่อนั่งทานกับใครสักคน

แต่ถ้าทานเป็นกลุ่มใหญ่ 4 คน, เราจะทานเพิ่มไปอีก 75%

และยิ่งไป Party ที่คนมากกว่า  7 คน, ก็จะทานเพิ่มมากขึ้นถึง 96%

หรือสองเท่าของปริมาณปรกติที่เราอิ่ม !

[ยังไม่นับว่าต้องดื่มเหล้า / เบียร์, หรือฝรั่งก็จะชอบดื่ม Wine ไม่ก็ Cidre เพิ่มเข้าไปอีก]

ข้อ 6 นี้ไม่มีวิธีแก้ เพราะจะให้เราแยกตัวออกมาทานข้าวแบบตัดขาดจากโลกก็คงใช่ที่, ตรงนี้ เราต้องหาทางควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวเราเองให้ได้ และอย่าดื่มมากไปครับผม ~

syder-bay-cider-cidre-thai-singha-jazz-reggae-pop-review-iphone-6-plus-8

ก่อนจบ, Brian Wansink ยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า พฤติกรรมการกินของคนปัจจุบันมันเป็นแบบ “Autopilot”, คือบางครั้งเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรอยู่ เพราะทุกอย่างมัน “Auto” ไปแล้ว ด้วยกลไกทางจิตวิทยา

แต่เมื่อไรที่เรารับรู้กับดักและค่อยๆ ปรับ

ให้ระบบ “Autopilot” เปลี่ยนแปลงไป

มันก็จะกลายเป็น “Psychology Tricks” ในการลดน้ำหนักง่ายๆ โดยไม่ต้องพยายามเลย

และนี่ก็เป็น 6 Techniques ที่ลงในนิตยสาร Time Magazine เมื่อเช้านี้

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่พยายามลดน้ำหนัก

ฝาก Share ด้วยนะครับ :)

iphone-6-plus-camera-review-japan-starbucks-scone-bakery-lemon