Cookie the Backpacker ! | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

You are currently browsing the Cookie the Backpacker ! category.

การมาเกาหลีในวันที่ความทรงจำล่มสลาย : Caffe Bene & Skinfood

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่สองของผมสำหรับการเริ่มต้น Backpack, ถัดจาก Singapore

ถ้าย้อนกลับไปอ่าน Blog เก่าเมื่อหลายปีก่อน, ตอนนั้นผมนอนที่ Banana Backpacker [Guesthouse] แถว Insadong / ประทับใจมากกับ Chain ร้านกาแฟที่ชื่อ Caffe Bene และแน่นอนว่าต้องหิ้วเครื่องสำอางของ SkinFood กลับไทย

ก่อนบินไม่กี่วัน, มีข่าวว่า SkinFood ล้มละลาย [Skinfood Placed in Receivership by Seoul Bankruptcy Court]

และตอนจองที่พัก, ก็พบว่า Banana Backpacker ไม่อยู่แล้ว

ส่วนร้านกาแฟ Caffe Bene สองชั้นริมคลอง Cheonggyecheon ที่ผมชอบก็กลายเป็นตึกแถวปล่อยเช่า…

caffe-bene-starbucks-of-korea-bankrupt-why-skinfood-failed-rent-shop

Continue Reading…

Posted 21 hours, 38 minutes ago.

Add a comment

Business Class Backpacker : 5 Star Cathay Pacific Review

ยังคงเป็น Backpacker ตกงาน, กับอีกสี่ล้านแปดแสนหกหมื่นไมล์ที่เหลือใน Credit Cards

จึงต้องบิน Business Class ด้วยความจำเป็น, ก่อนคะแนนจะหมดอายุ…

รอบนี้แบกเป้มา S Korea, เห็น Cathay Pacific มี Route บินแบบต่อเครื่องที่ Hong Kong

ส่วนตัวผมมีความทรงจำไม่ค่อยดีกับการสายการบินนี้เพราะเคยถูก “มนุษย์ป้าจีน” วิ่งตัดหน้าไปเข้าห้องน้ำ, แล้วพอแกเปิดประตูไม่ออก [จริงๆ คือเปิดไม่เป็น] ป้าแกก็ตัดสินใจ “กระโดดถีบประตู [ขอสาบานต่อคุณแอร์ฯ ทั่วโลกว่านี่เรื่องจริง]”

ซึ่งจะว่าไป, มันก็ไม่ใช่ความผิดของทาง Airlines แต่ก็ทำให้ผมไม่ขึ้น Cathay Pacific อีกตลอดกาล

cathay-pacific-business-class-review-korea-hong-kong-backpacker-seat-book

Continue Reading…

Posted 23 hours, 37 minutes ago.

Add a comment

Update ผีน้อยเกาหลีและวิธีซื้อตั๋วขาเดียวให้ไม่ถูกห้ามขึ้นบิน

เขียนไปทีใน Blog ที่แล้วว่าด้วย “Business Class Backpacker by Cathay Pacific“, ผมโดนคนใน Pantip หัวเราะเยาะมาหลายทีว่า “ขีวิตนี้เคยขึ้นเครื่องบินรึเปล่า ?” เพราะพวกเขาเชื่อจริงๆ ว่า “ซื้อตั๋วขาเดียวจะถูกห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่อง !” 

Blog นี้เขียนที่เกาหลี, นั่งกิน Bagel Set กับกาแฟดำอยู่ใน Hollys Coffee

แน่นอนว่าผมมาด้วยตั๋วขาเดียวเช่นเคย, แบกเป้ใบใหญ่ขนาด 45 ลิตรขึ้น Business Class โดยไม่ Load กระเป๋า

ย้ำอีกที, ผมไม่ได้จะมาโจมตีว่าพนักงานภาคพื้นของแต่ละ Airlines ผิดหรือเรื่องมาก

และก็ไม่ได้จะมาบอก Tricks หลบเลี่ยงหรือสั่งให้ไปเถียงกับคุณพนักงานการท่าฯ ว่าต้องมีตั๋วกลับจริงไหม

Continue Reading…

Posted 2 days, 2 hours ago.

Add a comment

Business Class Backpack : ต่อจาก Jal ก็ Cathay Pacific

ยังคงเป็น Backpacker ตกงานกับอีกสี่ล้านแปดแสนไมล์ที่เหลือใน Credit Cards

[ข้อดีของการใช้บัตรสำรองจ่ายแทนลูกค้าเวลาอยู่เมืองนอก]

และผมก็น่าจะเป็นคนเดียวใน Flight นี้ [หรือในประวัติศาสตร์] ของ Cathay Pacific ที่ไม่ Load กระเป๋าแต่แบกเป้ขนาด 45 ลิตรขึ้นเครื่อง, โดยจุดหมายปลายทางของ Trip ก็คือ “Seoul” เพื่อออกไปดู “พรมแดนติดเกาหลีเหนือ

ในวันที่ Donald J Trump จับมือคืนดีกับท่านคิมฯ, เปิดประเทศ

และก็หวังว่าผมจะไม่ติดตม, เพราะรอบนี้ก็มาด้วย “ตั๋วขาเดียว” เช่นเคย

Continue Reading…

Posted 2 days, 19 hours ago.

Add a comment

4 วิธีฝึกภาษาอังกฤษนอกตำรา [ตามประสา Backpacker ที่ผ่านมาครึ่งโลก]

4. ดู YouTube เรื่องที่ตัวเองสนใจ [ในระดับที่ “แค่นั่งดูภาพก็มีความสุข”]

สมัยเรียน, ผมถูกเรียก [แซว] ว่าเป็น “Dr Alien” เพราะบ้ามนุษย์ต่างดาวมากและผมก็เล่าไว้ในสัมมนา “How to be Blogger” แทบทุกครั้งว่า “ผมไป UK ครั้งแรกก็เพื่อดู Stonehenge ว่ามนุษย์ต่างดาวสร้างจริงรึเปล่า [ใช้เหตุผลนี้ขอ Visa กับสถานฑูตด้วย]”

ดังนั้น, ผมจึงสามารถนั่งดูภาพกองหินใหญ่ไร้ที่มา [Megalith] ซึ่งหนักเกินมนุษย์ยุคโบราณจะยกได้ / Pyramid ลึกลับใน Antarctica / ใบหน้าปริศนาบนดาวอังคาร [The Faces on Mars] / Blah Blah ได้เป็นวันๆ โดยไม่ทำอะไรเลย

[Keywords ที่ใช้คือ Ancient Aliens / Ancient Technology / Lost Civilization]

และเรื่องพวกนี้, แค่ “ดูภาพ” ก็สนุกแล้ว

stonehenge-review-uk-maps-megalith-ancient-alien-tech-baguette-sandwich-salmon-smoke

[ซื้อ Baguette Sandwich ไปนั่ง Picnic ข้าง Stonehenge, หนึ่งในความฝันอันสูงสุดของชีวิต]

ระหว่างนั้น, ตัวนักพากษ์ [YouTuber] ก็พูดไปเรื่อยๆ

จบ Video Clip หนึ่ง, ก็มีเรื่องใกล้เคียงกันแนะนำขึ้นมาอีก

ช่วงนี้ผมมี Plan จะ Backpack ไป India, เหมือน YouTuber มันรู้ก็เลยนำเสนอเรื่อง “เขาไกรลาส [Kailash]” ซึ่งเป็นภูเขาที่มีตัวตนจริงๆ ใกล้พรมแดน India & Tibet แต่เป็นในแง่ที่ว่า “จริงๆ เขาไกรลาสคือ Pyramid ที่คนโบราณสร้าง”

โดยใช้ Technology ของพระศิวะ, ซึ่งจริงๆ ก็คือ “Ancient Alien” ที่มาจากท้องฟ้า !

นั่งดูได้เป็นวันๆ, บางทีเห็นผมนั่งจริงจังอยู่หน้า Macbook ใน Starbucks ก็คือนั่งดูสารคดี Ancient Aliens…

เป็นการฝึกฟังภาษาอังกฤษที่สนุกสนาน / ได้ความรู้ [?] ในหลายสำเนียงตั้งแต่ Indian ยัง Russian อีกต่างหาก

vimana-kailash-pyramid-shiva-ancient-alien-youtuber-review-india-tibet-megalith-lost-civilization

3. อ่านหนังสือภาษาอังกฤษออกเสียงดังๆ

อาจฟังดูบ้าๆ แต่วิธีนี้มีอาจารย์ฝรั่งจากโรงเรียนนานาชาติแนะนำผมมาเลยทีเดียว, เพราะเขาบอกว่า “คนไทยไม่ค่อยกล้าพูดภาษาอังกฤษแม้จริงๆ จะรู้ว่าต้องพูดอย่างไร” และพอไม่ได้ “ออกเสียง” ก็จะยิ่งทำให้ “ลิ้นแข็ง” หนักเข้าไปใหญ่

เรื่องนี้ตรงกับที่ผมคิดโดยบังเอิญ, ผมเชื่อว่า “ภาษาไม่ใช่ความรู้”

แต่เป็น “ความทรงจำของสมองและร่างกาย [ฟังดู Ancient Aliens ชอบกล]”

เปรียบให้ง่ายก็คล้าย “การปั่นจักรยาน”, ที่ใช่ว่าเข้าใจเรื่อง “แรงหนีศูนย์กลาง” แล้วจะปั่นได้

แต่ต้อง “สัมผัส” หรือ “ทำซ้ำ” จนเกิดการจดจำของร่างกายและสมอง

สองอย่างนี้เหมือนกันคือ “ถ้าตัวเราทำได้สักครั้งหนึ่ง, จะไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพทำไม่ได้”

 

คนปั่นจักรยานเป็นจะไม่สามารถกลับสู่สภาพปั่นไม่เป็น, คนว่ายน้ำได้จะกลับไปว่ายน้ำไม่ได้ไม่ได้

ต่อให้ไม่ได้ปั่นหรือไม่ได้ว่ายมาสิบปี, ใช้เวลาแค่ครึ่งวันก็ Restore คุณสมบัตินี้กลับมาได้แล้ว

ภาษาก็เช่นกัน [อันนี้ไม่มีทฤษฏี, เป็นความคิดของผมล้วนๆ]

ดังนั้น, ผมจึงเชื่อในการพูดซ้ำๆ ย้ำไปเรื่อยๆ

เหมือนที่อาจารย์ฝรั่งคนนี้แนะนำ, ให้หยิบหนังสือภาษาอังกฤษที่เราชอบขึ้นมาสักเล่ม [หนังสือเด็ก / หนังสือภาพหรือหนังสือการ์ตูนก็ได้] แล้วอ่านทุกอย่างแบบ “ออกเสียงดังๆ” ให้ตัวเองได้ฟังและถ้าจะให้ดีก็พยายาม “เลียนสำเนียง” แบบฝรั่งที่ฟังมาจากใน YouTube ด้วย

โดยเฉพาะ “บทสนทนา”, ผมเชื่อว่ามันเหมือนการ “จำลองสถานการณ์” ขึ้นมาในหัว

เมื่อเจอเหตุการณ์จริง, ร่างกายจะตอบโต้เองอัตโนมัติเหมือนกับคนที่ว่ายน้ำเป็นถูกจับโยนลงสระนั่นแลฯ

white-bmw-cruise-mountain-bike-m-genuine-review-thai-price-bullneck-red-dot-design-shimano

2. กลับไปรื้อดูหนังหรือการ์ตูนเก่าๆ เพื่อระลึกชาติ

ช่วงนี้ผมติด Yuyuhakusho Anime บน YouTube มาก [มีแปลเป็นไทยสมัย Ancient Aliens ในชื่อคนเก่งฟ้าประทาน / คนเก่งทะลุโลก / คนผีทะลุมิติตั้งแต่ยุคที่เรายังไม่รู้จักคำว่า “ลิขสิทธิ”], ส่วนหนึ่งก็เพราะตอนนั้น “อ่านไม่จบ”

 ได้อ่านถึงตอนที่พระเอกแปลงร่างสู้กับ Sensui, ภาคสุดท้ายที่ไปโลกปีศาจไม่ได้อ่าน

[Okay, ใครเกิดไม่ทันก็ข้ามๆ ไปเถอะ…]

แต่เพราะเรารู้เนื้อเรื่องตั้งแต่ต้น, พอกลับมาดูวันนี้ในแบบ “พากษ์อังกฤษ” ก็เลยรู้เรื่องส่วนใหญ่

ไปจนถึงรู้บทสนทนากว่า 80% อยู่แล้ว, มันก็เลย “สนุกมากกกกก”

จบปัญหาที่ว่า “ก็ไม่รู้ภาษาเลยสักนิดจะให้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้อย่างไร” ไปอย่างง่ายดาย

yuyuhakusho-english-sub-manga-read-online-anime-devil-ending-sensui

นั่งดูแป๊บๆ, รู้ตัวอีกทีผ่านไปสี่ชั่วโมง

เพิ่งจะรู้นี่แลฯ ว่าสุดท้าย Yoko Kurama คืนดีกับ Yomi ด้วย [Okay, เนื้อเรื่องเราจะข้ามไป…]

พอดูจบ, YouTube มันก็แนะนำเรื่องอื่นต่อ

ตอนนี้เลยนั่งดู “Orange Road” ที่เมืองไทยเคยแปลในชื่อ “ถนนสายนี้เปรี้ยว”, โบราณเข้าไปอีก

ตอนนั้นก็ดูไม่จบเหมือนกัน, จำได้แค่ว่านางเอกที่ชื่อ Ayukawa Madoka สวยและมีเสน่ห์จนไม่กล้ามองตาตรงๆ [สมัยเด็กผมกลัวผู้หญิงมากๆ] แต่แปลกที่พอโตขึ้นมากลับรู้สึกเห็นใจนางรองที่ชื่อ Hiyama Hikaru แทน [และรำคาญ Ayukawa ในหลายตอน]

สรุป, นั่งดูไปอีกสามชั่วโมง

และก็เพิ่งจะรู้นี่แลฯ ว่าภาค Anime มันจบไม่เหมือนในหนังสือการ์ตูน…

orange-road-read-online-manga-anime-ending-ayukawa-madoka-difference

1. นั่งคุยกับ TV…

ฟังดูบ้าสุดๆ แต่นี่ก็เป็นอีกวิธีที่คุณอาจารย์ฝรั่งในข้อ 3 แนะนำมา, ด้วยแนวคิดเดียวกันคือ “พูดให้ตัวเองได้ยินซ้ำๆ” ด้วยน้ำเสียงของเราเองและการดูพวก TV Series ยังดีอีกอย่างตรงที่ “ได้ภาษาที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันล่าสุด”

จะดูแบบ Sub ไทย Sub อังกฤษอะไรก็ตามใจ, ตัวละคอนในเรื่องมันพูดอะไรเราก็ “ทวน” กลับ

[ถ้าดู The Walking Dead ก็ร้องแว่ๆ หน้า TV ไปด้วย]

สำคัญสุดคือ “ให้เกิดการพูด” เพื่อให้ร่างกายและสมองจดจำ, ย้ำไปเรื่อยๆ เหมือนการหัดปั่นจักรยาน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น, ก็ต้องบอกอีกครั้งว่านี่เป็น “วิธีของผม” ซึ่งอาจไม่ตรงกับทฤษฏีการสอนภาษาเลย

แต่ส่วนตัวลึกๆ, ผมคิดจริงๆ ว่าการเรียนภาษาอังกฤษของไทยที่เริ่มด้วยการ “ท่อง” มันผิด

e-pronto-japan-coffee-shop-review-menu-lunch-drink-bar-free-wifi-schoolgirl

เหมือนถ้าใครสักคนมาสอนผมให้ว่ายน้ำด้วยการเริ่มที่ “ความถ่วงจำเพาะ”

คือมันไม่ช่วยอะไร, เมื่อเทียบกับการ “ถีบ” ลงสระ

ให้ร่างกายและสมองจดจำ

ผ่านการตะเกียกตะกายเอาชีวิตให้รอด [ที่ผมพอจะสื่อสารภาษาอังกฤษและติดต่อต่างชาติได้ทั้งที่เรียนก็ไม่จบมหา’ลัย, ส่วนหนึ่งก็น่าจะเพราะผ่านประสบการณ์ “แบกเป้” โดยที่ไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไรแต่ก็ต้องสื่อสารให้ได้ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีที่นอน]

พอมานึกๆ ดู, ก็กลายเป็น 4 วิธีเรียนภาษานอกรีตดังที่ว่าฯ

สำหรับคนที่เก่งอยู่แล้วหรือถนัดการเรียนตามตำรา, ก็ไม่ต้องปรับมาใช้วิธีประหลาดๆ ของผม

แต่สำหรับคนที่ไม่เก่งภาษา, ลองดูก็ไม่เสียหาย [แต่ไม่ต้อง Ancient Aliens ก็ได้ครับ]

cookiecoffee-blogger-no-1-thai-backpacker-japan-selfie-iphone-8-coke-coca-cola-sponsor

 

Posted 4 days, 21 hours ago.

Add a comment

SCB M Luxe : สักแต่สร้างภาพ ใช้จริงโคตรพ่อโคตรแม่ห่วย !

นี่ขนาด SCB M Luxe มันเป็นบัตระดับฐานเงินเดือนหลักแสน, ยังเลวร้ายขนาดนี้

1. ยื่นเรื่องต้นเดือน Aug แต่อนุมัติสิ้นเดือน​​ Sept, รวมใช้เวลายื่นเรื่องเกือบสองเดือนเต็ม

2. หลังอนุมัติ, SCB ขอเวลาจัดส่งอีก 15 วัน !

3. SCB Easy ก็นรก, โฆษณาไว้ดิบดีว่า “สมัครบัตรเพิ่มได้ใน App” และ “จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง” แต่ผ่านมา 9 วันยังไม่มีใครหน้าไหนโทรหา [ขนาดกดสมัครซ้ำไปอีกทีก็ผ่านมาอีก 4 วันโดยที่ไม่มีใครโทรหาอีกเช่นกัน]

4. SCB แจ้งว่า Airport Limousine ฟรีต้องจองล่วงหน้า 5 วันแต่สังหรณ์ไม่ดีจึงโทรมันล่วงหน้า 8 วันและผลก็คือ…

Continue Reading…

Posted 1 week, 1 day ago.

Add a comment