Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

ปัญหาคือ “แล้วปัจจัยที่ 6 [และปัจจัยที่ 5]” ที่ว่าคืออะไร ?

เมื่อ Week ก่อน, มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งเป็น CMO ของบริษัทก่อสร้างอันดับต้นๆ ในไทยส่งข่าวนี้มา

The Wallstreet Journal พบว่า “Nestle / Coca Cola and Others selling consumer products to India’s 1.2 billion people say that as their Poorest Customers start spending on Smartphone Data…

และผลที่ตามมาก็คือ

they [Customers] have fewer pennies left over for snacks / sodas and shampoo !”

porsche-design-mate-9-huawei-review-user-no-sponsor-camera-leica-pro-setting

รากหญ้าย้ายเงินมาลงที่มือถือ !

แต่ที่น่าสนใจก็คือ The WSJ เขียนว่า “Their poorest customers start spending on smartphone data”

ไม่ใช่แค่ “SmartPhone”

แปลง่ายๆ ว่าลูกค้าไม่ได้เจียดเงินค่าสบู่หรือค่าขนมมาซื้อ “โทรศัพท์มือถือ [ซึ่งผมถือว่าเป็น “ปัจจัยที่ห้า]”

แต่มา “เติมเงินเพื่อใช้งาน Internet !”

ส่วนหนึ่งอาจเพราะ “ทุกคนต่างก็มีมือถือกันหมดแล้ว”, เห็นได้จากตัวเลขยอดขาย Smartphone ทั่วโลกที่ชะลอตัวแต่การที่ “ทุกคนต่างก็มีมือถือกันหมดแล้ว” ก็ยิ่งแปลว่าตลาด Content บนมือถือโตพอที่จะกลายเป็น Platform หลัก !

ทั้งเติมเงินเพื่อเล่น Game / จ่ายค่า Internet ต่อเดือน / ซื้อ App ใหม่ๆ / เล่น YouTube, หมายความว่า…

thai-economy-failed-crisis-facebook-smartphone-internet-data-no-more-coke-shampoo-india-wsj

มันมีพื้นที่ตลาดใหม่

คนเติมเงินในมือถือมากขึ้นก็แปลว่าคนใช้เวลาอยู่กับมันมากขึ้นเช่นกัน

วันก่อน, ผมเขียน Blog หนึ่งอ้างอิงจากข่าวของ Bloomberg ว่าด้วย

“Digital Disruption : เมื่อการซื้อของ Online สั่นสะเทือน Coke !”

แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Coca Cola ใน USA ก็ยังโดนผลกระทบ [แบบข้างเคียง] จากการที่คนหันมา Shopping แบบ Online, จนทำให้อัตราการออกจากบ้านลดลงถึงขั้นที่ทำให้ “การเผลอหยิบ Coke ติดมือจาก Supermarket” ลดลงตามไปด้วย

ปัญหาคือกระทั่งบริษัทใหญ่ๆ เองก็ยังเชื่อว่า “พวกรากหญ้าเขาเล่น Facebook ไม่เป็นหรอก !”

กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป, ในโลกที่ Internet มีความสำคัญมากกว่าอาหารและ Shampoo

coke-coca-cola-sale-decrease-failed-online-shopping-marketing-digital-disrupt-bloomberg