Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

โดยไม่มีเนื้อหาทางการเมืองใด, ผมเล่าเรื่องนี้เมื่อวานในงาน How to be a Blogger

มันเป็นนิทานน่ารักๆ ว่าด้วยเรื่องของเด็กไทย 10 คนที่เอาเงินค่าขนมมารวมกันเพื่อซื้อลูกบอลใหม่, พวกเขาไว้ใจให้ลุงคนหนึ่งเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อมาให้แต่สุดท้ายสิ่งที่พวกเขาได้กลับมาคือ “กะลาหนึ่งใบ” เพราะลุงแกแอบเอาเงินไปซื้อเหล้าซื้อบุหรี่

ระหว่างที่เด็กทั้งสิบเตะกะลาอย่างเมามันกันจนเท้าบวม, มีเด็กคนหนึ่งสงสัยว่า “ทำไมเรารวมเงินซื้อลูกบอลแต่ได้กะลา ?”

ผลคือโดนเด็กอีกเก้าคนรุมด่าว่า “ลุงแกอุตส่าห์หากะลาให้ยังไม่สำนึกบุญคุณ !” และต่อด้วยไม้ตาย, “รับไม่ได้ก็ไสหัวไป”

ที่ผมเล่าเรื่องนี้ใน Class เพราะต้องการพูดถึงเรื่อง “ดาราด่าระบบขนส่งมวลชน” บน Facebook เมื่อ Week ที่แล้วและ…

  

Case Study : Reverse Culture Shock กับการถูก Shared ออกไปกว่า 2 แสนครั้ง

และก่อนจะพูดถึงเรื่อง “ดาราด่ารถเมล์”, ผมก็ยก Blog เก่าว่าด้วย “Reverse Culture Shock” ขึ้นมา

เพราะว่ามันเป็น “Blog ในตำนาน” ที่มีคน Shared สูงสุดเท่าที่ผมเคยเขียน Blog เล่นเป็นงานอดิเรกมาหลายปี

มันเป็นเรื่องจริงของเพื่อนผู้หญิงผมที่ไปเรียนต่อใน USA, ก่อนจะได้งานใหม่ [ในระดับดีมาก] ที่ Singapore และเธอก็ต้อง “ตัดสินใจครั้งใหญ่” ว่าจะย้ายไปอยู่ที่นั่นถาวรเลยดีไหมหรือจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วกลับเมืองไทยเพื่ออยู่กับครอบครัว

สุดท้ายเธอเลือก “Singapore”, หลังจากลองกลับมาอยู่ไทยและโดนวินมอไซค์ใต้รถไฟฟ้าพยายาม “ชวนไปนอน” ด้วย

เธอบ่นเรื่องนี้กับหลายๆ คน, สิ่งที่โดนคือการรุมด่าว่า “กระแดะ” และ “ถ้าเมืองนอกน่าอยู่มากนักก็ไสหัวไป !” 

เรื่องดาราด่ารถเมล์ / เรื่องเพื่อนผมถูกวินมอไซค์ลวนลามและเรื่องเด็กฝากซื้อลูกบอลแต่ได้กะลา, ที่จริงคือเรื่องเดียวกัน

singapore-city-landmark-backpack-building-business-district-iphone-6s

เด็กๆ รวมเงินไปซื้อลูกบอล

แต่ได้กะลามาหนึ่งใบ

คนไทยรวมกันจ่ายภาษี

หวังแค่จะได้มีรถเมล์ดีๆ หรือทางเท้าเดินง่ายๆ

แต่สุดท้าย…

เราไม่ได้อะไร

ยิ่งกว่านั้นคือเราไม่สามารถกระทั่งจะวิจารณ์ในสิ่งที่เรารวมเงินกันซื้อ, แม้สิ่งที่ได้กลับมาคือ “กะลาหนึ่งใบ” กับคำด่าอีกมากมายมหาศาลจากเด็กอีก 9 คนที่ดันไปเห็นดีเห็นงามด้วยกับการ “ซื้อเหล้าซื้อบุหรี่” ของลุงคนหนึ่งที่พวกเขา “อุตส่าห์ไว้ใจ”

fucking-prayoot-footpath-getbacker-law-sukhumvit-bts-motorcycle-taxi-win

นี่คือนิสัยของคนในประเทศที่ [ไม่คิดจะ] กำลังพัฒนา

อย่างที่จั่วหัวไว้ใน Paragraph แรกว่า Blog นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง [ผมบอกใน Class ว่าที่ยกตัวอย่างเป็น “ลุง” ก็ไม่ได้หมายถึงใคร, แค่พอดีภาพของ “ลุง” ในความรู้สึกผมมันดูขี้โกงกว่าแม่หรือพ่อและ “ลุง” ก็ดูเหมาะกว่าที่จะใช้ฝากซื้อลูกบอล]

แต่ “หัวใจ” ของเรื่องนี้ที่อยากเล่าจริงๆ คือ “นิสัยของคนไทย”

ยกตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองแบบสุดๆ ก็เช่นเมื่อเดือนก่อน, กับข่าว มือถือจีนแอบยัดไส้หน่วยความจำคุณภาพต่ำ

ผมแค่ไป Comment ว่า “เพื่อนที่ USA ก็เจอปัญหานี้แต่ Claim เครื่องใหม่ได้ฟรี”

แทนที่คนไทยจะช่วยกันสนับสนุนว่า “เราก็ซื้อมือถือราคาแพงเท่า USA [จริงๆ แพงกว่า], ต้องได้ความคุ้มครองเท่ากัน”

ตรงข้าม, ผมโดนถล่มกลับมาว่า “รัก USA มากนักก็ไสหัวไป” และ “เราภูมิใจในแผ่นดินไทยที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใคร !”

porsche-design-mate-9-review-unbox-leica-dual-camera-watermark-headset

ก็ไม่ได้โกรธอะไร [เอาจริงๆ คือ “โกรธไม่ทัน” เพราะกำลัง “Stunned” ว่า “แล้วการที่เมืองไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใครมันเกี่ยวตรงไหน”] บวกกับแปลกใจที่ทำไมเด็กอีก 9 คนถึงไม่เคยเอะใจว่า “ทำไมเรารวมเงินกันซื้อลูกบอลใหม่แต่ได้กะลา”

คงเพราะความแปลกใจที่ว่า, ทำให้ Blog เรื่อง “Reverse Culture Shock” มีคน Shared ออกไปกว่า 2 แสนที