Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

Sponsored Blog, ก็บอกกันให้ชัดๆ ว่า “รับเงินมา” แต่เผอิญเนื้อหามันน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน

โดยเฉพาะคนทำงานสาย IT ยุคใหม่อย่างพวก Blogger / YouTuber / Instagrammer และ Freelance เช่นผมที่โดนสารพัดธนาคารปฏิเสธการทำ Credit Card มาประมาณล้านที [ล่าสุดก็ SCB, ทั้งที่เป็นฝ่ายโทรหาผมเองด้วยนะนั่น (メ`ロ´)/]

แต่ก่อน, ผมก็มองว่า Credit Card คือ “บัตรก่อหนี้” จนพักหลังต้องทำงานที่บินบ่อยๆ

ได้รู้ซึ้งก็ทีนี้, ว่า Credit Card นี่แลฯ คือ “ผู้ช่วยชั้นดี” สำหรับการจองที่พัก / ตั๋วเครื่องบินไปจนถึงประกันเดินทาง

และปีนี้ [2018] ก็เป็นปีที่แต่ละ Bank ปรับนโยบายต้อนรับชาว Freelance อย่างชัดเจน !

uob-privimiles-credit-card-pvb-infinite-visa-emquartier-rop-uniqlo-freelance-apply

4. เป็น Freelance ก็ใช้เอกสารยื่นภาษีแทนสิ !

แต่ก็เข้าใจได้อีกเช่นกัน, เพราะ Freelance บางท่านคงไม่ยื่นภาษี…

เมื่อก่อนผมก็คือหนึ่งในนั้น, ไม่ใช่เพราะจงใจ

แต่เพราะ Freelance ไม่มีใครช่วยจัดการเรื่องเอกสารเหมือนพนักงานบริษัท, ฟังดูเหมือนข้ออ้าง [จริงๆ ก็ใช่] แต่ใครไม่เคยเป็น Freelance จะไม่เข้าใจว่าบางครั้งพวกบริษัทใหญ่ๆ เองก็ “ขี้เกียจ” ตามเรื่องให้เราและสุดท้ายเอกสารก็มักจะ “มั่วสุดๆ”

แต่เอกสารเหล่านี้นี่แลฯ ที่เป็นตัว “บันทึก” ว่าเรามีรายได้จริง, โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลารับงานจากพวก Big Brands

หลังๆ ผมยื่นภาษีทาง Online [หลังโดนคุณสรรพากรเรียกไปสอบ 2 หน, รู้ดีขึ้นมาทันทีเรื่องภาษี Freelance ψ`ー´)ノ]

ใครที่อยากได้เอกสารดังกล่าวย้อนหลัง, ก็เข้า Website ของกรมสรรพากรแล้วเลือก “บริการสมาชิก” ต่อด้วย “คัดแบบ”

tax-vat-online-freelance-how-to-rd-credit-card-apply-blogger-bank-digital-2018

3. ฝากค้ำเริ่มได้รับการ Welcome มากขึ้นในปี 2018 !

อาจเพราะทางธนาคารแห่งประเทศไทยออกกฏหมายใหม่เพื่อลดการก่อหนี้ของกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 360000 บาทต่อปี, จากนี้จะไม่สามารถมี Credit Cards ได้เกินสามใบและวงเงินของแต่ละบัตรจะต้องไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ต่อเดือนด้วย !

พูดง่ายๆ, พนักงานประจำที่รายได้ไม่สูงนักจะขอ Credit Card ใหม่ได้ยากขึ้น

หลายธนาคารก็เลยหันมาต้อนรับ Freelance, แค่เอาเงินไป “ฝากค้ำ” ไว้ก็ได้ Credit Card กลับไปใช้ทันที !

บาง Bank เริ่มต้นที่หมื่นห้า, ได้บัตรระดับ Visa Classic หรือ Visa Gold ด้วยวงเงินราว 80% ของยอดค้ำ

ตราบใดที่ไม่ถอนเงินออก, Credit Card ใบนั้นก็จะยังใช้ต่อได้เรื่อยๆ [บาง Banks ถึงถอนออกแล้วก็ยังใช้ได้]

ปัจจุบันน่าจะทำได้ทุกธนาคาร, เท่าที่ Check ดูก็มี UOB / SCB / KBank / Krungsri และธนชาต ψ(`∇´)ψ

UOB-Privimiles-review-credit-card-best-mileage-2018-visa-signature-how-to-apply-freelance

2. เอาเงินไปลงทุนใน Bank เยอะๆ แลกกับ Credit Card ระดับบนๆ

ข้อนี้คงเคยได้ยินกันมาบ้างแต่ข้อเสียคือเงินของเราจะต้องไป “จม” อยู่กับ Bank นั้นๆ [แต่ถ้าใครคำนวณแล้วว่าได้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนคุ้มก็ Ok, ได้ทั้งฝากประจำ / กองทุนและอื่นๆ] แล้วแต่ธนาคาร โดยยอดเงินก็มักจะอยู่ราว 2 – 10 ล้านบาทเช่น

เงินลงทุน 2 ล้าน : KBank The Premier / SCB Prime

เงินลงทุน 5 ล้าน : UOB Privilege Banking / Krungsri Exclusive / Thanachart Black Diamond

เงินลงทุน 10 ล้าน : KBank Wisdom Signature / SCB First

บางธนาคารมีบัตรระดับร้อยล้านให้ด้วย, มักจะเป็นพวก “Private Bankings”

ข้อดีของบัตรระดับสูงพวกนี้คือมักจะมี Airport Lounge & Limousine ให้ใช้ฟรี, ก็เหมาะกับคนที่บินบ่อยๆ

premium-lane-airport-fast-track-free-transfer-thai-credit-card-hamad-qatar-dubai-review

1. แต่บาง Bank ใช้เอกสารเงินออม & เงินลงทุนของ Bank อื่นยื่นแทนได้ !

เป็นอีกนโยบายที่หลายธนาคารนำกลับมาใช้ใหม่ในปี 2018

สรุปง่ายๆ ก็คือคล้ายกับเอาข้อ 2 มารวมกับข้อ 3

ข้อดีคือเราไม่จำเป็นต้องเอาเงินมา “จม” ไว้ด้วยการ “ฝากค้ำ”

แค่แสดงให้ Bank เห็นว่าเรา “มีเงินอยู่ไม่น้อยในธนาคารอื่น” ก็พอ, อย่าง UOB Privilmiles ซึ่งเป็น “บัตรสะสมไมล์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2018” ของผมก็ใช้การแสดง Bankbook & Statement ที่มีเงินเย็นๆ สามล้านนาน 180 วันแล้วก็ผ่านฉลุย

และก็เพราะว่ามันไม่ใช่การฝากค้ำ, พอทำบัตรผ่านก็ถอนหรือย้ายเงินได้ตามสบาย (#´ー´)旦

ก็หวังว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์ต่อบรรดา Freelance ผู้น่าสงสารแบบเดียวกับผมนะครับ

UOB-Privimiles-review-credit-card-best-mileage-2018-visa-signature-jcb-tmb-amex-american-express-japan