Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

วันนี้ผมข้ามซีกโลกมาเซนต์สัญญาปล่อยเช่าบ้านแถวฝั่งธนฯ, พอดีมีคนมาขอใช้ตึกทำ Office [ปีนี้ใครมีรายได้จากอสังหาฯ กรุณาทำเอกสารภาษีโรงเรือนให้ชัดเจนด้วยเพราะคุณสรรพากรที่เคารพเขาฝากเตือนมา] และผมก็ตัดสินใจขับรถไป

ปรกติผมเป็นคนที่แทบจะไม่ขับรถ, ส่วนหนึ่งเพราะไม่ค่อยอยู่ไทยและชอบใช้ Uber หรือไม่ก็รถไฟฟ้า

ใครอยู่เมืองนอกบ่อยจะทราบดี, การขับรถในกรุงเทพฯ มันเหนื่อยมากๆ และยังลำบากเรื่องหาที่จอดสุดๆ

บางปีเติมน้ำมันไม่ถึง 3 ครั้ง, เอารถเข้า Check ทีไรก็โดนทักว่า “ครึ่งปีวิ่งไม่ถึงร้อยโล…”

ช่วงแรกๆ ที่ Uber หายไป, ผมก็หันมาลองใช้ GrabCar & GrabTaxi แต่สุดท้ายเริ่มไม่ไหวจริงๆ กับสิ่งที่เจอ

changhi-lottery-millionare-jaguar-red-car-free-review-airport-lounge

ทุกสิ่งที่ผมเคยหนีจาก Taxi : มันกลับมาหมดแล้วบน Grab

1. ไม่อยากได้ลูกค้าคนไทย : รับฝรั่งดีกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ / บางทียังมีเงินค่ายกกระเป๋า / วิ่งสั้นๆ ทำรอบง่าย

2. บ่นงานตัวเอง : ขับ Grab ไม่พอกิน / ไหนจะมีค่าล้างรถ / ไปไกลก็บ่นตลอดทางเพราะไม่อยากวิ่ง “รถเปล่า” กลับ

3. ด่าผู้โดยสารให้ฟัง : E นั่น E นี่เรียกรถแล้วไม่ยอมมายืนรอ / มันใช่หน้าที่ผมไหมที่จะต้องโทรตาม / ปักหมุดก็ไม่ตรงเป็นคนไทยรึเปล่า [อยากบอกว่าเพราะระบบแผนที่ของ Grab มันแย่กว่า Uber มาก, นี่พูดในฐานะที่นั่ง Uber มาเป็นพันๆ หน]

4. ชวนคุยเรื่องการเมือง : บางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องสีเสื้อหรือเลือกตั้งโดยตรงแต่เริ่มๆ บ่นจากการที่ Grab โดนตำรวจจับ

[คงเพราะสมัย Uber, มีการ “ช่วยคนขับ” สองสามพันบาทหากโดนใบสั่งแต่ Grab ไม่มีนโยบายที่ว่าฯ]

สุดท้ายก็ “วน” เข้าเรื่องรัฐบาลชุดนี้โง่กว่าชุดนั้น, แล้วก็ก่นด่างานตัวเองในข้อ 2 ต่อด้วยบ่นลูกค้าในข้อ 3

total-uber-ride-x-black-app-distance-wait-failed-lost-vs-grabcar-taxi-thai

โดยเฉพาะ “ขับ Grab ไม่พอกิน” กับ “รับฝรั่งยังดีกว่า” และ “บ่นตลอดทางเวลาเรียกไปไกลๆ เพราะไม่อยากตีรถเปล่า”

เหมือน Taxi เมื่อประมาณสามสี่ปีก่อนทุกประการ

โดย GrabCar มักจะบ่นสองข้อหลัง, ส่วน GrabTaxi จะด่าสองข้อแรก

และเพิ่มปัญหาให้ผมเข้าไปอีกขั้นเพราะ Grab สองแบบนี้ยัง “ด่ากันเอง” ให้ผมฟังแทบทุกครั้งที่นั่งอีก

Taxi บางคันที่มาขับกับ Grab ยังมองว่า “พวกรถบ้าน [GrabCar] มันมาแย่งงานทั้งที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ” ส่วน GrabCar ก็มักจะดูถูก GrabTaxi ว่า “ไม่ทิ้งสันดานเลวๆ สมัยขับ Taxi”, แล้วก็หันมาไล่เบี้ยกับผมว่า “เห็นด้วยไหมละ ?”

[ผมเคยเจอคนขับ GrabTaxi ที่ “สมน้ำหน้าพวก GrabCar เวลาโดนตำรวจเรียก” ด้วย, เพราะ GrabTaxi ไม่โดน]

วันนี้ผมต้องเดินทางจากฝั่งสุขุมวิทไปฝั่งธนฯ ช่วง Rush Hours, ราคาไปกลับคร่าวๆ หากเรียก Grab ก็ราว 800 บาท

bmw-welt-souvenir-keychain-claim-iphone-7-plus-paint-chip-peel-thai-dhl-truecoffee-apple-store-how-to

สุดท้ายก็ตัดสินใจ “ขับรถไปเองดีกว่า” เพราะไม่อยากนั่งฟังคำบ่นว่า “เดี๋ยวต้องตีรถเปล่ากลับ” และก็เริ่มรู้สึก “เกรงใจคนขับที่ต้องเสียโอกาสในการรับฝรั่ง”, ที่สำคัญคือผมต้องการนั่งเงียบๆ คิดเรื่องที่จะไปเจรจาธุรกิจว่าจะปิด Deal อย่างไร…

ค่าน้ำมันไปกลับไม่ถึง 400 บาท, คาดว่าจากนี้คงได้เติมบ่อยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้