Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

ผม “สังเวช” ตัวเองมากที่ต้องใช้อากาศหายใจร่วมกับคนพรรค์นี้, ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อลดคุณภาพชีวิตคนไทยให้ต่ำลงทุกวันและที่เลวร้ายสุดๆ ก็คือคนจำพวกที่ว่าดูจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ บนโลก Online โดยเฉพาะใน Facebook & Pantip

เมื่อวาน, BBC รายงานข่าวดีเมื่อหญิงชาว American รวม 22 คนชนะคดีว่าด้วย “แป้งเด็กก่อมะเร็งรังไข่”

และศาลสหรัฐฯ ก็มีคำสั่งให้ Johnson & Johnson ชดใช้เงินเป็นจำนวน 1.56 ล้านล้านบาทแก่ผู้เสียหาย !

ผลคือคนไทยเข้าไป “โวย” ว่า “กูใช้มายี่สิบสามสิบปีไม่เห็นเป็นเหี้ยไร” 

แล้วก็​ “โยนความผิด” ให้ “ใครใช้ให้อีผู้หญิงพวกนี้เอาไปทา Hee / มึงยัดขวดเข้าไปเหรอ / คนทานี่เต็มบาทไหม”

why-thai-low-quality-of-life-bbc-facebook-johnson-babycare-powder-cause-cancer-oval-court-usa-fine

why-thai-low-quality-of-life-bbc-facebook-johnson-babycare-powder-cause-cancer-oval-court-usa

why-thai-low-quality-of-life-bbc-facebook-johnson-babycare-powder-cause-cancer-oval-court-usa-fine-2

why-thai-low-quality-of-life-bbc-facebook-johnson-babycare-powder-cause-cancer-oval-court-usa-fine-22

ก็กูอยากมีคุณภาพชีวิตเหี้ยๆ และกูก็จะลากพวกมึงทุกคนมามีชีวิตต่ำๆ แบบกูด้วย” 

แปลง่ายๆ ก็จะได้ใจความประมาณนี้, ผมก็เลยเข้าไปพิมพ์ Comment สั้นๆ

“รู้เลยว่าทำไมคุณภาพชีวิตคนไทยถึงต่ำ” 

การที่เขาฟ้องเขาเรียกร้องไม่ได้แค่เพื่อตัวเองแต่ “เพื่อปรับฐานคุณภาพชีวิตของทุกคนในประเทศ” เพราะถ้าเมื่อไรที่ใคร “ฟ้องชนะแค่สักครั้ง”, มันแปลว่าบริษัทใหญ่จะไม่สามารถเอาเปรียบใน Case นั้นๆ ได้อีกต่อไปและจะต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองมากขึ้น

แต่สำหรับเมืองไทย, เรามองว่าคนพวกนี้ “กระแดะ” และ “เรื่องมาก”

ปิดท้ายด้วย “ไม้ตาย” ว่า “กูใช้มาตั้งนานไม่เห็นเป็นเหี้ยไร” 

[อยากจะเข้าไปตอบว่า “มึงก็เลยเป็นเหี้ยอย่างทุกวันนี้ไง” ก็เกรงใจ]

pantip-blueplanet-drama-low-cost-airline-closed-gate-before-arrival-low-quality-life-thailand-only

ผมเหมาว่า “คนไทย” เพราะลองเข้าไปดูใน Pantip ก็ได้

ณ วันที่เขียนเรื่อง “แป้งก่อมะเร็ง”, ในห้องไกลบ้าน [คนไทยในต่างแดน] และ BluePlanet [การท่องเที่ยว] ก็มี Drama เรื่อง “Lion Air ทิ้งผู้โดยสาร” ด้วยการ “ปิดประตูก่อนกำหนด” ทั้งที่เขียนว่า “Gate จะปิดก่อนเครื่องออก 15 นาที”

แต่เจ้าของกระทู้มาก่อนเวลา 18 นาที, เครื่องกลับ Take Off แล้ว !

เหมือนคดี Johnson & Johnson ทุกประการ, ชาว Pantip จำนวนมหาศาลเข้ามา “รุมด่า” เจ้าของกระทู้จนเละ

“ไม่รู้จักเผื่อเวลา / สมควรตกเครื่องแล้ว / คุณผิดเต็มๆ ครับ / มาให้ทันมันจะตายเหรอ / วันหลังนั่งรถทัวร์เถอะ” 

ทั้งที่ “สายการบินออกเดินทางก่อนเวลา”

ถ้าเป็นที่เมืองนอกคือ “ฟ้องกันถล่มทลาย”

bbc-facebook-japan-tokyo-shinkansen-apologize-delay-20-second-early-drama-thai-bullet-train-highspeed

ที่ขำอีกอย่างก็คือเมื่อปีก่อน, ตอนนั้น BBC เองก็เคยลงข่าวที่ Shinkansen ถึงขั้นต้องออกมา “ขอโทษ” เพราะออกเดินทางก่อนกำหนด “20 วินาที” มาแล้วและคนไทยก็เข้า “สรรเสริญ” กันใหญ่ว่า “นี่ละคือคุณภาพชีวิตดีๆ แบบคนญี่ปุ่น”

แต่พอสายการบินปิดประตูใส่หน้าคนไทยก่อนเวลา, เราดันรุมประชาทัณฑ์ผู้บริโภคด้วยกันว่า “สมน้ำหน้า”

เช่นกัน, ผมเข้าไปตอบสั้นๆ ว่าผมเคยจอดรถข้างถนนแล้วโดนตำรวจเดินมาเขียนใบสั่งตอน 3.58 PM

ทั้งที่ป้ายระบุไว้ว่า “จอดได้ระหว่าง 10 AM ถึง 4 PM” 

มันคือ “สิทธิ” ของผมที่จะออกรถตอน 3.58 PM

[ถ้าใช้ Logic แบบชาว Pantip คงต้องบอกว่า​ “เขาถือวิสาสะล็อคล้อก่อนเวลาแค่ 3 นาทีก็ดีเท่าไรแล้ว”]

โง่และถูกเอาเปรียบจนชินยังไม่พอ, ยังชอบหาทางให้คนอื่นในสังคมถูกโกงเหมือนตัวเอง

fucking-prayoot-footpath-getbacker-law-sukhumvit-bts-motorcycle-taxi-win

และไม้ตายสุด Klassik : กูใช้มาตั้งนานไม่เห็นเป็นเหี้ยอะไรเลย

เจอประจำในทุกวงการ, ที่ชัดเจนก็เช่นเวลารถรุ่นนั้นรุ่นนี้เกียร์พัง

จะมี “สาวก” ออกมา “ช่วยป้องกัน Brand” ด้วยไม้ตาย “กูใช้มาตั้งนานไม่เห็นเป็นเหี้ยอะไรเลย” ประจำแต่ถ้าเป็นที่เมืองนอกจะคิดตรงข้ามทันทีว่า “แค่ผิดพลาดหนึ่งคันก็ยอมรับไม่ได้แล้ว” เช่นเดียวกับคดีแป้ง Johnson & Johnson ก่อมะเร็ง

นอกจากหญิงชาว American ทั้ง 22 คนที่รับค่าเสียหายไป 1.56 ล้านล้านบาท

ยังมี “เหยื่อ” อีกกว่า 6000 คดีที่ฟ้องกันอยู่

จากยอดขายแป้งทั้งหมดอาจจะ 6000000000 กระป๋องต่อปี, แค่มีเหยื่อ 6000 คนหรือคิดเป็น 0.00000000001% ก็ “ยอมรับไม่ได้แล้ว” เพราะนี่คือเรื่องของ “ชีวิต” และเพราะฉะนั้นฯ มันจึงเรียกว่า “คุณภาพชีวิต” ซึ่งคนไทยไม่ต้องการ

bmw-welt-souvenir-keychain-claim-iphone-7-plus-paint-chip-peel-thai-dhl-truecoffee-apple-store-how-to

dhl-claim-iphone-7s-paint-chipping-apple-store-matte-black-thai-singapore-shipping-review-how-to

ตอนผม Claim ปัญหา iPhone 7 สีลอกก็เหมือนกัน

ตอนนั้นก็โดนคน Share ไปด่า, เอาไปตั้งกระทู้ประจานว่า “เรื่องมาก”

แค่ “สีลอกสองสามจุด” ทำเป็น “รับไม่ได้”

และจนถึงวันที่ผม CLaimed ได้จริง, Apple Singapore ส่ง DHL มาเปลี่ยนเครื่องถึงบ้านก็ยังมีคน Share ไปด่าว่า “แค่ Claim ได้ก็ต้องเอามาอวด” ซึ่งตรงนี้เหมือนกันกับที่ผม Comment ใน Facebook ของ BBC เรื่องคดีแป้งเด็ก Johnson & Johnson

ผมเขียนลง Blog เพื่อบอกว่า “ถ้ามีหนึ่งคน Claim ได้ = ทุกคนต้อง Claim ได้” 

ผมไม่ได้ CLaim แค่เพื่อตัวเอง, แต่เพื่อ “ปรับฐานคุณภาพชีวิตของลูกค้าทุกคนในประเทศ”

แต่ก็นั่นแลฯ, คุณภาพชีวิตเทียบเท่าฝรั่งหาใช่สิ่งที่คนไทยเราต้องการไม่

iphone-x-plus-locked-screen-wallpaper-apple-store-sky-glass-new-york-macbook-5th-avenue-faceid

บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่า “เราอยู่ในประเทศที่ประหลาดจริงๆ”

เหมือนทุกคนจะแข่งกัน “อวดเก่ง” เพื่อให้ตน [และทุกๆ คน] มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำลงทุกวัน

ในวงการมือถือนี่ก็ประจำ, เราจะเห็นพวก Guru ตาม Webboard ออกมา “เยาะเย้ย” คนที่ Claim ปัญหามือถือกันน้ำแต่กันน้ำไม่ได้ว่า “ไม่รู้หรือว่ามือถือกันน้ำห้ามโดนน้ำ [สุดยอดแห่ง Logic ที่ผมไม่คิดว่าจะพบได้ที่ไหนนอกจากเมืองไทย]”

ผมเคย Claim เรื่องนี้ที่ USA, เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ใน 3 นาที [เร็วกว่าเดินไปสั่ง BurgerKing อีก]

มันไม่ใช่เรื่องที่ Staff ของ Apple Retail Store จะหัวเราะแล้วบอกว่า “ไม่รู้รึว่าตกน้ำอยู่นอกประกันโว้ย”

เพราะกฏที่ “ตั้งเองเออเองตามใจ” ไม่มีความหมาย, ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฏหมายสหรัฐฯ อีกที

เหมือนที่ศาลสั่งให้ Sony USA “ชดใช้ลูกค้าที่ซื้อมือถือแล้วกันน้ำไม่ได้จริงทั้ง 24 รุ่น” ด้วยการซื้อเครื่องคืนนั่นแลฯ

 

ซึ่งก็แน่นอนว่าคำสั่งนี้มีผลเฉพาะในประเทศที่มีการรวมตัวกันเรียกร้อง, ส่วนประเทศที่ผู้บริโภคคอยรุมประชาทัณฑ์กันเองก็รับผลกรรมของตนไป [Brands ใหญ่ๆ โดยเฉพาะสินค้าจีนถึงชอบเมืองไทยแถมยังขายมือถือในราคาแพงกว่า USA & Japan ด้วย]

หรือตอนที่ Huawei แอบยัดไส้หน่วยความจำคุณภาพต่ำ, เพื่อนผมที่ NYC เดินไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันที

Huawei จะตั้งกฏแบบคิดเองเออเองอะไรก็เรื่องของเขา, สำคัญคือ “มีกฏหมายสหรัฐฯ คุ้มครองอีกชั้น” [ส่วนเมืองไทยเน้นด่ากันเองด้วยไม้ตาย “มีแต่คนโง่ที่ไม่รู้ว่าหน่วยความจำสองแบบนี้มันทดแทนกันในระดับที่รับได้…” แล้วเรื่องก็เงียบหายไป]

คนไทยเรามีสันดานรักการโดนเอาเปรียบ, โดยเฉพาะจากผู้ที่ดูยิ่งใหญ่

ขนาดศาลสหรัฐฯ ตัดสินชัดเจนขนาดนี้, มีเหยื่อสังเวชชีวิตไปแล้ว 6 รายจากมะเร็งที่ว่าฯ และข่าวก็ดังไปทั่วโลก

ในหัวคนไทยยังคิดได้แค่ “ใครใช้ให้อีผู้หญิงพวกนี้เอาไปทา Hee”, แล้วก็มีชีวิตเหี้ยๆ กันต่อไป

johnson-drama-case-filed-lost-court-thailand-only-low-quality-life-talcum-powder-babycare-cause-cancer-oval