Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เมื่อนานมาแล้ว, ผมเคย “ภูมิใจ” กับการที่ตัวเองสามารถทำงานที่ไหนในโลกก็ได้บน Macbook & iPhone และงานอดิเรกง่ายๆ สบายๆ อย่างการเขียน Blog ก็สร้างรายได้ไม่น้อยจนกระทั่งช่วงหลังๆ ที่เริ่มเกิด “ปัญหา” บางอย่างขึ้นมาโดยไม่ทันรู้ตัว

คนสมัยใหม่อาจเริ่มแยกไม่ออกระหว่าง “เวลางาน” กับ “ชีวิตส่วนตัว” แต่ผมดูจะแย่กว่านั้น…

เพราะงานหลัก / งานอดิเรกไปจนถึงการแบกเป้ Backpack ซึ่งเคยเป็นเรื่องสนุกสนานกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “งาน” ไปหมดเพราะทุกอย่างมัน “สร้างรายได้”, ล่าสุดก็ยังเปิดสัมมนา “How to be Blogger” เป็นงานอดิเรกใหม่ขึ้นมาอีก

ผมอยู่ในกลุ่มที่ต้อง “ลดการใช้งานมือถืออย่างหนัก”, สาเหตุหนึ่งก็คือ “Notification” ของ Facebook

ios12-best-update-feature-screentime-phone-addict-rehab-home-bmw-welt-museum-review

Facebook Notification : โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, จาก Fanpage

ใครที่ทำ Fanpage คงทราบดีว่า Facebook มีระบบ​ “กดดันให้เราตอบข้อความภายในกี่วินาที” ไม่อย่างนั้นจะโดน “ลดการมองเห็น [Organic Reaches]” ของ Fanpage ลงและหากเรายังช้า, Zuckerberg ก็จะยิงข้อความเตือนซ้ำๆ ว่า

“เหลืออีก 88 ข้อความที่ยังไม่ได้ตอบ, ไปจัดการเดี๋ยวนี้ !” 

หากเรายังไม่ Response อีก, Zuckerberg ก็จะขึ้น “ประจาน” เลยว่า “Fanpage นี้ใช้เวลาตั้งครึ่งวันกว่าจะตอบ”

ทั้งที่ความจริง, ผมทำทั้ง Blog ทั้ง Fanpage ทั้งสัมมนาเป็นแค่ “งานอดิเรก”

จากยุคเก่าที่เรา Post ตอบเมื่อไรก็ได้บน Webboard โดยไม่มีระบบแจ้งเตือน, กลายเป็นต้องมาคอยพะวง

ยังไม่นับเรื่องที่ Blog ของเราจะมีเกรียนมา Comment รึไม่, จะมีใครจะ Share ไปด่าเพื่อก่อ Drama รึเปล่า

mark-zuckerberg-laughing-facebook-fanpage-reach-organic-down-2018-business-brand-media-failed-explore

iOS12 ScreenTime VS Smartphone Addiction

อาจฟังดู “เวอร์” ไปนิดที่ ScreenTime & iOS12 มาช่วยจัดระบบใหม่และคืนความสุขให้ชีวิตผม

แต่มันจริง…

และเหตุผลหนึ่งที่มันจริงก็เพราะ “อยู่ๆ ScreenTime ก็เปิดใช้งานด้วยตัวมันเอง”, คือผมก็ไม่รู้ตัวว่า Feature นี้โผล่มาตอนไหน [จริงๆ คือเห็นมันผ่านๆ ในงานเปิดตัว iOS12 แต่ไม่ได้ใส่ใจ] แล้วมันก็ค่อยๆ เก็บข้อมูล Life Style การใช้มือถือ

จนกระทั่งวันหนึ่ง, มันก็ขึ้น Notification เตือนว่า “ยินดีด้วยที่คุณจ้องจอน้อยลงไปตั้ง 8%”

นั่นคือครั้งแรกที่รับรู้ว่า ScreeenTime มีตัวตน, และช่วงที่ติดมือถือน้อยลงก็ทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นมาก

จนเมื่อ Week ที่ผ่านมา, อาการ “Phone Addiction” ของผมก็ลดลงไปอีกหนึ่งในสี่

starbucks-menu-new-2018-flat-white-cold-brew-nitro-bmw-cruise-bike-review-standalone

และก็ต้องขอบคุณ Starbucks กับจักรยานคันนี้

ผมพยายามทำให้ทุกสิ่งในชีวิต “เดินช้าลง”

ผมปั่นจักรยานมา Starbucks โดยไม่เอา Macbook มา, มีแค่หนังสือภาษาอังกฤษโง่ๆ ในมือหนึ่งเล่มแล้วก็ “ตัดขาด” จาก Social Networks อย่างน้อยสามชั่วโมงเต็มก่อนจะกลับบ้านไปปั่นจักรยานออกกำลังกายอีกวันละ 60 นาที

เวลาที่ “จ้องจอ” ลดเหลือไม่ถึง 4 ชั่วโมงและตั้งใจจะให้มันลดลงอีก, วันนี้เหลือไม่ถึง 2 ชั่วโมง

นอกจาก Fanpages, อีกอย่างคือ Facebook ส่วนตัวที่ไม่ได้ Post อะไรเลยมากว่าสองสัปดาห์

เข้าไปบ้าง, เพื่อ Click ดูข่าวเฉพาะจาก Fanpages ที่ไปกดติดตามไว้เกี่ยวกับการ Backpack & Investment

พอกันทีกับการปัดจอไปเรื่อยๆ แล้วก็เจอภาพคนเอาฆ้อนทุบหัวหมาจนตาย, เจอสิ่งที่ทำให้หดหู่ในทุกๆ วันจาก…

ขยะในใจที่มากขึ้น / ความอิจฉาที่เพิ่มขึ้นและพวกขี้แพ้ที่เกลื่อนไปทั่ว

หนึ่งในแผนการ Backpack ของผมสิ้นปีนี้จนถึงต้นปีหน้าคือไปแสวงบุญที่สังเวชณียสถานทั้งสี่ของพระพุทธเจ้าและถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแวะปีนเขาไกรลาส [Kailash Mt ไม่ได้มีแต่ในนิยาย] ที่อยู่ตรงพรมแดนระหว่าง Tibet VS India ด้วย

ระหว่างที่นั่งเก็บข้อมูล, ผมก็เจอนักวิจัยฝรั่งคนหนึ่งตั้งคำถามว่า “ทำไมยิ่งวันเรายิ่งทุกข์กับชีวิตมากขึ้น ?” 

ทั้งที่ Technology น่าจะช่วยให้มนุษย์มีความสุขไม่ใช่หรือ ?

คำตอบของเขาคือ “เพราะเราเทียบตัวเองกับวงที่ใหญ่ขึ้นโดยไม่จำเป็น”, นั่นคือ “ทุกคนบน Social Networks”

เหมือนสมัยเด็ก, เราเทียบตัวเราเต็มที่ก็แค่กับคนในห้องเรียนเล็กๆ ซึ่งก็มักจะมีฐานะใกล้เคียงกัน

พอโตขึ้นมาก็เริ่มเทียบกับคนในวงกว้างขึ้น, ซึ่งนั่นก็ทำให้เรามีความสุขน้อยลงไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว

cookie-backpacker-selfie-iphone-6s-se-japan-scarf-coke-case-bottle-how-to-travel

ผมเองก็คิดบ่อยๆ ว่าอยากจะเล่น [หรือติด] มือถือให้น้อยลงแต่ก็ไม่เคยทำได้จริงจัง, จะให้ไปหา App มาช่วยก็ดูจะประหลาดๆ [ขนาดจะลดการใช้ App ลงยังต้องติดตั้ง App เพิ่ม…] และ ScreenTime บน iOS12 ก็เข้ามา “ช่วย” อย่างมากตรงนี้

โดยมีสถิติเป็นตัวเลขชัดเจน, ให้เราเห็นให้เราปรับตัว

เป็นเรื่องน่าขำ, ที่ครั้งหนึ่งผมเคย “ภูมิใจ” กับการทำงานที่ไหนเวลาใดก็ได้ในโลกใบนี้

แต่ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา, สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือการเลิกใช้มัน

หรือถ้าพูดให้ถูก, ก่อนหน้านี้ก็สมควรแล้วที่ผมจะภูมิใจ

เพราะผมเคยอยู่ “เหนือกว่า” ในฐานะผู้ “ใช้”

แต่ปัจจุบันผมเปลี่ยนจาก “ใช้” กลายเป็น “ติด”, ถูกบีบถูกกดดันทุกวันจากคนที่เราไม่รู้กระทั่งว่าเขาเป็นใคร ?