Special : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัวและเพื่อธุรกิจ"

มันเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ, ประหนึ่งการลงเดินบนดวงจันทร์ของ Neil Armstrong

คือบ้านผมฉลองกันประมาณนั้นและก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ขนาดคนเกลียดเด็กอย่างผมยังดีใจไปด้วยแต่พอมาคิดดีๆ ในเชิง Physical, ก็นึกไม่ออกว่า “มันน่าตื่นเต้นตรงไหน ?” เพราะแม้แต่คนที่โง่ที่สุด [หรือความจริงคือแม้แต่ลิง] ก็ยังเดินได้

แต่ถึงอย่างนั้น, เราก็ยังดีใจ

และเมื่อคุณลูกเห็นเราตบมือใส่, เขาก็หัวเราะกลับมาด้วยความภูมิใจว่า “ฉันเดินได้แล้วนะ”

แต่ผ่านวันเวลามา, เรากลับไม่มีอะไรเหลือให้ภูมิใจเท่าไรบนโลกที่ทุกคนประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่กว่าทั้งนั้น

baby-toddler-how-to-first-walk-mom-why-happiness-so-easy-depress

สิ่งที่เราทุ่มเททำจนสำเร็จ, มันก็แค่เรื่องกระจอกๆ ของคนอื่นบน Facebook

เมื่อคืน, ผมอ่าน Journal ของ Oxford อันหนึ่งว่าด้วย “Changes in millennial adolescent mental health and health related behaviours over 10 years” หรือถ้าเอาแบบสั้นๆ ง่ายๆ ก็ “Why Millennial Depression Is on the Rise ?”

ทำไมคนรุ่นใหม่ที่มีทุกอย่างสะดวกสบายพร้อมสรรพ, กลับมีความกดดันและปัญหาทางจิตมากกว่าคนยุคก่อน

หรือคนสมัยนี้ [Millenial คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 1981 เป็นต้นมา] ถูก “โอ๋” มากเกินไป

กลายเป็นคนอ่อนแอ, ขี้สำออยและพอมีอะไรทำไม่ไหวก็เอาแต่อ้างว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ตอนหนึ่งของ Journal ฉบับนี้พูดว่า “มันเป็นความผิดของ Social Networks รึเปล่า ?”

ที่ทำให้เราไม่เหลือความภูมิใจอะไรในตัวเองสักอย่าง

Zuckerberg-mark-facebook-ceo-congress-drama-matrix-phone-water-drink-advert-trick-target-audience

เราอดเปรียบเทียบตัวเองไม่ได้, ในทุกสิ่ง

“[They] grow up with the constant flow of information from the internet and social media [and] they are being bombarded with details about the personal and professionals lives of others”

แม้จะไม่ได้ตั้งใจจะมองแต่ทุกวันนี้เราก็เห็น “ชีวิตดี๊ดี” ของคนอื่นบน Facebook เต็มไปหมดและผลก็คือ 

“Millennials can not help but compare their situations and achievements to everyone else’s 

which can leave them feeling insecure and unaccomplished”

ผมก็คือหนึ่งในคน Gen นี้, ที่ “เกิดมาจน” แต่เริ่มจะขยับฐานะตัวเองขึ้นมาในช่วงวัยยี่สิบปลาย

จากรถญี่ปุ่นก็เปลี่ยนมาขับ BMW & Mercedes, ซึ่งถ้าเป็นโลกยุคก่อนก็น่าจะถึงเวลาที่ “ภูมิใจในตัวเองได้แล้ว”

bmw-motorrad-big-bike-review-gasohol-95-shell-v-power-mercedes-benz-key-g310r

แต่ทุกคนบน Facebook, ขับ Porsche & Ferrari กันทั้งนั้น

ซึ่งถามว่า “ทุกคนจริงๆ ไหม ?”, ก็อาจไม่

แต่ “ใจ” เราจะ Focus ไปที่ “คนกลุ่มนี้”, จนรู้สึกว่า “ทำไมทุกคนประสบความสำเร็จกว่า” ทั้งนั้นเลย

[โชคดีที่ผมเป็นคนไม่ Serious เรื่องรถและก็บินมาเยอะด้วยเรื่องงาน, เลยไม่อิจฉาคนที่เที่ยวรอบโลกเท่าไร]

แต่ถ้าย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังจนมากๆ แบบที่เลิกเรียนต้องซ้อนท้ายมอ’ไซค์พ่อส่งอะไหล่ตามอู่, การที่สักวันมีรถญี่ปุ่นใหญ่ๆ สักคันอย่าง Accord & Camry ก็น่าจะเป็นชีวิตที่ “ประสบความสำเร็จ” และ “ภาคภูมิใจในตัวเองสุดๆ” แล้วไม่ใช่หรือ…

บางคน [ที่แก่หน่อย] อาจมองว่านี่คือ “เรื่องธรรมดา !”, ไม่ว่ายุคไหนก็เป็น

แต่ถ้าหมุนเข็มกลับไปก่อนที่โลกจะมี Social Network, เต็มที่เราก็รู้แค่ “คนรอบข้างขับรถอะไร”

target-car-import-centre-rama3-porsche-911-targa-carrera-best-review-map-bmw-benz-supercar

แต่ปัจจุบัน, เราเทียบตัวเองกับ “ทุกคนบนจักรวาฬฯ”

เช่นทำงานหนักมาทั้งชีวิต, วันนี้มี Condo เล็กๆ แถวชานเมือง!!!

อยากจะ Post ขึ้น Facebook, แต่ทำไมทุกคนเขามี Condo แถวทองหล่อเอกมัยเพลินจิตชิดลมกันทั้งนั้น…

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ “คนพวกนั้นสร้างภาพ [เพราะเขาอาจมีจริงๆ ก็ได้]” แต่อยู่ตรงที่ “แล้วทำไมเราต้องเอาตัวไปเปรียบเทียบ” มากกว่า, ซึ่งถ้าพูดตามจริงก็คือ “มันเลี่ยงไม่ได้” เพราะทุกวันนี้เราก็ต้องใช้ Social Networks ในการติดต่องาน

ระหว่างนั้น, ความภูมิใจในตัวเอง [ที่ฝรั่งเรียกว่า Selfesteem] ก็จะค่อยๆ ลดลงไปทุกที

ทั้งที่ครั้งหนึ่ง, แค่ “เดินได้” ก็ทำให้คนในบ้านยิ้มไปทั้งวัน

ทำไมวันนี้มีแต่ความทุกข์, ความสุขความภูมิใจในตัวเองมันมันหายไปไหนและต้องทำอีกมากเท่าไรถึงจะพอ…

outlet-world-review-paradise-park-sale-asics-nike-reebok-shoe-shirt-sport-maps-kids