ช่างกลไทยตีกัน มาดูหนังสือเรียนเด็ก ปวช สิงคโปร์ดีกว่า :’)
เมื่อวานผมนั่งอยู่ใน National Library ของ Singapore, นั่งเขียน Blog บนเจ้า VAIO นรกผมนี่ละ และก็เจอข่าวเด็กช่างกลไทยตีกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเรื่องโง่ๆ ทำให้มีเด็กเล็กๆ โดนลูกหลงจนตาย…
พอดีผมหันไปมองคนข้างๆ เป็นเด็ก ปวช [ในที่นี้คือ Diploma] ของสิงคโปร์ครับ ด้วยความเจ๋อเฉพาะตัว [ผมถือว่าเป็นสิทธิพิเศษของนักท่องเที่ยว ที่สามารถอยากรู้อยากเห็นได้ :D] ผมก็เลยถ่ายรูปหนังสือเรียนเค้ามานิดนึง ^^”
ดูแล้วเป็นปวชแบบพาณิชย์บ้านเรา คือเรียนเกี่ยวกับ Management / ตัวเลข / Marketing
สิ่งแรกที่สังเกตได้คือ การบ้านเป็นภาษาอังกฤษทั้งคำถามและคำตอบ
สิงคโปร์เป็นประเทศที่น่าจะเกือบทุกคนพูดอังกฤษได้ แม้แต่เด็กปั๊มและคนลวกก๋วยเตี๋ยว ที่ผมเห็นพูดไม่ได้ก็คือโสเภณีบนถนน Geylang เพราะเค้า Import มาจากประเทศอื่น [สาวไทยเยอะมาก :')]
แม้สำเนียงพูดของคนสิงคโปร์จะเป็นแบบ Singaporean English [Singlish] แต่เค้าก็อ่าน เขียนและเข้าใจอังกฤษได้ดีเท่าๆ ฝรั่งนั่นละ ผมว่าเป็นเหตุผลหลักข้อนึงที่ทำให้ประเทศเล็กกระจิ๋วนี้ เป็น Hub ของ SE Asia หรือของ Asia ได้
กลับมาที่เมืองไทย, ผมว่าการเรียนอังกฤษแบบไม่ทั่วถึง จะสร้างปัญหามากกว่าด้วยซ้ำ
คือเด็กที่มี “โอกาส” เรียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ คือเด็กที่รวยกว่า เมื่อจบไปก็ได้งานดีกว่า พาตัวเองไปได้ไกลกว่า ส่วนเด็กที่ไม่มี “โอกาส” ก็ต้องวนอยู่กับ “Thank You Teacher” และนโยบายการศึกษาที่ไปไหนไม่ได้จริงของรัฐบาล…
การศึกษาไทยน่าจะเป็นการแบ่งชนชั้นกลายๆ

ทั้งที่ตัวการศึกษา น่าจะเป็นการลดทอนชนชั้น
เคยสงสัยเหมือนผมรึเปล่าว่าทำไมเด็กจุฬา – ธรรมศาสตร์ – มหิดล ไม่ตีกัน แต่เด็กช่างกล ปวส ซึ่งอายุเท่ากันกับเด็กมหา’ลัยยังตีกันแบบโง่ๆ อยู่ ?
ผมเองก็เป็นเด็กช่างเก่านะครับ ผมว่าผมเข้าใจ ไม่มากก็น้อย เพราะสมัยนั้น ผมก็ไม่ได้ตีกันใคร [สถานะเป็นช่างกล แต่จริงๆ ผมเป็นพวกช่างกินมากกว่า :P]
เด็กช่างกลมักจะมองว่าพวกเด็กหลักสูตร ม ปลายมัน “อ่อน” ไม่เป็นผู้ใหญ่เหมือนพวกเค้า แต่ผมว่าตรงข้าม, พวกเค้าเองที่ยังเด็กและด้อยวุฒิภาวะมากๆ การที่แสดงออกว่าตัวเองถ่อยและเถื่อน เพื่อให้ตัวเองดูดีนั้น
ผมว่ามันเป็นการแสวงหาที่ยืนในสังคม เรียกหาการยอมรับ เรียกร้องความสนใจ เพราะตัวเองไม่มีอะไรจะภาคภูมิใจได้

สุดท้ายก็ตีกันแบบโง่ๆ เพื่อโชว์หญิง หาคู่ อันนี้เป็นปรกติของผู้ชาย ผมก็ทำเหมือนกัน เราหาคู่ด้วยการโชว์อะไรบางอย่าง แต่ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ เราเลือกทางอื่นที่ไม่ใช่การตีกันเท่านั้นเอง
แต่ก็บอกตรงๆ ว่าสมัยที่ผมเป็นเด็ก, ผมก็โง่เหมือนพวกช่างกลที่มันตีกันนี่ละ – -*
คือความภาคภูมิใจในตัวเองมันไม่มี
สมมติว่าคุณเป็นเด็กช่างกลที่เก่งเรื่อง Robot มาก ผลงานได้นำไปโชว์เมืองนอก มีคนมารอรับตัว ให้การยอมรับ, ถามว่าคุณจะเสียเวลาไปตีกันแบบปัญญาอ่อนไหม ?
โลกใบนี้มันกว้างมาก เกินขอบเขตที่ภาษาไทยจะไปถึง เด็กสิงคโปร์เค้าไม่ได้เก่งกว่าเด็กไทยหรอก เชื่อผม แต่เค้าโชคดีที่เกิดมาพร้อมภาษาอังกฤษ และส่วนใหญ่จะได้ภาษาจีนหรือภาษาอื่นแถมมาตั้งแต่เกิด ซึ่งมันเป็นภาษาของโลก

ผมชอบภาพนี้มาก และยืนมองอยู่นาน จนคนสิงคโปร์ที่เดินผ่านไปมาต้องหันมามองผม มันเป็นโฆษณาของมหา’ลัยแห่งนึง
“เราชี้เส้นทางให้คุณได้, แต่จะไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นกับตัวคุณเอง”
ผมเชื่อว่าร้อยละ 90 ของคนที่เล่น Blog นี้ จบการศึกษาสูงกว่าผมครับ ลองทายดูก็ได้ว่าผมเรียนจบแค่ระดับไหน ?
สิ่งที่การศึกษาไทยขาดไป โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กช่างกลคือการสอนให้ภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเป็น และมองหาทางก้าวออกไปให้ไกลด้วยฝีเท้าของตัวเอง
ไม่ใช่เพื่อสู้กับเด็กโง่ๆ ต่างสถาบัน แต่เพื่อสู้กับโลกทั้งใบ เหมือนในโฆษณานี้
[ซึ่งจริงๆ ที่สิงคโปร์ก็อาจทำไม่ได้หรอก แค่เขียนโฆษณาเท่ๆ]

การสร้างคนหนึ่งคนในยุคนี้ให้ดี
คือการสร้างสังคมหนึ่งสังคมยุคถัดไปให้ดีขึ้น
นี่คือความหมายของการศึกษาในมุมมองผมนะ
ถามหาถึงชีวิตเด็กที่ตายไปเพราะลูกหลง, ถ้าเด็กช่างกลกลุ่มนั้นคิดว่าตัวเองเป็น “ผู้ใหญ่” จริงๆ ลองเดินไปถามเค้าครับว่า
“ในฐานะผู้ใหญ่ คุณรับผิดชอบและชดใช้อะไรให้แม่ของเด็กคนนั้นได้บ้าง”
ผมอยากรู้คำตอบจากปากผู้ใหญ่ช่างกลมากเหมือนกัน
ป้ายกำกับ:การศึกษา, ช่างกล, ตีกัน, ปวช, สิงคโปร์, เด็กช่างกล


เด็กช่างกลเรามักจะมองว่าพวกเด็กหลักสูตร ม ปลายมัน “อ่อน” ไม่เป็นผู้ใหญ่เหมือนกับพวกเค้า แต่ผมว่าตรงข้าม, พวกเค้าเองที่ยังเด็กและด้อยวุฒิภาวะมากๆ การที่แสดงออกว่าตัวเองถ่อยและเถื่อน เพื่อให้ตัวเองดูดีนั้น
ผมว่ามันเป็นการแสวงหาที่ยืนในสังคม เรียกหาการยอมรับ เรียกร้องความสนใจ เพราะตัวเองไม่มีอะไรจะภาคภูมิใจได้
————————————————————
จิงแท้แน่นอนคับพี่คุ๊กกี้
~ 13:22:04
สมัยผมอยู่ ม.ปลายก็เคยได้ยินเหมือนที่คุณคุ๊กกี้คิดนะครับว่า ตีกันเพื่อโชว์หญิง โชว์พาววววว หน่ะ หึหึหึ คิดได้ไงก็ไม่รู้สิ แต่นี่เห็นว่าจับพวกเด็กตีกันลงใต้ เอาไปฝึก แล้วจะได้รู้ว่า คนที่อยู่ใต้หน่ะลำบากต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหน แต่ใจผม อยากให้ไปลาดตระเวนแทนพวกทหารเลยด้วยซ้ำ แล้วจะได้รู้รสชาติกันมั่งว่า อ้ายที่เที่ยวยิง เที่ยวปาระเบิดหน่ะ คนที่โดนจะรู้สึกยังไง แล้วพวกที่ลงใต้หน่ะ รู้สึกยังไง ให้พวกเด็กช่างกลพวกนี้ไปรับรู้รสชาติของชีวิตแบบนี้บ้าง … เอ๊ะ … เผื่อจะได้มีต่อมสำนึกรักชาติบ้านเมืองบ้างก็ดีนะครับ
ปล. อันนี้ผมขอโหดสักนิดนะครับ เพราะทนเห็นพฤติกรรมคนเหล่านี้มามากแล้ว แต่ไม่มีใครทำอะไรกับเด็กพวกนี้ได้เลย แถมบางคนพ่อแม่ออกมาปกป้องอีก ว่าลูกตัวเองดี ไม่เคยเกเร แต่แปลก แล้วดันไปอยู่ในกลุ่มที่กำลังตีกันได้ไงหว่า หึหึหึ งง!!! ใครรู้ช่วยตอบทีสิครับ
~ 13:36:43
ผมเองเข้าใจพวกเค้านะ และคิดว่าเมื่อพวกเค้าโตขึ้นมา เค้าจะคิดได้ และมองเส้นทางที่ผ่านมาว่าเป็นเส้นทางที่โง่เง่า
แต่ในระหว่างทางที่เค้าสร้างมาแบบโง่ๆ มันอาจมีคนโชคร้ายที่ตายไป
ซึ่งเค้าอาจจะต้องมาสุดทางสายโง่ๆ ของเค้าในคุกพร้อมกับศพ
นั่นไม่คุ้ม
~ 13:48:51
ผมว่าเด็กบช่างกลที่เลวๆมันมีแค่ไม่กี่คนหลอก เด็กดีก็มีเยอะ แต่เวลาไอ้พวกเด็กเลวๆมันตีกัน ชื่อของสถาบันนั้นก็เสื่อมเสียหมดมันก็เหมือนกับปลาตายตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง คนดีๆก็พลอยถูกมองว่าไม่ดีไปด้วย
ผมเองดูข่าวแล้วเจอข่าวแบบนี้ ก็รู้สึกสงสาร พ่อกับแม่ของไอ้พวกเด็กนรกนี้จัง แต่ที่น่าสงสารและน่าเห็นใจมากที่สุดก็คือ พ่อแม่ของน้องที่เสียลูกไป ทั้งๆที่เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยในสังคมไทย
อยากจะให้กฎหมายมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ ไอ้พวกเด็กนรกที่ชอบตี่กัน แล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยากจะให้จับไอ้เด็กพวกนี้ ส่งไปให้ทหารในภาคใต้ ให้ไปช่วยทหารทำงาน อยากจะรู้จริงๆว่าถ้าต้องใช้ชีวิตเสียงตาย ในแบบที่พร้อมจะชะตาขาดได้ทุกเวลา พวกมันยังจะเก่งกันอยู่หรือปล่าว
แล้วพวกสถาบันที่ชอบมีบัญหาซ่ำซาก ถ้ายังหาหนทางแก้ไม่ได้ ก็สั่งปิดมันไปเลยดีกว่า แหล่งที่ให้ความรู้กลับกลายเป็นซ่องโจรอย่ามีมันเลยดีกว่า
ครอบครัวที่ต้องเสียลูกชาย ต่อให้เอาเงินสักกี่แสนกี่ล้านมาให้มันก็เทียบไม่ได้กับชีวิตที่ต้องจบลง
~ 13:57:32
กด like ทุกคอมเม้นเลยอ่าาา
~ 14:11:52
ผมว่าปัญหาส่วนหนึ่งมันมาจาก ผู้สอน
และมันจะแก้ไขได้ก็ต้องหามาตรการและทำอย่างจริงจัง แต่อย่างว่ามันมีสิทธิมนุษยชน และคำว่า เยาวชน ค้ำคออยู๋นี่เนอะ จะทำอะไรรุนแรงและเข้มข้นมากก็ไม่ค่อยได้ เฮ้อออ หรือว่าต้องอัดให้เรียนให้ทำงานส่งจนไม่มีเวลาไปคิดเรื่องตีกันเลยหละเนี่ยย
~ 14:30:40
ระบบการปกครองอ่อน ระบบการศึกษาอ่อน อาจารย์ก็อ่อน นักเรียนก็อ่อน ตัวข้าพเจ้าเองก็อ่อน…แต่ไฉน อากง อาม่า หรือคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ กลับเป็น เจ้าของธุรกิจ+เถ้าแก่ กันได้หว่า งงๆๆ สรุปยิ่งเรียน ยิ่งเอ๋อ แม่นบ่….??!!??!??
~ 14:52:54
คุณ num ตกลงปลงใจรึยังครับว่าจะเป็น win mobile หรือ iPhone หรือ SS WAVE ครับ อิอิ
~ 15:06:12
ประเทศไทยจะเจริญแซงหน้านานาประเทศ ก็เลยมีทรัพยากรบุคคลเห่ยๆมาทำให้เกิดสมดุลย์:P
~ 15:27:48
พี่คุ๊กกี้เขียนได้ตรงดีจริงๆ ชอบๆ^^
~ 15:30:11
“จะไปได้แค่ไหน อยู่ที่ตัวของคุณเอง”
อิอิ ชอบประโยคนี้เลยครับ
~ 16:58:28
ยังตัดสินใจไม่ได้เลยครับ
แบบว่า Wave ราคาย่อมเยา(สุด) ตรงการใช้งานผม(ฟังเพลง เล่นเกม) แต่ดูวงจรปิดผ่านเน็ตไม่ได้
Win mobile ดูวงจรปิดได้ แต่ผมไม่มีความสามารถในการใช้งาน
ส่วน iPhone4 เหมือน Wave แต่ราคาสูงกว่า
~ 17:30:28
ตอนหนึ่งในหนังเรื่อง REGION
ผู้ชายคนหนึ่งพูดว่า แต่ก่อนเวลาทำตัวเกเร พ่อแม่ก็จะโอ๋
ชายคนนั้นจึงเกเรให้สุดๆไปเลย
พอโตขึ้นมา เค้าพบว่า ที่เค้าทำไป มันมาใช้ประโยชน์ตอนโตไม่ได้เลย
ประมาณนี้นะครับ ไม่เป๊ะๆ
: )
อ้อ..ผมว่าการศึกษาไม่ได้ชี้วัดว่าคิดได้ หรือไม่ได้หรอกนะครับ
บางทีอารมณ์ก็เป็นส่วนที่สำคัญเช่นกัน
ยกตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ผู้สูงอายุที่จบตรี จบโทสูงๆมา แต่กลับไปด่าทอกันในสถานที่สำคัญ ที่เรียกว่า “สภา”
;P
~ 18:02:54
ที่คุณคุ๊กกี้เขียนมานี่ใช่เลยครับ ครั้นพอมีกิจกรรมดีดีให้ทำ เด็กพวกนี้ก็ไม่ยอมทำซะอีก ปล่อยให้เด็กดีดีเค้าทำไปแล้วไปดูถูกเหยียดหยามอีกซะงั้น พวกนี้ชอบมองว่าตัวเองเหนือกว่า เก่งกว่าแน่กว่า ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วพวกเค้าคือปัญหาของสถาบัน ปัญหาของสังคม ผมว่าจริง ๆ แค่ขยันเรียนก็คงจะไม่ค่อยมีเวลาให้ไปทำอย่างอื่นเท่าไหร่แล้ว แต่พวกนี้ก็ไม่ชอบเรียน ถ้าไปถามพวกนี้ว่าชอบอะไรผมว่าเค้าคงตอบไม่ได้ เว้นแต่ว่าจะตอบว่าชอบตีกัน เพราะถ้ารู้ว่าชอบอะไรนอกจากการตีกัน ผู้ใหญ่ครูอาจารย์ก็คงหากิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กพวกนี้ได้แสดงออก ใช้พลังในตัวสร้างสิ่งดีดีได้อีกเยอะ (ขออนุญาตใช้ภาษาพ่อขุนนะครับ)ดีกว่ามานั่งคิดว่าตีกันแล้วกูเก่งกูแน่ กูเป็นเยาวชนทำผิดก็คงไม่เป็นไรมากว(พวกเค้ารู้นะครับว่ามีกฏหมายคุ้มครองเยาวชนอยู่ ไม่งั้นคงไม่กล้าทำตัวแบบนี้เป็นแน่) บทลงโทษเด็กพวกนี้ไม่น่าจะอยู่ในกลุ่มของเยาวชนเลยด้วยซ้ำน่าจะมีกฏหมายเฉพาะสำหรับเด็กที่ตีกัน
~ 18:02:57
ผมคิดเหมือนคุณคุกกี้ทุกอย่างเลยครับ
ขอขอบคุณ คุณคุกกี้ที่ช่วย
แสดงความเห็นแทนผมและหลายๆคน
ที่คิดเหมือนกัน
แต่ไม่มีโอกาสได้เขียนสิ่งที่คิดออกมา
~ 18:05:20
ท่อนนี้โดนครับ มัน Real มาก
—————————————————–
เด็กช่างกลเรามักจะมองว่าพวกเด็กหลักสูตร ม ปลายมัน “อ่อน” ไม่เป็นผู้ใหญ่เหมือนกับพวกเค้า แต่ผมว่าตรงข้าม, พวกเค้าเองที่ยังเด็กและด้อยวุฒิภาวะมากๆ การที่แสดงออกว่าตัวเองถ่อยและเถื่อน เพื่อให้ตัวเองดูดีนั้น
ผมว่ามันเป็นการแสวงหาที่ยืนในสังคม เรียกหาการยอมรับ เรียกร้องความสนใจ เพราะตัวเองไม่มีอะไรจะภาคภูมิใจได้
————————————————————
~ 18:17:42
กด Like ซักล้านครั้งที่คุณ putk เลยครับ :D
~ 20:23:42
คิดถึงคนที่เป็นครูเลยค่ะ ในเมืองสังคมเรายังคงมีค่านิยมที่ว่าคนเก่งๆต้องเป็นหมอ ได้เงินเยอะ เป็นเจ้าคนนายคน แล้วใครจะมาเป็นครูคะ เราหมายถึงครูประถมฯ ครูมัธยมฯนะคะ ทั้งที่รากฐานของเด็กๆมาจากครูเหล่านี้ทั้งสิ้น แต่คนเป็นครูบางส่วนยังคงมีศักยภาพไม่เพียงพอ จบพละ มาสอนคณิต ก็ยังมีถมไป(อันนี้เจอกับตัว ยืนยันว่ามีจริงๆค่ะ)
นึกถึงเรื่องนี้กี่ครั้งก็เศร้าใจ เสียใจที่ประเทศเราขาดครูประถมดีๆอีกมาก
~ 22:39:44
ผมว่ามันอยู่ที่คนเป็นหลักเลยแหละครับ เคยได้ยินบางคนบอกว่า ถ้าคะแนนเสียงของทุกคนเท่ากันแล้วเขาจะเสียตังมาเรียนทำไม ผมล่ะหมดศัทธากับคนนี้เลย อีกอย่างที่ผมว่า น่าปรับปรุงคือหลักสูตรของไทยนี่แหละ วิชาที่เอามาใช้หากินแทบไม่มีสอนเลย ไอ้ที่มีสอนก็แทบไม่ได้ใช้เลย มีเพื่อนๆเอามาแซวกันเล่นว่าถ้าลบความรู้รกสมองที่อาจารย์ให้มาได้ จะให้วิชาละ 500 แห่ะๆ
คราวก่อนแซวกันต่อหน้าอาจารย์ว่าตำรวจบอกให้ลงจากรถแล้ว ให้คนหนึ่งร้องเพลงชาติไทย อีกคนให้ร้องเพลงลอยกระทง ส่วนผมให้แต่งกาพย์ยาณี 11 ดีนะที่อาจารย์สอนมาดี ก็เลยแต่งได้ อาจารย์ก็เลยทำท่าดีใจแล้วบอกว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอเห็นไหมความรู้ที่ครูสอนมีประโยชน์นะ เออแบบว่าอาจารย์เชื่อด้วยเหรอครับเรื่องนี้ (เพื่อนผมมันเล่นแรงแต่ไม่ไช่ผมนะที่เล่น)
~ 11:08:22
“เราชี้เส้นทางให้คุณได้, แต่จะไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นกับตัวคุณเอง”
ผมชอบอันนี้ครับคุณคุ๊กกี้
~ 11:19:33
ตกลงคุณคุ๊กกี้จบที่ไหนครับ ยังไม่รู้เลย เรื่องเด็กช่างตีกันปลงจริงๆครับ หน่าย…
~ 15:45:55
ผมชอบ ประโยคโฆษณานั้นเหมือนคุณ คุ๊กี้เลยครับ อ่านแล้วจี๊ดอ่ะ
~ 21:56:31