Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

Jiufen, อ่านว่าจิวเฟิ่น เป็นเมืองเก่าบนภูเขาสูง นั่งรถ Bus จาก Taipei ไป 90 นาที ~

จริงๆ ไม่ได้จะไป… แต่คุณ Carol, เจ้าของ Hostel ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วบอกว่า คุณ Cookie ต้องไปวันนี้ให้ได้ เพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ Taiwan อากาศดี ต่อจากนี้จะฝนตกทุกวันนะ o_O!!!

ด้วยพลังความตั้งใจ [?] ของคุณ Carol, ผมจึงตะลอนๆ ออกไปยังต่างจังหวัดของ Taiwan โดยพูดจีนไม่ได้เลย

และพอขึ้น Bus, พบว่าไม่เหลือภาษาอังกฤษใดๆ แถมผมยังไม่มีเงิน 102 twd สำหรับค่า Bus ด้วย… [มีแต่แบงค์พัน]

Aya จัง ~ ที่เดินตามหลังผมขึ้นมาจึงจ่ายให้ ^^”

Aya จัง เป็นสาวญี่ปุ่นอายุ 24 ที่เคย Backpack ไปนอนเล่นที่ India ตัวคนเดียวมาแล้วเดือนนึง o_O!!!

ระหว่างทางไป Jiufen, ชั่วโมงครึ่งก็เลยได้เพื่อนใหม่ ~ โชคดีมากมาย [ส่วนผู้ชายคนข้างๆ คือ “Boyfriend” :’)] แต่หลังจากแยกกับคุณ Aya จัง เรื่องราวนรกที่ Jiufen ของผมก็เริ่มขึ้น…

เดี๋ยวกลับถึง Hostel แล้วจะเขียน… ตอนนี้นั่งอยู่ Starbucks, เหนื่อยมาก แทบสลบ – –

 คิดอีกที, เล่าเลยละกัน ~ ไม่กลับ Hostel แล้ว เดี๋ยวไป Night Market ต่อดีกว่า – -/

เหตุผลที่ผมมานั่ง Starbucks ก็คือเมาภาษาจีนครับ, ช้งเช้งๆ ข้ามหัว และป้ายก็มีแต่ภาษาจีน – -*

คุณ Carol บอกว่าวันนี้ฟ้าใส่ ~ น่าออกไปต่างจังหวัดของ Taiwan

แต่พอไปถึง, ฟ้าถล่ม… ฝนตกไล่ผมวิ่งหนีขึ้นเขา = =

Jiufen นี่เดิมเคยเป็นเมืองในเหมืองทอง, แต่ปัจจุบันกลายเป็น Shopping Street บนเขา ~

มีขายอาหารพื้นบ้านเดิมๆ และก็พวกงาน Art ต่างๆ

แต่พอไปถึง, ผมเดินผิดทาง [ทั้งปี – -]

กลายเป็นเดินขึ้นเขาที่คั่นระหว่างเมือง Jiufen กับอีกเมืองนึง แต่ผลก็คือได้เห็นภาพเมืองทั้งเมืองจากยอดเขา ~ สวยมากๆ มีดอกไม้บาน และพอเดินขึ้นเขาไป ปรากฏว่าบนเขาฝนไม่ตกซะงั้น :D

 อากาศใน Taipei วันนี้ 25 c แต่ที่ Jiufen แค่ 19 c และฝนตก, ลมแรง

ผมไปในชุดเสิ้อยืด กางเกงขาสั้นตามเคย… [ชุดเดียวกับตอนไปโซรัคซานเลย อันนั้น 12 c – -*]

แล้วก็เดินลงจากเขา, เข้าในบริเวณตัวเมืองเก่า มีของขายเพียบ อ่านไม่ออกเลย ใช้ชี้ๆ เอา – -/

เห็ดย่างอันเท่าบ้าน, ราคาก็ดอกละ 70 บาท คาดว่าโดนดอกเดียวอิ่มแน่ แต่ผมไม่ได้กิน – –

ของที่ขายแถวนี้ก็มีเต้าหู้กลิ่น [บางคนเรียกเต้าหู้เหม็น, สุดๆ ของสุดๆ ขนาดผมชอบกิน Nattou / Cheese เหม็นๆ แล้วนะ เจอเต้าหู้นี่เข้าไปยังถอย – -*]

บรรยากาศที่เมือง Jiufen นั้นสวยเลยครับ ~ เสียดายที่มีหมอกและฝน

คือมันจะเป็นเมืองที่ดูเก่าๆ หน่อย ดูเศร้าๆ ยังไงบอกไม่ถูก…

 และนรกก็มาเยือน, เมืองตอนขากลับ ผมหาที่จอดรถ Bus กลับเข้า Taipei ไม่เจอ แผนที่ก็ไม่มี

นึกถึง Aya จังในบัดดลฯ [ตอนแยกกัน, เค้า Bye Bye แบบแก้มแตะแก้มด้วยนะ น่ารักสุดๆ ^^)]

ผมเดินจนเจอ Police Station & Tourist Info Centre, แต่ทั้งสองที่พูดอังกฤษไม่ได้เลย o_O!!!

 

[ในภาพข้างบนคือป้ายห้องน้ำ, ผมอ่านอันล่างออก เป็นภาษาญี่ปุ่น ~ ไม่งั้นตายแหง – -]

 ตอนนั้น 6 โมงกว่าแล้ว, จำได้ว่า Aya จังเค้าบอกว่า Bus จาก Jiufen กลับ Taipei มันหมดทุ่มนิดๆ คือ… ถ้าผมยังหลงทางต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ คงได้นอนบนเขาแน่ๆ o_O!!!

เดินไปจนเจอป้ายรถ Bus, ผมก็ตรงเข้าไปถามกลุ่มวัยรุ่น 4 – 5 คนว่า Do you speak English ?

ไม่มีใครพูดได้เลย… ไม่น่าเชื่อ o_O?

ผมพยายามบอกว่า “Taipei” และก็ชี้ไปที่ป้ายรายชื่อรถเมล์ ว่ามีเบอร์ไหนไปได้บ้าง ?

โชคดีสุดๆ, รถ Bus คันนึงวิ่งผ่านมา แล้วคุณวัยรุ่นเค้ารู้ ก็เลยตะโกนบอกผมว่า This bus to Taipei !!!

เอ๊ะ… ทำไมผมมีภาพมุมหน้ากระจกรถคนขับตอนลงเขาละ ?

แม่นแล้ว, รถ Bus คนเต็ม… ผมต้องโหนประตูตรงคนขับวิ่งกลับเข้า Taipei o_O!!!

อารมณ์ประมาณเด็กข่างกลแว๊นซ์ๆ นั่นละครับ, แต่ผมมาแว๊นซ์ไกลหน่อย… ถึง Taiwan โน่น ~

 สุดท้ายก็กลับมาถึงตัวเมือง Taipei ในสภาพศพแมว, เมาภาษาจีนจนแอวะออกมา… และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไม Blog นี้จึงถูกเขียนขึ้นที่ Starbucks [ผมดีใจมากๆ เลยที่ Barista ตอบผมเป็นภาษาอังกฤษได้ – -]

ณ ตอนนี้อยากโดดถีบป้า Carol มาก [ฟ้าใสๆ อากาศดีๆ รีบไปนะคุณ Cookie XP]

แต่ Jiufen ก็สวยจริงๆ ~ คือมันผิดที่ผมเอง ดันไปแบบไม่รู้ไรเลย ไม่มีแผนที่ ไม่รู้กระทั่งค่ารถและป้ายที่จะลง

และจริงๆ คือถ้าไม่ได้ Aya จังตั้งแต่ต้น, ก็คงไม่ได้ไปด้วยซ้ำ ~ :P

นี่ก็แลก Email / เบอร์โทรกันไว้, บอกเค้าว่ามาเมืองไทยเมื่อไร ให้บอกผมด้วย – -v

102 Twd, คิดเป็นเงินเยนก็ราวๆ 300 Yen ได้ ~

ผมจะขอเลี้ยงคืนในวันนั้นละกัน :)

แต่จริงๆ Case นี้ ทำให้ผมนึกถึงเมื่อสักปีก่อน ตรงตู้ซื้อตั๋ว BTS, มีฝรั่งผู้หญิงคนนึงเค้าหยอดเหรียญแล้วเครื่องมันไม่รับ หยอด 2 – 3 ทีก็ไม่เข้า… ผมที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เลยหยอดเหรียญผมลงไป พอเค้าจะคืนเงินก็มีแต่แบงค์ใหญ่

ผมก็บอกเค้าว่าไม่เป็นไร ~ แค่เงินเล็กน้อยเอง

มันเหมือนกับ Case นี้ของผมกับ Aya จัง,

เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้น่าอยู่ ~

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย PRADA 3.0 นะครับ อาจมีเบลอบางภาพ เพราะจังหวะถ่ายมันไม่มี… บรืนๆ ~ – –

 

Comments are closed.