Disabled Parking : ทำไมยามเปิดที่จอดคนพิการให้รถหรูๆ | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 Blogger in Thailand by StatCounter UK –

Disabled Parking : ทำไมยามเปิดที่จอดคนพิการให้รถหรูๆ

Share ลง Facebook ไว้เมื่อคืน, และมีคนช่วย Like & Share ต่อจำนวนมาก

จึงอยากจะเขียนลง Blog อีกที ในสิ่งที่คนไทยหลายคนอาจไม่เข้าใจหรือคิดไม่ถึง…

สองวันมานี้, ผมขับ Lexus ที่ทาง Brand ส่งมาให้ Test Drive Review และด้วยความที่ Design มันสะดุดตา…

เวลาผมไปพวก J – Avenue หรือ Community Mall, คุณยามก็มักจะอยากให้ผมจอดเด่นไว้ด้านหน้า

เช่นเดียวกับเวลาเข้าห้าง, คุณยามก็จะวิ่งมาเลื่อนที่กั้นตรงที่จอดหน้าประตูห้างให้ผมด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามันก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” หรือ “Disabled Parking” ซึ่งจะว่าไปก็…

 

สมัยเด็กๆ ผมเคยสงสัยว่าทำไมยามต้องเปิดที่จอดหน้าห้างให้รถแพงๆ ทั้งที่การปั๊มบัตรจอดก็ไม่ได้เข้ากระเป๋ายามนี่นา ?

จนวันนึงมาเข้าใจเมื่อเห็นรถคันใหญ่ๆ ได้จอดหน้าห้างแล้วเจ้าของรถก็ส่งเงินให้ยามเป็นการส่วนตัว

คุณยามบางคนอาจคิดว่า “โบกรถหรูเข้าที่จอดหน้าห้างดีกว่า เผื่อได้ทิป”

โดยที่ไม่สนเลยว่านั่นคือ “ที่จอดคนพิการ”

แต่ผมเป็นคนที่ Serious เรื่องนี้

ล่าสุดที่ผมขับ IS250 เข้าห้างแล้วเจอคุณยามเลื่อนที่กั้นที่จอดคนพิการให้, ผมก็เปิดกระจกบอกเลยว่า “ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เผื่อมีคันไหนที่เค้าลำบากจริงๆ จะได้จอดได้”

คำว่า “ลำบากจริงๆ” ของผม, อาจมีคนอยากค้านว่า “แล้วคนพิการจริง เค้าจะมาห้างทำไม”

แต่ที่จอดคนพิการพวกนี้ ไม่ได้หมายถึงคุณต้องแขนขาขาด, อาจเป็นรถที่พาอากงอาม่ามาเที่ยวกันทั้งบ้าน หาอะไรทานวันเสาร์อาทิตย์ก็มีสิทธิจอดได้ ในฐานะ “Senior Citizen” ครับ

[และจริงๆ คนพิการก็มีสิทธิมาห้างเหมือนกับผมและทุกคน]

ผมเองก็เคยถามคุณแม่ว่า เวลาไปห้างด้วยกัน อยากให้ผมจอดที่จอดคนพิการไหม ?

เพราะตามกฏหมายหลายๆ ประเทศบอกว่า ถ้าอายุเกิน 6x ปี จะมีสิทธิใช้ที่จอดเหล่านี้ได้เช่นกัน

[กฏหมายไทยผมไม่รู้ว่าเท่าไร แต่ไม่น่าต่างกันนัก อย่างที่ USA คือ 65 ปี]

แต่ทุกครั้ง คุณแม่ผมก็จะตอบว่า “ไม่เป็นไร มะม้ายังเดินไหว ให้คนที่เค้าลำบากจริงๆ ได้จอดดีกว่า”

ไม่ว่าจะคิดแบบเมืองนอกเหมือนผมว่าด้วยเรื่อง “สิทธิ”

หรือคิดแบบไทยๆ ว่าเราต้อง “มีน้ำใจ” เหมือนคุณแม่ผม

ผลก็เหมือนกันคือ “ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเรา”

ในหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว, กฏเรื่องการจอดใน “Disabled Parking” ถือว่าเข้มงวดมาก

คือคุณอาจถูกปรับเป็นเงินหลัก 500 – 1000 USD [1xxxx – 3xxxx บาท]

ก็อาจมีคนสงสัยอีกละครับว่า แล้วคุณยามหรือทางเจ้าของสถานที่จะทราบได้อย่างไรว่าคนในรถคันนั้นเป็นคนพิการจริงๆ หรือมี Senior Citizen ที่อาจจะต้องใช้ Wheelchair นั่งมาด้วย ?

 ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าทุกประเทศเป็นอย่างไร

แต่ในบางเมืองจะใช้วิธีขึ้นทะเบียนเป็น Senior Citizen เพื่อรับ Sticker พิเศษติดไว้ที่ตัวรถครับ :)

เมื่อขับไปที่ไหนแล้วเจอป้าย “Disabled Parking” ก็จะได้รับบริการเป็นพิเศษ

ที่จริงแล้วถามว่ามันจำเป็นขนาดต้องทำระบบแบบนั้นไหม ?

ผมคิดว่าไม่

ถ้าคนขับรถมีจิตสำนึก, ถึงคุณยามจะเปิดที่จอดคนพิการให้ ก็แค่ลดกระจกแล้วบอกว่า…

“ไม่เป็นไรครับ ให้คนที่ลำบากจริงๆ ดีกว่า”

ถ้าทุกคันทำแบบนี้, คุณยามก็จะได้ทราบสักทีว่าที่ตรงนี้้เป็นที่จอดของใคร

และทางห้างหรือทาง Community Mall เองก็ควรจะ Check คุณยามด้วยเช่นกันว่า อย่าเอาที่จอดรถคนพิการไว้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง, มันผิดมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานเลยด้วยซ้ำ ในประเทศที่เราบอกว่า “มีน้ำใจ”  

 

คุณแม่ผมอายุก็ 6x แล้ว, จะว่าไปก็มีสิทธิจอดใน Disabled Parking แต่คุณแม่ก็ปฏิเสธตลอด และเค้าก็มักจะพูดขำๆ ว่า “จอดไกลหน่อยก็ได้ การที่เรายังเดินไหวเป็นเรื่องน่าดีใจ เพราะแปลว่าเรายังแข็งแรง”

จะชมกันเองก็เกรงใจ แต่คุณแม่ผมน่ารักใช่ไหมละครับ ^^)