Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

ตรึงสายตา, และจะเข้าใจ Slogan ว่า “Adrenaline Calling” ทันที่ที่เดินผ่าน Lexus IS250 F Sport

มีอยู่คืนที่ผมขับผ่าน J – Avenue, คุณยามรีบวิ่งมาเปิดที่กั้นให้จอดด้านหน้า ทั้งที่รถคันอื่นได้แต่ขับผ่านไปวนใหม่ และก็รู้สึกได้เลยว่า ในบรรดารถราคาหลักล้านที่จอดอยู่ข้างๆ กัน มีแค่ IS250 ที่ทุกคนจะต้องหยุดมอง

อีกครั้งที่ Seen Space 13 ทองหล่อ, พนักงาน Valet Parking แย่งกุญแจกันเพราะอยากทดลองขับ IS250

Blog นี้อาจไม่ถึงขั้น Review, เพราะผมไม่ได้รู้เรื่องรถในเชิง Technical

แต่อยากเล่า Experiences สั้นๆ ช่วงที่ได้ Test Drive…

เรื่อง Design นี่ผมก็ไม่รู้ละเอียด, แต่ใครจะกล้าเดินผ่านหน้า IS250 F Sport แล้วมองคันอื่น :)

เป็น Strength แรกที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน, ยิ่งคันสีขาวแบบในภาพนี่…

มันให้ Feeling ที่ “Aggressive” ในแบบ Sport Car เต็มตัว

แต่ไม่ทิ้งสัมผัสแบบ Luxury สมเป็นรถในกลุ่มราคา 2.99 – 3.99 ล้าน

ถ้าเป็นรุ่น IS300h [Hybrid] ก็อาจจะดูไม่ค่อยดุเท่าไร, จะออกแนวหรูหราแต่ก็ไม่ถึงขั้นสูงอายุมากนัก และคำว่า “Hybrid” ก็ดูจะลงตัวดีกับชีวิต Metro

ทั้งยังสะท้อน Image แบบ Young Executive

และที่เด่นที่สุดก็คือ Spindle Grille, กระจังหน้าลวดลายรังผึ้งสีดำที่ตัดกับ Body รถสีขาวทั้งคัน

ไฟท้ายในวันฟ้าครึ้ม, Design ของไฟ LED ที่สะดุดตาแต่ดูไม่ขัดกับภาพรวมของตัวรถเลย

เมื่อเปิดประตูเข้าไป, สิ่งแรกที่เห็นก็คือเบาะทั้งสี่สีแดงสด o_O!!!

Feeling เหมือนอยู่ใน Granpix ที่เมืองนอกครับ :)

บริเวณ Cockpit ด้านหน้าทั้งหมดก็ดูหรูหราแต่เสริมความ Aggressive เข้าไป, สังเกตว่าจุดเล็กๆ น้อยๆ ก็เก็บ Detail ได้ดีเช่น พวงมาลัยหนังสีดำที่เดินเส้นด้ายสีแดงรอบ รวมไปถึงตรง Gear Box ที่มี Mouse และช่องต่อสาย USB

ลำโพง 4 ตัวที่ฝังอยู่ตรงประตู 4 บานเป็นของ Lexus Premium Audio System 8 Speakers

ผมเองฟังแนว Jazz แต่เวลาที่คุณน้องสาวขึ้นมานั่งเบาะข้างๆ ก็แค่เสียบ iPhone 5S เข้ากับ IS250

บวกกับการ Control เลื่อนเพลงหน้าหลังและการปรับ Volume ที่ก้านพวงมาลัย,

ก็โดนบังคับให้ปรับ Style ดนตรีจาก Jazz เป็น Classic ที่ผมไม่ชอบได้ทันที [คุณน้องสาวผมเกลียด Jazz – -*]

 ตรงกลาง Cockpit ก็มีจอภาพสำหรับใช้งาน GPS & Map และ Multimedia, ทำงานร่วมกับ Mouse ที่อยู่ข้างซ้ายของคันเกียร์ ใน Case ที่คุณน้องสาวผมอยากจะแย่ง Control เพลง – – 

นอกจากนี้ ที่ก้านพวงมาลัยก็ยังมีปุ่มไว้ Control มือถือที่ Connected กับ IS250 ผ่าน Bluetooth

กับหน้าจอปัดแผงไมล์แบบ Digital ขนาด 8.0 นิ้วที่ Slide ซ้ายขวาได้เวลาเข้า Menu ต่างๆ o_O!!!

ทั้งไฟและกรอบเข็มไมล์ก็เปลี่ยน Design ไปตามแต่ละ Mode ที่เราใช้ขับ, Sport S+ ก็แบบนึงและ Eco ก็แบบนึง

ตัวพวงมาลัยสัมผัสได้ว่ามีน้ำหนักนิดๆ เหมาะกับรถ Size 2500 cc

เมื่อเราพิงหลังแล้วมองฟ้า, ก็จะเห็นดวงจันทร์อยู่เหนือกระจก Moon Roof

 

 

สามารถเปิดรับลมเย็นๆ ในฤดูหนาวหรือมองดาวเวลาขับไปไหนไกลๆ ให้ความ Romantique :)

ขยับมาดูตรงประตูรถ, มี Logo ตัว “F” บ่งบอกความเป็นรุ่น F Sport เล็กน้อย ~

ภายนอกขาวล้วน ส่วนภายในแดงตัดดำ

ในส่วนของ Leg Room ก็นั่งสบาย, ผมเลื่อนเบาะถอยหลังสุดแล้วนั่งไขว้ขาวาง Laptop ได้ [ผมสูง 1.70 m พอดี] และลองให้คุณเพื่อนที่เป็นฝรั่งสูง 1.92 m นั่งข้างคนขับก็ไม่บ่นอะไร 

แต่ตัวเบาะมันก็เลื่อนขึ้นลงได้อยู่แล้วน่ะครับ, ถึงจะเป็น Mayu จังที่สูง 1.5x m ก็ยังแตะเบรคได้อยู่ดี :P

สังเกตว่าคันเร่งเป็นแผ่นโลหะดิบๆ หนึ่งแผ่น…

ให้อารมณ์ Sport ชะมัด :D 

ทั้งหมดนี่แค่ Interior & Exterior Design, ยังไม่ได้ Start รถทดลองขับเลย ~ :D

มีอีกทีนึงที่ผมไปจอด IS250 ไว้หน้าตึก Eight Condo ทองหล่อตั้งแต่บ่ายแล้วไป Meeting คุยงานที่ Kappo Hanako ตรงซอย 13, พอเดินกลับมาตอนเที่ยงคืน ปรากฏว่าเจอสาวน่ารักชุดดำคนนึงเค้าทักว่า

“รถสวยนะคะ”

  ผมว่านี่คือสิ่งที่ Lexus IS250 F Sport เหนือกว่ารถคันอื่นในระดับราคาเดียวกัน

แน่นอนครับว่าเรื่องของ Design เป็นสิ่งที่อิงกับความพอใจและ Taste ของใครของมัน

แต่ผมรู้ดีเลยละครับ จากการขับมันมา Week นึงว่า ไม่มีใครเดินผ่าน IS250 ได้โดยไม่หยุดมอง

Lexus IS250 Test Drive Review ทั้งหมดถ่ายด้วยกล้อง iPhone 5 VS Galaxy S4 Zoom

 

ส่วนข้อเสีย ก็คงจะยังไม่มี, เพราะ Blog นี้เขียนแค่ Design ก็หมดพื้นที่ไปซะเยอะแล้ว ไว้ Blog หน้ามาลอง Test Drive ขับไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งเรื่องการกินน้ำมันและการเร่งการแซง การขับในเมืองและนอกเมืองอีกที,

ไม่แน่ว่าตอนที่ Mayu จังมาไทยครั้งหน้า อาจจะพามา Review ด้วยกันอีกที ในมุมของสาวญี่ปุ่นตัวจริงครับ ;) 

 

Lexus IS250 F Sport Review Part 2 > Click !