Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

SPort S+ Mode กลางสายฝนบนถนนสุขุมวิท, จะได้ยินเสียงล้อกระชากพื้นดังเอี๊ยดเวลาออกตัว…

นั่นคือ Lexus IS250 F Sport,

Blog ที่แล้วผมเขียน Review รถคันนี้ในแง่ Design ทั้งภายนอกและภายใน, แต่จนจบพื้นที่ Blog ก็ยังไม่ได้เริ่ม start เครื่องยนต์เลย ~ จึงต้องขอยกมาไว้ใน Blog ที่ 2 นี้ แต่ก็บอกอีกทีว่าผมไม่มีความรู้เรื่องรถในเชิง Technical นะครับ…

ทำได้แค่ขับกับความรู้สึกที่สัมผัสได้ใน Lexus IS250 ที่พอจะเล่าให้ฟัง…

ด้วย Sport S+ Mode, จะรู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจและการสั่นไหวของ Adrenaline

 

[แถม 1 ภาพ, Lexus คันนี้มาจอดหน้า Apple Store Ginza รอซื้อ iPhone 5S เหมือนกัน ^^)]

ตอนที่ขับ IS250 ออกมา, ผมรู้สึกได้ถึงความนิ่ง…

  และความเงียบอันหาที่เปรียบมิได้…

ความหนักของพวงมาลัยก็ทำให้รู้สึกมั่นใจ

แม้ในเวลาที่ขับฝ่าสายฝนกลางถนนที่ความเร็วสูง

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่ IS250 F Sport มีให้ครบ, ไม่ว่าจะเป็นเบรค ABS + BA / EBD และระบบการขับขี่แบบ VDIM ที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลและยังช่วยเรื่องการทรงตัวเมื่อขับที่ความเร็วสูงเกิน 100 Kmph

จนมาสังเกตว่าตรง Gear Box มีปุ่มสีดำที่หมุนซ้ายขวาเพื่อสลับ Mode ได้ ~

Eco Mode ช่วยประหยัดน้ำมัน เหมาะกับการขับในเมืองตอนกลางวันที่รถติดๆ

แต่เมื่อเข้าสู่ Sport S+ Mode, ระบบการทด Gear ของ IS250 จะเปลี่ยนไป

รู้สึกได้ถึงเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V6 2500 cc, อีกทั้งยังเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตขณะขับขี่ด้วย Sound Generator ด้วยเสียงที่ปรับแต่งอย่างประณีตเพื่อความเร้าใจ

อัตราการเร่งจาก 0 – 100 kmph ของ IS250 คันนี้อยู่ที่ 8.1 วินาที

และที่ความเร็ว 160 kmph, เสียงที่ดังที่สุดใน IS250 ก็คือเสียงหัวใจเต้น

 ไม่มีความรู้สึกว่ารถสั่นหรือส่าย, ก้านพวงมาลัยยังติดมือดี และปุ่ม Control เพลงต่างๆ ก็อยู่ตรงนี้ จึงควบคุมทุกสิ่งในรถได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องละสายตาหรือลดมือลงเลย

แต่ IS250 F Sport มันนิ่งจริงๆ รึ ?

ผมไม่รู้มือ Pro ทดสอบยังไง, ก็เลยลองเอาแหวนลูกปัดที่ Mayumi จังมอบให้ก่อนจากกันวางไว้บนพวงมาลัย…

แล้วขับ IS250 วิ่งจากเส้นรอบนอกเข้าเมือง…

ณ ความเร็ว 100 Kmph ขึ้นไป, ไม่มีการสั่นสะเทือนใดๆ ที่ทำให้แหวนหล่น ~

[จนมาเบรคหัวทิ่มเพราะคันหน้าขับรถอย่างนรกตรงแถวทองหล่อนี่ละ – -*]

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ IS250 F Sport ขับสนุก, Adrenaline พุ่งทั่วร่าง แก้มฝาด ขาวอมชมพูสุขภาพดี :D

เรื่องอัตราการกินน้ำมันก็ต้องเข้าใจอย่างครับว่า IS250 F Sport มันเป็นรถหนัก เครื่องยนต์ 2500 cc, แต่ตรงนี้ ถ้าใครไม่ได้ต้องการ Design แบบ Sport Car มากนัก…

ทว่าอยากได้ความประหยัดในแบบสวยนิ่งสงบ, ก็อาจจะเลือก IS300h Hybrid ไปแทน ~

หน้าตาก็อาจจะต่างจากตัว IS250 F Sport เล็กน้อย, คือดูไม่ Aggressive เท่า  

สังเกตว่าด้านหน้า, โดยเฉพาะตรงกระจังทีเรียกว่า Spindle Grille ดูไม่ดุเท่าตัว IS250 F Sport :)

อีกจุดนึงที่ผมชอบมากใน IS250 F Sport ก็คือคันเร่งที่หนักนิดๆ ต้องใส่แรงกดหน่อยๆ แต่พอทำงานร่วมกับ Sport S+ Mode, แรกแตะมันจะยังนิ่งๆ แต่พอกดคันเร่งลงไปอีก มันจะได้ยินเสียงล้อรถบดกับพื้นถนน…

ก่อนจะกระชากตัว พุ่งออกไปอย่างแรง o_O!!!

[ตอนแรกที่สลับจาก Eco Mode มาเป็น Sport S+ Mode นี่ทำเอาผมตกใจ แทบหงายหลัง :D]

และ Design ของคันเร่งเองก็เป็นโลหะแผ่นดิบๆ เลย, ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในสนามแข่ง

นี่คือ Feeling ที่ได้จริงๆ จาก IS250 Test Drive

แต่ความจริงแล้ว, ผมไม่ได้คิดว่าเราจำเป็นต้องใช้พลังเต็มที่ 4800 rpm

 

 

สิ่งนึงที่ผมรู้สึกเมื่อได้ขับ IS250 F Sport อยู่หลายวันก็คือ แม้จะขับในเมืองแถวสุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย, มันก็ยังสนุกสะใจได้อารมณ์ Sport อยู่ดี อาจจะด้วยการทดเกียร์หรือระบบภายในอะไรสักอย่าง เมื่อเราเข้า Sport S+

จะบอกว่ามันเป็น Sport Car ในแบบ Urban ก็น่าจะได้ ~

ยิ่งถ้าขับตอนดึกๆ ของคืนวันเสาร์แบบเปิด Moonroof

ผ่านไปเส้นไหนซอยไหนในสุขุมวิทที่จัด Party ก็มีแต่คนมอง

หรือจะลองขับอีกทีเช้าวันอาทิตย์กับครอบครัวก็ลงตัว

คงเพราะว่า IS250 จาก Lexus มันให้ 2 อารมณ์, Sport และ Luxury

ภาพทั้งหมดใน IS250 Test Drive Review ถ่ายด้วยกล้อง iPhone 5 & Galaxy S4 Zoom ~

 

 ค่าตัวของ IS300h & IS250 อยู่ที่ 2.99 – 3.99 ล้าน, ที่ผมชอบสุดก็คือ ความโดดเด่นสะดุดตาของ IS250 F Sport เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันมันเหนือกว่ามาก ขนาดที่ผมจอดรถเปิดประตูเดินลงมา คนก็รู้เลยว่า…

 “อ๊ะ คุณ Cookie o_O!!!”

   

One Reply to “Lexus IS250 Test Drive 2 : More Adrinaline Calling ;)”

Comments are closed.