“The New Yuppies : How to Build a New Generation of Tech Savvy Farmer”

คือ Article สั้นๆ ที่ผมอ่านเจอบน The Guardian UK แต่กลับรู้สึกนึกถึง “ฮิปสเตอร์ไทย [Hipster]”

มีหลายประเด็นน่าสนใจเช่น คนทำเกษตรรุ่นเก่าไม่เข้าใจความเปลี่ยนไปของโลกแต่คนรุ่นใหม่อย่าง Hipster ทำได้, ทั้งการใช้ Technology มาลดต้นทุนและการรุกเข้าสู่ตลาดใหม่ Margin สูงอย่างกลุ่มอาหาร Organics & Slow Food

[ซึ่งก็คือหลอกขายพวก Hipster ด้วยกัน, ถ้าพูดง่ายๆ – -]

เราข้ามผ่านยุคสมัยที่ถามว่า “Hipster คืออะไร ?” มาแล้ว แต่จากนี้ควรจะถามว่า “Hipster ทำอะไรได้บ้าง ?”

farmer-market-harvard-uni-boston-usa-backpack-iphone-6-plus-flea-hipster

1. โลกแห่ง IT ที่เกษตรกรยุคเก่าตามไม่ทัน, มันคือโอกาสทองของ Hipster !

เกษตรกรที่ปลูกผักซ้ำๆ กันทุกปีเพราะไม่รู้จะปลูกอะไร

สินค้าที่เหมือนกันทุกไร่จนล้นตลาด

การไม่เข้าใจในเรื่อง Demand & Supply

ไม่รับรู้ความเปลี่ยนของสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เหมือนแต่ก่อน, ทั้งสภาวะโลกร้อนและความรู้เรื่องพืชผักใหม่ๆ ไปจนถึง Trend อาหารที่กำลังมาแรงในต่างประเทศหรือในเมืองใหญ่ ซึ่งทั้งหมดที่ว่านี้เข้าถึงได้ด้วย Internet

เป็นสิ่งที่ Hipster มีในมือ, ด้วย iPhone 6 Plus / iPad Air หรือ MacBook

ทราบหรือไม่ครับว่าทุกวันนี้ “วาซาบิ” ที่ทานกันในร้านอาหารญี่ปุ่นก็ปลูกที่ภาคเหนือของไทยเรานี่เอง…

smart-bacon-junk-food-supermarket-usa-backpack-vegetable-iphone-6

2. ตลาดใหม่ Margin สูง, ทั้ง Slow Food และอาหาร Organics

พูดง่ายๆ, มันคือตลาดที่ขาย Hipster ด้วยกัน…

และยิ่งวันตลาดนี้ก็ยิ่งโตขึ้น

เพราะกรุงเทพฯ ชั้นในเริ่มมีลักษณะคล้ายญี่ปุ่น, ตรงที่เข้าใกล้สภาพ “สังคมผู้สูงอายุ” ซึ่งสินค้าในกลุ่ม “เพื่อสุขภาพ” สามารถ Up ราคาค่าตัวได้และก็ยังมีคนที่พร้อมจ่ายเงินให้กับอาหาร Organic รวมไปถึง Slow Food

ที่ญี่ปุ่นและในประเทศโลกที่ 1, มีการทำ Farm ใจกลางเมืองเพื่อให้ลูกค้ามาเก็บผักสดๆ กลับไปทาน

การใช้งาน Social Network & Internet, ซึ่ง Target คือกลุ่มคนวัย Hipster จะยิ่งเป็นช่องทางการขาย

ผมก็เพิ่งกลับจาก Tokyo เมื่อวันก่อน, ยังดื่มเบียร์ผสมน้ำมะเขือเทศ Asahi + Kagome อยู่เลยครับ…

asahi-red-eye-kagome-tomato-cookie-japan-can-beer-selfie-iphone-6-winter

3. ดีกว่าเป็น Hipster ตกงานในเมืองใหญ่ที่อะไรก็แพง

อัตราการว่างงานในกลุ่มคนวัย Hipster ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, โดยเฉพาะในประเทศโลกที่ 3

คร่าวๆ คือ 4.5 ล้านคนทั่วโลก

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากทำไร่ไถนา คงเพราะว่ามันไม่ “Hip” และไม่ “Cool” พอ, เมื่อเทียบกับการเข้าเมืองมาหางานทำ แม้จะต้องเตะฝุ่นอยู่นานแสนนานและการเป็น Hipster ในเมืองใหญ่ก็มีแต่ค่าใช้จ่ายที่แสนแพง

บางคนอาจฝันว่าจะรวยในชั่วข้ามคืนเหมือน Steve Jobs หรือ Bill Gates

[แนะนำ Blog เก่า, “4 ความจริงที่คนเรียนไม่จบมหา’ลัย ไม่กลับมาเล่าให้ Hipster ฟัง” ครับ]

การกลับไปทำไร่ไถนาอาจจะดีกว่าและยังช่วยลดอัตราคนว่างงานในประเทศได้ด้วย

starbucks-usa-review-vs-different-thailand-japan-uk-europe-iphone-6-plus-homeless

4. ความมั่นคงทางอาหารของประเทศชาติ

เราเกิดในเมืองไทย, คงเคยได้ยินบ่อยๆ ว่าโชคดีเพราะประเทศนี้มีอาหารอุดมสมบูรณ์

ความจริงคือ “เกือบใช่” ครับ เพราะเมืองไทยโยนผักโยนหญ้าลงไปตรงไหนก็เจริญงอกงาม แต่เรายังไม่ได้ใช้พลังของผืนแผ่นดินอย่างเต็มที่, ทำให้ชาวนาไทยยังคงปลูกข้าวเพื่อส่งออกได้แค่ราว 450 Kg ต่อไร่

ส่วนตัวผมตอน Backpack ไปญี่ปุ่น, เคยไป Farm ของที่นั่น ผลิตข้าวได้ราว 1100 Kg ต่อไร่…

เพราะชาวญี่ปุ่นใช้ทั้งใจใช้ทั้ง Technology ในการดูแลผลผลิตทางการเกษตร

[แต่ญี่ปุ่นก็ยังมีผลผลิตต่อไร่แค่ No.4 ของโลก, ที่คาดไม่ถึงคือ USA เป็น No.1]

Hipster ไทยจะช่วยได้ตรงไหน, ก็ย้อนกลับไปอ่านข้อแรกใหม่

sriracha-hot-sauce-chili-kikkoman-japan-usa-supermarket-wasabi-iphone-6

ตอนนี้กระแส “Anti – Hipster” ในไทยมาแรง, คงเพราะมีคน “หมั่นไส้” ในตัว Hipster ไม่น้อย

จริงๆ ความหมายของฮิปสเตอร์ [Hipster] คืออะไร ?

“Hipsters are a subculture of men & women typically in their 20’s – 30’s that value independent thinking / counter culture / progressive politics and an appreciation of art”

แปลว่า Hipster จริงๆ คือคนที่แตกต่างอย่างเป็นตัวของตัวเอง ทั้งแนวคิด / ศิลปะและการเมือง

แต่สำหรับ “ฮิปสเตอร์ไทย”, มันคือ “การแตกต่างเหมือนกัน”

ปั่นจักรยานรุ่นเดียวกัน สะพานกล้องแบบเดียวกันไปนั่งร้านกาแฟร้านเดียวกันเพื่ออ่านหนังสือหัวเดียวกัน

โดยมีพ่อค้ากำหนดอยู่เบื้องหลังว่า Hipster ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ขี่จักรยานหน้าตาแบบนี้ ถือกล้องยี่ห้อนี้

vienna-backpack-travel-yourself-wien-austria-city-tour-metro-rental-bike

ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะมีกระแส “Anti – Hipster” ออกมาเพราะว่า “ฮิปสเตอร์ไทย” ถูกมองว่า “กลวง” และเหมือนถูกหลอกไปวันๆ โดยพ่อค้า ดังนั้น พออ่าน Article นี้ใน The Guardian UK จบ, ผมก็ค้นพบอย่างหนึ่งว่า…

Hipster ในอังกฤษนี่มันไทยจริงๆ :)