Special : นัด "How to be Blogger แบบส่วนตัวและเพื่อธุรกิจ"

คงเพราะผมชอบการ Backpack และเขียน Blog เป็นงานอดิเรก…

พักนี้จึงมีบางบริษัทให้ความไว้ใจ, ให้ผมไปทำหน้าที่ติดต่อกับ Bloggers จากหลายๆ ชาติ

[ทั้งที่ภาษาอังกฤษผมก็ไม่ได้ดีอะไร และอย่าลืมว่าผม “ลาออกจากมหา’ลัยกลางคัน“]

อีก 6 เดือนเราจะเปิด AEC, [ถึงแม้ Football ใน Sea Games วันก่อน เราจะยังทำป้าย “อวสานหงสาฯ” เยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของพม่าอยู่ก็ตาม] แต่เมื่อ Week ที่แล้ว, ผมไปดื่มกับ Blogger สาวชาว Malaysia คนหนึ่ง

และนี่คือ 4 เรื่องตกใจเมื่อผมมองกลับมาที่เมืองไทย

shuffle-craft-beer-singha-guinness-rain-hill-free-happy-hour-stout-review-iphone-6

 1. ผมเขียน Blog เป็นภาษาไทย, ในขณะที่ Blogger มาเลย์เขียนเป็นภาษาอังกฤษและจีน

ไม่ใช่ว่าภาษาไทยไม่ดี แต่ภาษาไทยไม่มีพลัง

เราใช้ภาษาไทยคุยกันเอง 60 ล้านคน

อยู่ๆ ผมก็นึกถึงเรื่องของ “ซอสศรีราชา” ที่ทั่วโลกรู้กันดีว่ามันเป็น “ซอสของเวียดนาม” เพราะตอนนั้นมีชาว Vietnamese คนหนึ่งหนีไปตั้งรกรากใน USA แล้วก็เปิดโรงงานทำซอสพริกขึ้นมา ก่อนจะถูกปากคนที่นั่น

สำหรับคนไทย, เรารู้สึกว่า “ซอสศรีราชาคือของไทย” ซึ่งจะจริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญ

แต่เผอิญว่า “ซอสศรีราชาของเวียดนาม” มันไปดังที่ USA และโลกก็บอกว่า “Okay, นี่คือซอสเวียดนาม”

ถ้าเราบอกให้คนอีก 6 พันล้านรับรู้ไม่ได้ว่า “นี่คือของไทย”, มันก็ไม่ใช่ของเรา

 pad-thai-prague-singha-different-thailand-sriracha-sauce-vietnam-usa

2. เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนบ้านเลย

พอได้นั่งดื่มกับ Blogger สาวชาว Malaysian, ผมก็นึกถึง “วิชาสังคม” สมัยประถมฯ

Malaysia ในความทรงจำคือ “ช่องแคบมะละกา [ที่สมัยเด็กๆ ผมเรียกว่า “ช่องแคบมะละกอ…]”

“ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม”

แต่ความจริงคือ Malaysia มีคนเชื้อชาติศาสนาอื่นรวมกัน 50%, เช่นคุณ Blogger สาวที่นั่งตรงข้ามผมก็เป็นชาวพุทธเชื้อสายจีนซึ่งก็คิดเป็นสัดส่วน 24% ของ Malaysia และปัจจุบันรายได้ต่อหัว [GDP] ของ Malaysian ก็สูงกว่าไทยเท่าตัว

[Thailand 5678 USD, ส่วน Malaysia อยู่ที่ 10304 USD ซึ่งเป็นตัวเลข GDP 2014]

ในตำราเรียนตอนนั้น, จำได้ว่า Malaysia ก็พอๆ กับไทยหรืออาจแย่กว่าเรานิดหน่อยด้วยซ้ำไป

aec-asian-gdp-ppp-population-thailand-singapore-top-country-2015-compare-table

3. เราภูมิใจในประวัตศาสตร์พันปีและดูถูกชาติอื่นใน AEC ด้วยกัน

ป้าย “อวสานหงสาฯ” ที่คนไทยแห่กัน Share บน Facebook เมื่อวันก่อนตอนเราชนะบอลพม่่าใน Sea Games คือตัวอย่างหนึ่งที่ดี [ในขณะที่สำนักข่าวพม่าทำภาพ “Thailand VS Myanmar Fair Game” แต่คงไม่ค่อยมีใครเห็น]

การภูมิใจในเรื่องเก่าๆ ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

แต่บางที, หรือมันหมายความว่าเพราะพันปีมานี้ เราไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้ภูมิใจ ?

 สุดท้ายก็วนเวียนไปมากับเรื่องไทยรบชนะพม่าและการไม่เคยเสียเอกราชให้ใคร

[ซึ่งเรื่องนี้อย่าไปพูดให้ต่างชาติฟังด้วยหลายๆ เหตุผล, เขียนไปก็ Drama เพราะว่าคนไทยรับไม่ค่อยได้]

และเมื่อข้อ 1 รวมกับข้อนี้, ก็คือข้อ 4

gen-pu-kan-japanese-yakiniku-burmese-staff-hire-aec-galaxy-s4-docomo

4. เด็กรุ่นใหม่ฝันไกลแต่ไร้ปัญญา ในวันที่พม่ากลับมาตีเมืองไทย

ผมนึกถึง Blog เก่าเมื่อปีก่อนขึ้นมา, ผมสังเกตว่าพักหลังๆ ร้านอาหารและ Pubs ที่ผมไปบ่อยๆ บนสุขุมวิทติดรถไฟฟ้ามีการใช้พนักงานเป็นคนต่างชาติ โดยเฉพาะพม่าและ Filipino มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลในข้อ 1

การจ้าง 2 ชาตินี้มีต้นทุนต่ำกว่าการจ้างเด็กนักศึกษาไทยจบใหม่

และ Filipino กับพม่ายังใช้ภาษาอังกฤษได้ดี…

ความหมายหนึ่งของ AEC ก็คือการที่แรงงานสารพัดชาติจะสามารถโยกย้ายประเทศง่ายขึ้น

ผมเคยเชื่อว่ามันคงไม่ส่งผลอะไรในตลาดแรงงานระดับเงินเดือนหลักหมื่นปลายถึงหลักแสน

แต่สงสัยไหมครับว่าทำไมอยู่ดีๆ พักนี้ผมถึงไปดื่มกับ Bloggers จากประเทศ AEC หลายๆ คน ?

 aec-bloggers-meeting-company-htc-2-sim-shuffle-chinese-review-craft-beer-thailand

ตลาดจะใหญ่ขึ้น

ล่าสุดมี Condo ไทยเจ้าหนึงไป Deal กับ Blogger ต่างประเทศด้วยงบ 7 หลัก, เพื่อให้คนบางชาติสามารถอ่านข้อมูลของอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้นในภาษาของตน [ซึ่งเขียนโดย Blogger ที่เป็นคนในชาติตัวเอง]

หรืออาจจ้างทีเดียวได้ครบ, ทั้งภาษาอังกฤษ / ภาษาจีนและภาษาของประเทศนั้นๆ

มันคุ้มกว่าการเชิญ Blogger ไทยไปงาน แล้วอ่านกันเอง

ถ้าจ่ายแพงขึ้นอีก 30%, เห็นทั้ง AEC

หรือถ้าเขียนดีๆ ก็อาจเห็นกันทั้งโลก

เหมือนตอนผมเขียน Blog ก่อน iPhone 6 Plus เปิดตัวแล้ว BGR / IBTimes นำไป Share

iphone-6-air-4-7-5-5-cookiecoffee-blog-thailand-leak-bgr-ibtimes-case

 ผมเองด้วยงานอดิเรกคือการเขียน Blog และ Backpack, ทำให้มีโอกาสบินไปนั่นโน่นนี่รวมๆ กันแล้วกว่า 30 ประเทศ [น่าเสียดายที่ใน AEC ยังเคยไปแค่ Singapore] แต่มาวันนี้ ผมกลับเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมเราถึงโลกแคบมาก”

ใครที่อ่าน Blog จนถึงบรรทัดนี้แล้วไม่รู้สึกอะไร, รู้ไว้ว่าคุณมีเวลาเหลือไม่ถึง 6 เดือน…