Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

CookieCoffee Blog, ไดอารี่ติงต๊องจากกล้องมือถือ มีคนเข้าต่อวันเฉลี่ย 7772 คน ผมว่าตัวเลขนี้ทำให้คุณนักข่าว American แปลกใจพอสมควร เพราะจากตอนแรกที่เค้านั่งก๊อกแก๊กกับ Mac ของเค้า กลายเป็นหันมานั่งสัมภาษณ์ผม :D

และเค้าจะแปลกใจกว่านี้อีก ถ้ารู้ว่าเนื้อหาใน Blog ผมมันไร้สาระ 99% ^^”

เรื่องนี้มันตั้งแต่ตอนที่ผมไป Backpack & Free Hug ที่สิงคโปร์รอบล่าสุด ว่าจะเล่าหลายที เพราะผมคิดว่ามันมีประโยชน์กับคนที่เขียน Blog นะ ~ แต่ตัวผมเองไม่มีความรู้เรื่อง SEO & HTML ใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นอย่าหวังมากว่าจะมีสาระ :P

[หรือไม่เคยหวังอยู่แล้ว XD]

คุณฝรั่งคนนี้เค้าเห็นผมกำลัง Up Blog เรื่องบ้าๆ บอๆ ที่ผมทำใน Singapore, อย่างภาพข้างบนนี่ ผมก็ up จากร้าน Coffee Bean ใน Changi Airport แบบสดๆ ว่าด้วยเรื่องกาแฟล้มช้าง ~

และผมก็เลย present ให้เค้าดูเลยว่า คราวก่อนน่ะ ผมมา Backpack แล้วก็ยืน Free Hug ที่ Bugis MRT ผมก็ถ่ายภาพแล้วเอาเรื่องพวกนี้ Update ลง Blog แบบ Live เลย เจอเรื่องอะไรก็เขียนมันที่ร้านกาแฟแถวๆ นั้น

เค้าก็แปลกใจ แล้วถามผมว่า “Are You a Blogger ?”

ซึ่งผมว่า… เค้าดูไม่ค่อยมั่นใจกับคำถามเท่าไร ผมก็ไม่มั่นใจว่า “Blogger” ในความคิดเค้ากับผมน่ะมันเหมือนกันไหม – –

อ๋อ… เค้าเข้าใจว่าผมทำ Blog เป็นงานหลัก มีรายได้จากมัน คือเขียนเล่า diary ชีวิต แล้วก็ได้เงินเพื่อเอามาเดินทางหาเรื่องเขียนต่อไป ^^)

คุยไปคุยมา ผมก็ซดเบียร์ Asahi ที่ผมตุนไว้ในตู้เย็น เค้าก็บอกว่ารอเดี๋ยวแล้วก็ไปซื้อเบียร์มาบ้าง [ยี่ห้อไรไม่รู้ หน้าตาประหลาดๆ = =] เค้าก็เริ่มอธิบายว่า Trend ของ Blog มันมาแรงมากใน USA เมื่อปีก่อน และทางฝั่ง Asia เองก็เริ่มเห็นชัด พวกบริษัทต่างๆ แม้แต่ Big Name ก็หันมา Deal กับ Blogger โดยตรง ไม่ผ่าน Agency

สาระมั้ยครับ… ที่เขียนนี่ผมก็ไม่เข้าใจหรอก ^^

ใครที่รู้ Marketing อาจจะ Get เลย ส่วนใครที่ไม่รู้เรื่องนี้ก็อ่านผ่านๆ ซะ อย่า Serious ;)

คุณนักข่าวฝรั่งคนนี้เค้าให้เหตุผลว่า การลง Ad ในสื่อยุคเก่ามันแพง ช้า ไม่รู้ยอด เข้าไม่ถึง ไม่เหมือนการเข้ามาทัก Blogger คนนึงๆ โดยตรง มันใช้งบน้อยกว่ามาก ตรงกลุ่มเป้าหมายสุดๆ เขียนเนื้อหาเท่าไรก็ได้ ไม่จำกัดหน้ากระดาษ [เช่นหนังสือพิมพ์ & Magazine] สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ตลอดเวลา และ Check Traffic ได้เลย

 

ตอนนี้เค้านั่งเปิด CookieCoffee บน Mac ของเค้าด้วย อ่านออกรึนั่น :D

ผมบอกเค้าว่า Blog ผมเป็นแค่ Hobby ไม่ใช่ Business วันๆ ผมก็เขียนแต่เรื่องไร้สาระ อย่างเรื่องยืน Free Hug นี่ละ

คุณนักข่าวเค้าเลยถามผมว่า ทำไมไม่ทำ Blog แบบ Business ละ ? ในเมื่อมี Traffic ต่อวันสูงพอควร [สำหรับ Blog แบบ Local] และมีแนวโน้มว่า Visitors จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ?

ผมตอบเค้าว่า ผมเขียน Blog เพราะสบายใจ อยากเขียนอะไรตามใจในสิ่งที่ผมชอบ

เค้าแนะนำผมว่า ถ้าผมเขียน Blog แบบ Business จะมีรายได้เพิ่มอีกเยอะ พอมีเงินมากพอ ก็ค่อยมาเปิด Blog เขียนเรื่องที่อยากเขียนใหม่ก็ได้

ฟังแล้วงงมั้ยครับ… ก็แล้วทำไมผมต้องรอเขียน Blog แบบนั้นในอนาคตด้วย ทั้งที่ตอนนี้ก็เขียนอยู่ – -* 

ไม่รู้เพราะคุยไม่รู้เรื่องหรือต่างคนต่างเริ่มเมาเบียร์ ~ :D

แต่เรื่อง Blog ในแบบ Business นี่ผมก็ว่ามันเป็นไปได้ และคงเป็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ อย่าง CookieCoffee นี่เห็นติงต๊องๆ เปิดมาไม่ถึงปีก็มี Agency ติดต่อมาประมาณ 5 บริษัท ถามเรื่องการเป็น Sponsor

แต่ผมเรื่องมาก [เล่นตัว :D] บอกเค้าไปว่า ผมไม่อยากได้ Sponsor ไม่อยากแบบว่าวันนึงจะเขียนบ่นอะไรที ต้องมานั่งคิด นั่งกรอง ส่งเนื้อหาให้ Agency อ่าน

ถ้าเข้ามาแบบ Partner กัน ผมถึง Ok คือ Deal กันง่ายๆ เน้นความไร้สาระ ^^”

พวก Agency ฟังแล้วก็งง มันคืออะไรหว่า – –

Hmm,…

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน 555+

 

 

 

แต่ก็นั่นละครับ ~ ที่เขียนมายืดยาว ไม่ได้จะอวด Blog ติงต๊องของตัวเอง [มีอะไรน่าอวดรึ – -*] แต่อยากจะบอกว่า เดี๋ยวนี้ Blog มันเป็น Channel นึงที่ดี สำหรับทุกๆ คน หากเราคิดว่าเรา Expert ทางสายนั้นๆ เราก็บอกให้โลกรู้ได้เลย

และจากงานอดิเรกมันอาจกลายเป็น Business ได้ด้วย ตามที่ตาลุงฝรั่งนักข่าวคนนี้บอก

ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่มักจะมี Blog / Facebook ของตัวเอง มันเป็น Channel หนึ่งที่ดีมากๆ นะ ผมอยากให้เขียนกันต่อไป

จริงๆ ผมอยากจะเขียนแนะนำวิธีการสร้าง Blog อย่างไรให้ดีด้วย

แต่… ผมไม่รู้ 555+

 

 

รู้สึกจะไม่ค่อยได้สาระเท่าไรแฮะ แย่จัง XD

 นี่ผมยังไม่ได้นอนเลย เอ๊ะ… รู้สึกวันนี้มีประชุมด้วยนี่นา…

หึหึ – -+

 

Comments are closed.