เป็นคนจนยิ่งต้องจ่ายแพง : จาก Pantip สู่การซื้อบ้านเงินสด | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

เป็นคนจนยิ่งต้องจ่ายแพง : จาก Pantip สู่การซื้อบ้านเงินสด

เป็นกระทู้แนะนำในห้องสีลมและ [เดาว่าน่าจะถูก Shared ต้นฉบับออกมาจาก] Facebook ชื่อ “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ซึ่งเนื้อหาก็ไปใกล้เคียงกับ “It’s Expensive to be Poor” ของ The Economist ว่าด้วย “การจ่ายแพงกว่าของคนยากไร้”

เมื่อวานผมไปซื้อตึกแถวหลังหนึ่งด้วยเงินสด

แปลง่ายๆ ว่า “ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยค่าผ่อนบ้านสักบาท” 

[และเหตุผลที่รีบ“ซื้อแล้วโอนทันที” ก็เพราะรัฐบาลมี Promotion ลดค่าโอนบ้านจาก 2% เหลือ 0.01% ต้นปี 2016]

เนื้อหาของกระทู้ที่ว่า “เป็นคนจนยิ่งต้องจ่ายแพง [It’s Expensive to be Poor]” ก็เช่น…

it-s-expensive-to-be-poor-the-economist-thai-pantip-drama-rich-pay-less-why-capitalist

คนจนต้องจ่ายค่ากระดาษชำระแพงกว่าคนรวย !

งานวิจัย [จากในกระทู้ Pantip] อ้างว่า “คนรวยสามารถซื้อกระดาษชำระ 30 ม้วนได้ในราคา 24 USD, ในขณะที่คนจนมีเงินน้อยเกินไปจึงต้องจ่าย 5 USD เพื่อซื้อกระดาษชำระ 4 ม้วนต่อครั้งและกลับมาซื้ออีกทีในวันที่กระดาษหมด…”

แปลง่ายๆ ก็คือ “กำลังซื้อที่ต่ำทำให้ต้องจ่ายแพง”

[และยังไม่นับในกรณีที่ราคากระดาษชำระของวันพรุ่งนี้อาจสูงขึ้นอีกด้วยสภาพเศรษฐกิจ]

จาก Research, คนจนต้อง “จ่ายแพง” กว่าคนรวยราว 6% ในการซื้อกระดาษชำระ !

ปัญหาคือ “ใช่ว่าคนจนใช้เงินไม่เป็นแต่ระบบธุรกิจทั้งหมดมันถูกออกแบบมาเพื่อคนรวย”

แม้กระทั่ง “ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน” อย่างกระดาษชำระเองก็ยังเห็นผลชัดเจน

it-s-expensive-to-be-poor-the-economist-thai-pantip-drama-rich-pay-less-why-capitalism

ผม [ฉลาดสุดๆ หรือโง่มากๆ ?] ที่ซื้อตึกแถวด้วยเงินสด

มีคนค้านเหมือนกันว่า “อย่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ [และทุกสรรพสิ่งในชีวิต] ด้วยเงินสด

เพราะมันแปลว่าผมเอา “เงินหลักล้านบาทไทย” ไปลงไว้กับกล่องสี่เหลี่ยมตันๆ หนึงใบที่สร้างด้วยปูน, แทนที่จะ “ผ่อน” แล้วเอาเงินจำนวนหลักล้านนั้นๆ ไป “ลงทุนเพิ่ม” เพื่อให้เกิดเงินงอกเงยกลับมาซื้อตึกแถวเพิ่มได้อีก 3 หลัง !

แต่เห็นตัวเลขดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับธนาคารเพื่อจะมีบ้านสักหลัง, ผมก็แทบจะ Shocked ตาย

ปีที่แล้วผมเห็นคนผ่อนบ้านมือสองราคา 2.8 ล้านนาน 20 ปี, เมื่อรวมดอกเบี้ยที่ 3.9% เข้าไป…

แปลง่ายๆ ว่าเขาต้องจ่ายค่าบ้านหลังนี้จริงๆ เป็นเงินเกือบ 6 ล้าน, ส่วนต่างให้ Bank แพงกว่าค่าบ้านเสียอีก !

สุดท้ายผมก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าที่ตัดสินใจซื้อคือ “โง่” หรือ “ฉลาด”, ด้วยเหตุผลแค่ว่า “ไม่อยากจ่ายค่าดอกเบี้ย ?” 

homeless-drunken-underground-subway-metro-beggar-usa-new-york-iphone-6

และคนจนก็ต้องจ่ายค่าเดินทางแพงกว่าคนรวย…

นอกจากบ้าน, ผมก็ยังซื้อรถด้วยเงินสด [ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยว่าคงโดนถล่มคำถามมากมาย]

แุถมยังไม่ค่อยได้ขับเพราะปีๆ หนึ่งผมอยู่ไทยไม่น่าจะถึง 6 เดือน

ปัจจุบันเหมือน “ซื้อรถมาจอด” แต่ผมกลับมองว่า “แค่เกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้รถหนึ่งครั้งก็คุ้มแล้ว !” 

ในประเทศที่ Taxi มีไว้ปฏิเสธผู้โดยสาร, ยังไม่นับเรื่องอันตรายสำหรับผู้หญิงที่ต้องเข้าบ้านตอนมืดๆ

และผมยังเคยคำนวณเล่นๆ ว่าถ้าผมขับรถไปประชุมงานแถวทองหล่อระยะทาง 10 Km จะต้องจ่ายค่าน้ำมันเพียง 30 – 40 บาท, ตรงข้ามกับการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่ “แพงกว่ามาก” เพราะค่าวินมอ’ไซค์ออกไปปากซอยบ้านก็ 20 บาทแล้ว

พอต่อ BTS อีก 40 บาทเพื่อลงทองหล่อแล้วเรียกพี่วินฯ อีกครั้ง, รวมค่าเดินทางเข้าออกไปกลับเกือบ 200 บาท !

 starbucks-usa-review-vs-different-thailand-japan-uk-europe-iphone-6-plus-homeless

ยิ่งใช้บัตร Credit ยิ่งดีกว่าเงินสด 

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Article เรื่อง “It’s Expensive to Be Poor” ของ The Economist

แต่ก่อนผมก็เป็นคนหนึ่งที่ “Anti Credit Card” เพราะถูกใครไม่รู้ฝังหัวมาว่ามัน “ฟุ้งเฟ้อ”

ปัจจุบันตรงข้าม, ผมใช้บัตร Credit จ่ายแทบทุกสิ่งเท่าที่จะจ่ายได้

ตั้งแต่การ “ซื้อ iPhone 6 ที่ New York” ไปจนถึงการจอง Hostel ข้างถนนใน Hanoi

การใช้บัตร Credit Card ทำให้เรา “สำรองจ่าย” ไปก่อนได้ในกรณีฉุกเฉินเช่นการเข้าโรงพยาบาลระหว่าง Backpack ประชุมงานต่างประเทศ / ใช้ Lounges ตามสนามบินฟรี / มีส่วนลดตามร้านอาหารและสะสมแต้มแลกของรางวัลได้ !

ยิ่งบัตรแพงก็จะยิ่งมีสิทธิพิเศษเพิ่มเข้าไป, คนที่มีเงินสดใช้จ่ายแค่วันต่อวันกลับต้องจ่ายแพงที่สุดเสมอ

vietnam-2016-aec-hanoi-ho-chi-minh-slum-danger-tet-new-year-fire-railway-student

เป็นคนจนจึงเจ็บปวด…

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อว่าผม “เรียนไม่จบมหา’ลัย” และเคยทำงานพิเศษเพื่อหาค่าเทอม [นั่นเป็นเหตุผลที่ปัจจุบันผมก็ยังสนับสนุนเรื่อง “การศึกษาของเด็กยากไร้“, ถึงขั้นที่เคยไปจ่ายค่าเทอมให้ชาวบ้านชาวช่องเขาฟรีๆ จนโดนด่ามาหลายที]

คุณพ่อผมขี่มอ’ไซค์ส่งของ, และตอนเด็กๆ ผมก็เคยไปยืนเกาะกระจกร้าน S&P เพราะไม่มีเงินจะเข้าไปกิน

จึงเข้าใจดีเลยว่า “บ้านคือความฝัน” ของคนจนและชนชั้นกลาง

แต่เรากลับต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยหาศาลเพียงเพื่อจะมีที่อยู่อาศัยเล็กๆ, ซึ่งบ่อยครั้งก็ต้องจ่ายเท่าราคาตัวตึก !

ยิ่งในวันที่ผมสามารถซื้อบ้านและรถด้วยเงินสด, จึงยิ่งซึ้งเข้าไปถึงหัวใจว่าเนื้อหาในกระทู้นั้นมัน “จริง” แค่ไหน

“ยิ่งจนยิ่งจ่ายแพง” ในเมืองที่ค่าแรงแทบจะไม่พอค่ากิน, ในเมืองที่คนรวยขับรถชนคนตายได้ไม่ผิดกฏหมายใดๆ

sanya-tokyo-biggest-slum-japan-homeless-iroha-free-donation-history-poor-death-thief