Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

เมื่อวานผมเพิ่งจะฟังข่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดจำนวนลงอย่างมากหลังรัฐบาลไทยมีนโยบายเข้มงวดขึ้นและเมื่อเดือนก่อน, ธนาคารใหญ่อย่าง TMB ก็เริ่มนโยบายดอกเบี้ยเงินฝาก 0% [แม้จะยกเลิกทันทีหลังถูกประท้วงก็ตาม]

รวมแล้ว, สภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังของ 2016 ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้นสำหรับคนหาเช้ากินค่ำหรือพนักงานประจำ

cookiecoffee-2016-blogger-thai-best-top-visitor-statcounter-money-get-sponsor-how-to

4. Facebook / Fan Page ไม่ได้ทำให้คนเข้า Blog ลดลงแต่อย่างใด

ย้อนไปสมัยที่ Social Network กำลังมาแรงในช่วงแรกๆ, มีคนบอกผมว่า “Blog จะตายเพราะ Facebook !”

แต่สุดท้ายผมกลับพบว่า “มันตรงข้ามโดยสิ้นเชิง” 

Facebook กลับช่วยสนับสนุนให้คนเข้า Blog ของผมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล,

ยกตัวอย่าง Case Study ที่ง่ายและชัดเจนมากก็คือเมื่อปี 2015 ที่ทุก Fanpage หันมาทำ “คลิกเบท [Click Bait]”, หลอกให้คนกดเข้าไปอ่านต่อใน Website จนทำให้ Web ข่าวไทยแห่งหนึ่งขึ้นแซง Kapook & Sanook ได้ !

[ผมไม่ Anti Clickbait หากกดเข้าไปแล้วมันมีสาระ, เช่นที่ Forbes เขียนเรื่อง “iPhone 7 จะเปิดตัวราคาถูกลง !”]

มาถึงจุดหนึ่ง, ผมว่า Blog คล้ายกับ Goal Keeper แต่ Facebook Fanpage คือกองหน้าที่สามารถใช้งานร่วมกันได้

bar-b-q-plaza-b-gon-egg-hunt-winter-snow-hat-cookie-iphone-6-starbucks

3. Smartphone ไม่ได้ทำให้คนเข้า Blog ลดลง, เสาร์อาทิตย์กลับเยอะขึ้น

ที่น่าสนใจคือแต่ก่อน, วันที่คนเข้า Blog ผมมากสุดคือวันจันทร์และน้อยสุดคือวันอาทิตย์

ซึ่งถ้าให้เดา, ก็คงเพราะคนส่วนใหญ่ใช้ Laptop / Macbook ในการเล่น www

พอถึงวันหยุดก็ไม่อยากจะเปิด Com…

แต่ปัจจุบันตรงข้าม, ดัง Stat ที่เห็นว่า 74.1% ของคนที่เข้ามาอ่าน CookieCoffee ใช้ iPhone & iPad !

ยิ่งวันหยุดที่ไม่รู้จะทำอะไร, นอนกลิ้งไปมาก็เล่น Facebook บน iPad & iPhone [ย้อนกลับไปอ่านข้อ 4]

เมื่อก่อนคนทำ Website มักจะมีความคิดว่า “วันหยุดไม่ต้อง Update ข้อมูลสินค้าหรอก” หรือ “คงไม่มีใครซื้อของ Online ช่วงเสาร์อาทิตย์” แต่เดี๋ยวนี้อาจไม่ใช่, เพราะคนแทบไม่ต้องใช้ Laptop / Macbook ในการเล่น www อีกแล้ว

cookiecoffee-stat-2016-no-1-thai-best-blogger-browser-ios-iphone-sponsor

2. Blog & Website ไม่มีใครมาลดยอด View & Reach ได้

ข่าวการปรับลด View & Reach รับเดือน July 2016 เมื่อวันก่อนอาจทำให้บรรดา Marketers ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของ Online บน Facebook ถึงกับกระอัก, โดยเฉพาะใครที่เป็น SMEs รายเล็กๆ ซึ่งไม่ได้มี Budget สำหรับลงโฆษณาก้อนใหญ่ๆ

เพราะต่อไป Zuckerberg อาจลดยอดคนเห็นข้อความของ Facebook Fanpage ลงอีกเรื่อยๆ

จากปัจจุบันที่ 1.x % เป็น 0.000000000000x %

[และไม่แน่ว่าในอนาคตอาจลดลงเหลือ 0.00 % จริงๆ, เพื่อบังคับให้ต้องซื้อ Facebook Ad เท่านั้น]

ทำให้ Brands น้อยใหญ่ในต่างประเทศเริ่มหันกลับมาหา Website หลักของตน, ไม่ก็เรียกใช้งาน Bloggger ทันที

นี่คือข้อดีว่าด้วยการมี “พื้นที่” ของตัวเองจริงๆ, และจะส่งผลไปถึงข้อ 1

ios10-beta-2-free-update-non-developer-facebook-app-crash-solve-cookie

1. Blog หาเงินได้ทันทีและเป็นสินทรัพย์ของเรา

เมื่อเดือนก่อน, ผมแอบทดสอบการเอาป้ายโฆษณา Google Ad มาติดบน Blog อยู่สองสามวัน

ด้วยความอยากรู้ว่า “ถ้าวันหนึ่ง Blog ไม่มี Sponsors [และผมตกงาน], จะยังสามารถหารายได้แบบ Passive Income ได้รึไม่ ?” จาก Blog ที่มีคนเข้าวันละราว 60000 – 70000 คน [UIPs] และจากยอด Pageview ที่ตกเดือนละ 2.6 ล้านครั้ง

ผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก…

หากวันไหนผมโดนไล่ออกและ Sponsors ทั้งหมดถอนตัว, ผมอาจติด Google Ad บน Blog นี้สัก 20 ป้าย

ข้อดีของ Blog & Website คือ “มันเป็นสินทรัพย์ของเรา” ที่จะทำอะไรกับมันก็ได้

แน่นอนว่า Facebook ไม่มีตรงนี้, เพราะมันเหมือนเราไปเช่าตึกของเขานั่นเอง

gogoprint-online-startup-sme-review-business-card-free-code-starbucks-lalamove

แต่ผมก็ไม่ได้สนับสนุนว่าการเขียน Blog ดีกว่าทำ Facebook Fanpage, เพราะอย่างที่บอกว่า Blog เหมือนกับ Goal Keeper แต่ Facebook Fanpage คือกองหน้าที่สามารถ “ยิงประตู” ทำคะแนนได้อย่างรวดเร็ว

กองหน้าที่ดีอาจทำให้ทีมชนะแต่ Goal Keeper ที่แข็งแกร่งทำให้ทีมไม่มีวันแพ้ครับ