Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

ในวันที่ผมมาประชุมงานสำคัญ, กับผู้ท้าชิงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ [DD] คนต่อไปของการบินไทยที่ชื่อ “ศรีล สุขุม” พร้อม Bloggers และสื่อมวลชนคนใหญ่โตอีกหลายท่านแต่นาทีที่หยิบสมุด Notebook ขึ้นมาเพื่อจดเนื้อหาก็พบว่า…

ผมน่าจะลืมดินสอไว้ไหน “สักแห่ง”

จะว่าไป, ดินสอและปากกาเป็นสิ่งมีชีวิต [?] ที่น่าประหลาดใจเพราะมันมักจะหายทุกทีที่เราต้องการ

และที่ๆ มันหายไป, ก็คือ “ที่ๆ ไม่มีใครรู้แม้แต่ Google !”

จริงรึเปล่าก็ไม่ทราบ, ผมจึงลอง Googling ด้วยคำว่า “Missing Pencil”

king-bhumibol-sustainable-economic-half-pencil-lost-to-where-bk-magazine-eastin-green-garden-bangkok

เรื่องเล่าของดินสอ, จากตอนหนึ่งของ “Like the Flowing River” 

ค่ำวันหนึ่งวันนั้น, เด็กน้อยนั่งมองคุณยายเขียนจดหมาย

ด้วยความสงสัย, จึงถามออกไปว่า “คุณยายเขียนถึงผมอยู่รึเปล่า ?”

ในรอยยิ้มน้อยๆ, หญิงชราเงยหน้ามองแล้วตอบว่า “ใช่…” 

“แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเนื้อหาก็คือยายอยากให้หลานเป็นเหมือนดินสอแท่งนี้”

เป็นนิทานสั้นๆ จากฝีมือของนักประพันธ์ชื่อก้องโลกนามว่า “Paulo Coelho” ที่หลายคนอาจรู้จักดีจาก “The Alchemist” ซึ่งถูกตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 80 ภาษาในจำนวน 200 ล้านเล่มทั่วโลกและนิทานเรื่องนี้ก็ขึ้นมาบนหน้าแรกของ Google

ก่อนจะตามหาว่าดินสอหายไปไหน,

paulo-coelho-story-of-pencil-hand-guiding-your-step-god-king-bhumibol-quote-nobel-glasses

“เป็นเหมือนดินสอแท่งนี้”

1. ทุกครั้งที่ดินสอถูกเหลา, มันอาจจะเจ็บปวดแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความแหลมคมที่ยิ่งกว่า

2. อาจมีบ้างบางเวลาที่เราเขียนผิดแต่ที่หัวดินสอก็ยังมียางลบติดไว้, ชีวิตเรายังแก้ไขได้

3. แม้หน้าตาของดินสออาจต่างกันไปแต่สิ่งที่เป็นหัวใจของมันคือแกนด้านใน, อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกมาหลอกลวง

4. และหน้าที่ของดินสอคือการทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้โลกจดจำ

แต่ 5. การที่ดินสอจะทำเช่นนั้นได้ก็เพราะมี “มือของใครสักคนประคองเอาไว้”

ทุกวันนี้เราอาจใช้ดินสอไม้น้อยลงและใช้ปากกา Stylus บน iPad หรือ Technology  ต่างๆ มากขึ้นแต่ไม่ว่าจะเขียนด้วยอะไร, ก็ต้องมีใครสักคนเป็น “ผู้ถือ” และครั้งแรกที่เห็นดินสอที่ถูกเหลาจนกุดแท่งนี้ข้างๆ กันกับผลการค้นหาของ Google

king-bhumibol-sustainable-economic-half-pencil-lost-to-where-his-majesty-museum

ผมยังแปลกใจว่าเจ้าของคือใคร ?

อย่าว่าแต่จะ “ขยันเหลา”, สมัยเด็กผมก็เป็นอีกคนที่ทำดินสอหายบ่อยๆ

โดยไม่เคยแม้แต่จะใส่ใจมันด้วยซ้ำว่า “หายไปไหน ?”

แน่นอนว่าดินสอที่เห็นในภาพคือ “ดินสอทรงงาน” ของในหลวงท่าน

ซึ่งได้จากโลกนี้ไป…

การที่ดินสอแท่งนี้สั้นมันไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานหนักแต่ยังบอกถึง “ความใส่ใจ” ในคุณค่าของสิ่งของที่เรา [และเด็กที่นอนข้างๆ คุณยาย] มองว่า “มันก็แค่ดินสออีกแท่งหนึ่ง” ซึ่งหาที่ไหนเมื่อไรก็ได้และนั่นก็คงทำให้เราทำมัน “หาย” ทุกครั้ง

กว่าจะรู้ค่าก็เมื่อเวลาที่มันจากไปอย่างไม่มีวันกลับ, ไม่ว่าจะค้นบน Google นับกี่พันกี่หมื่นครั้งก็ตาม

thai-festival-japan-girl-tokyo-wai-buffalo-bhumibol-king-death-secret-story-black

Update : ไปเจอ Facebook Fan Page อันหนึ่งน่าสนใจชื่อ “รวมพลังหารสอง”, www.facebook.com/eppohan2 ว่าด้วยสารพัดวิธีประหยัดง่ายๆ แต่ทำได้ในชีวิตจริงแบบที่ฝรั่งเมืองนอกเรียกเป็นมุขขำๆ ว่า “Life Hacking” นั่นเอง

อย่างการเอาไม้แขวนเสื้อพังๆ ทำที่แขวนม้วนกระดาษชำระในห้องน้ำ

ก็เป็น Life Hacking ตามรอยในหลวงได้เหมือนกัน

 หรืออย่างใน Youtube นี้, ที่คุณ Stamp มาเล่นเป็น Jason ศุกร์ 13 ก็ Share แนวคิด “หารสอง” แบบง่ายๆ

เช่นการขึ้นบันไดในห้างหรือ Condo แทนที่จะใช้ Lift

ช่วยลดการใช้พลังงานและยังได้สุขภาพดีกลับมาฟรีๆ

แทนที่จะต้องไปจ่ายให้ Fitness ครับ /