Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง !!! > "Click"

--------------------------

เวลาที่ผมบอกคนขับ Uber ว่า “นั่งมาเป็นพันครั้ง” 

บางคนตกใจ, แต่ผมคิดว่าหลายคนอาจไม่เชื่อเท่าไร

วันนี้ลอง Check จำนวนรอบที่นั่งผ่าน Uber Total App ดู, สรุปก็คือผมใช้ Uber มาทั้งหมด 1601 ครั้ง [Uber X 741 ครั้ง / UberEats 527 ครั้ง / UberBlack 240 ครั้งและ Uber SUV อีก 12 ครั้ง] รวมระยะทางทั้งสิ้น 9691 Miles

[พอๆ กับนั่งเครื่องบินไปกลับ Bangkok & Munich…]

แต่วันนี้, Uber Thailand ได้ประกาศขายกิจการให้ Grab, คู่แข่งรายใหญ่จาก Singapore แล้ว !

total-uber-ride-x-black-app-distance-wait-failed-lost-vs-grabcar-taxi-thai

จริงๆ ผมรู้สึก “เสียใจ” พอสมควร

ในฐานะที่นั่ง Uber มาพันกว่าครั้งแต่ใช้ Grab [Car] ไม่ถึงสิบหน

[ส่วน GrabTaxi เคยเรียกทีเดียวแล้วมันไม่มา, จากนั้นก็เลิกใช้ Grab App ทั้งหมดไปเลย]

แม้หลังๆ จะเริ่มเห็น “เค้าลาง” ว่า Uber ไม่น่ารอด, โดยเฉพาะในตลาด Asia และ SE Asia

แต่สิ่งที่ “น่าคิด” มากก็คือหลังจากนี้, ว่าการแข่งขันในตลาดจะเป็นเช่นไรต่อไป

เพราะผมเคยเขียน Blog ขำๆ ว่า “Uber เข้าไทยมาในฐานะ Hero”, ผู้ช่วยชีวิตสาว Office Lady จากการจี้ปล้นฆ่าข่มขืนของ Taxi [แต่ส่วนตัวผมก็รู้สึกดีกับการเข้ามาของ Grab หลังจากนั้นไม่นานเช่นกันเพราะมันนำมาซึ่ง “สงครามราคา”]

แต่จากนี้, ผู้เล่นรายใหญ่หนึ่งรายจะหายไปและตลาดก็น่าจะกลายเป็นของ Grab เจ้าเดียวโดยสมบูรณ์

uber-x-vs-grabcar-thai-price-fare-which-cheaper-app-emporium-thaniya-silom

ให้เดา, ผมเชื่อว่าราคา GrabCar น่าจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นเพราะไม่มีคู่แข่งโดยตรง [อย่าง Uber X]

ส่วน GrabTaxi ที่เป็นบริการเรียก Taxi ทั่วไป, ก็น่าจะ “เลวร้ายเหมือนเดิม”

เพราะมันคือการเรียก Taxi

แม้การล่มสลายของ Uber ครั้งนี้อาจไม่ใช่ “ชัยชนะของ Taxi” โดยตรง

แต่รวมแล้ว, ผมว่ามันก็คือ “ความพ่ายแพ้ของผู้โดยสาร” อยู่ดี

และที่จริง, ผมเคยเขียนเรื่องนี้ก็หลายทีว่า “จะ Uber หรือ Grab ก็กินหัวคิวคนไทยเหมือนกัน” แทนที่คนขับจะได้เต็มๆ กลับต้องส่งเงิน 20% ไปให้บริษัท Grab & Uber ที่ USA & Singapore [บางคนยังเข้าใจว่า Grab เป็นของคนไทยอยู่เลย…]

ทั้งที่มันเป็น “ขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐาน” ของบ้านเราแท้ๆ

nokia-8-pure-android-review-unbox-thai-starbucks-app-store-sale-grab-uber

แต่กลับต้องโอนเงินไปให้ใครก็ไม่รู้ที่ต่างประเทศมาบงการ

แม้ผมจะชอบ Uber มากกว่าและแม้ว่าการขายกิจการให้ Grab ครั้งนี้จะเป็นเรื่องธุรกิจที่ Deal กันมาในระดับ Global [ยิ่งน่าคิดว่า “เราต้องฝากระบบขนส่งมวลชนขั้นพื้นฐานของไทยไว้กับการ Deal ของใครก็ไม่รู้ที่บ้านอยู่ไหนก็ไม่ทราบ” แล้วรึนี่]

แต่ส่วนตัวผมยังคิดเหมือนเดิมว่า

“นี่น่าจะเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะสร้าง App เรียกรถของเราเองขึ้นมา”

เหมือนที่ชาติพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นหรือ Germany พยายามทำ

แทนที่จะ “ฝากชีวิตไว้กับกลุ่มทุนใหญ่จากต่างประเทศ”

ซึ่งพร้อมจะ “หักค่าหัวคิว” คนขับชาวไทยหนักขึ้นทุกวัน

 amazon-cafe-take-over-wholefoods-supermarket-uber-yellow-cab-new-york-online-shopping-grocery