Special : How to สร้างตัวตนออนไลน์และวิธีปรับธุรกิจเก่าเข้าสู่ Digital !!! > "Click"

--------------------------

“Anyone can now sit in a Starbucks store or patio or use the bathroom without buying anything” คือข่าวจาก Bloomberg, ว่าด้วยนโยบายใหม่ของ Starbucks ที่อนุญาตให้ทุกคนเข้ามานั่งได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้า

แนวคิดนี้เรียกว่า “Use of the Third Place Policy”

แปลตรงตัวว่า Starbucks อยากให้ร้านของตนเป็น “พื้นที่ที่สาม”, ต่อจาก “บ้าน” และ “Office”

ที่มาของกฏใหม่, ก็เพราะ Starbucks ตกเป็น “จำเลยของสังคม” หลายต่อหลายครั้งว่าด้วยการ “เหยียดผิว” และ “เลือกปฏิบัติ” จนล่าสุดถึงขั้นที่พนักงานโทรตามตำรวจมาลากตัวคนผิวสีออกจากร้านเพราะเขาขอเข้าห้องน้ำระหว่างรอเพื่อน !

starbucks-drama-buy-one-get-two-free-half-price-queue-no-seat-purchase-to-sit-toilet-thailand

และปีนี้ก็คงเป็นบัตรทองปีสุดท้าย

นี่ไม่ได้จะ Drama, แต่หลังๆ ผมเข้า Starbucks น้อยลงมาก

เพราะถึงเข้าไปก็ไม่เคยมีที่นั่ง, ทั้งจาก Promotion ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง [ซึ่งก็มีแทบจะทุกสัปดาห์] และสังเกตว่า Starbucks Thailand เน้นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็นนักศึกษาอย่างชัดเจน [เช่น “มีบัตรนักเรียนซื้อหนึ่งแถมหนึ่งเพิ่มได้อีกเรื่อยๆ”]

ซึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไร, มันเป็นสิทธิของทางร้านที่จะ “เปลี่ยนกลุ่มลูกค้า”

เมื่อเราไม่ใช่คนกลุ่มนั้น, ก็แค่จบและจากกัน [ความจริงคือ “ถึงไม่อยากจบก็ไม่มีที่จะให้นั่งอยู่ดี…”]

และการประกาศนโยบายใหม่ครั้งนี้, คงจะ “ยกระดับ” ความเละเทะของร้านขึ้นไปอีกขั้น

จากแต่ก่อนที่พนักงานเก็บโต๊ะทัน, และลูกค้าส่วนใหญ่ที่ “คุ้นเคยกันมานาน” มักจะชินกับการยกถาดไปคืน

starbucks-rewards-gold-credit-card-visa-macbook-fan-japan-how-to-apply-free-coffee

เรื่องนี้, แม้แต่ตัว Baristas หลายๆ สาขาก็ยังบ่นให้ผมฟังว่า “ลูกค้าขาจรมักจะมีปัญหากับ Menu ในขณะที่ขาประจำมักจะรู้ดีว่า “ที่นี่ไม่มี Espresso เย็น” และเกือบทั้งหมดของคนที่กินกาแฟดำมักจะ “ยกถาดมาคืนพนักงานตอนเดินออกจากร้าน”

แต่นี่คือลูกค้าที่ Starbucks ไม่ต้องการ, จากนี้เราจะดำเนินการเปลี่ยนร้านเป็นห้องน้ำสาธารณะแทน (#´ー´)旦