ประวัติ Starbucks Card ไทยและบัตรลายแรกของแผ่นดิน ! | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

ประวัติ Starbucks Card ไทยและบัตรลายแรกของแผ่นดิน !

เวลาช่างผ่านไปไว, รู้ตัวอีกทีก็กิน Starbucks มาเป็นสิบปี

[พอคิดว่าบัตรทองต้องจ่ายขั้นต่ำปีละ 25000 บาท, ชักจะเริ่มเสียดายตังค์ชอบกล…]

จริงๆ ก็ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ลง Blog เก็บไว้หลายที, เผื่อในอนาคตจะได้ใช้เป็นฐานข้อมูลหากใครจะสะสมบัตร

พอดีเมื่อวันก่อน, มีคนเข้าไป Comment แซว Starbucks Thailand บน Facebook เรื่องแลก Planner 2019 ฟรีว่า “เงินเดิมยังใช้ไม่หมดเลย” พร้อมกับ Post ภาพ Starbucks Card รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปีที่มีเงินเหลืออยู่หมื่นกว่าบาท

ผมก็เลยเข้าไปแซวต่อว่า “เพื่อนร่วมชะตากรรม”, คู่กับภาพ Starbucks Card ใบโปรดที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2010

starbucks-thailand-2019-planner-free-review-how-to-jeans-denim-moleskine-card-app-old-logo

The First Starbucks Card in Thailand : Comfy Red Chair

อ้างอิงจาก SwapStarbucksCard และอีกหลาย Websites, บัตรลาย “เก้าอี้สีแดง” คือ Starbucks ใบแรกของเมืองไทยที่เริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2005 หรือก็คือ 13 ปีที่ผ่านมา [หลังจากเปิดสาขาแรกที่ Central Chidlom เมื่อปี 1988]

ส่วน Starbucks ใบที่ 2 ก็คือลาย “เด็กหญิงหน้าวัดพระแก้ว [Thai Girl & Temple of Emerald Buddha]”

[แต่บาง Sources บอกว่าลายนี้คือใบที่สาม]

ถือว่าเป็นบัตร “Limited Edition” ใบแรกของไทย, มีแค่ “Thailand Only” เท่านั้น

บัตรใบนี้เริ่มขายในปี 2006 แค่ช่วงสั้นๆ, ก่อนจะนำกลับมาขายอีกครั้งในปี 2011

แต่ปี 2011 เป็นปีที่ Starbucks เปลี่ยน Logo เป็นแบบใหม่, ทำให้บัตรไม่เหมือนฉบับ Original ของปี 2006

starbucks-card-thailand-only-girl-emerald-temple-buddha-first-new-logo-app-pay

และ “เด็กหญิงหน้าวัดพระแก้ว [Thai Girl & Temple of Emerald Buddha]” ก็ยังเป็นบัตรใบแรกที่มีชื่อประเทศเขียนเป็นภาษาไทย, ตรงนี้เหมือนกันทั้ง 2 Versions แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าบัตรใหม่ตัดคำว่า “Starbucks Card” ทิ้งไปอีกอย่าง

ซึ่งผมก็เพิ่งจะรู้วันนี้ ณ ตอนที่เขียน Blog นี่แลฯ, ว่านี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ผมชอบ Starbucks Card แบบเก่ามากกว่า

เพราะถ้าลองไล่ดูบัตร Old Logo ใบอื่นๆ ที่มีในกล่อง, ทุกใบล้วนแต่มีคำว่า “Starbucks Card”

ในขณะที่บัตรยุคใหม่มันดู “โล่งๆ” และไม่ค่อย Klassik

อีก 3 บัตรที่ผมมีและเก่าพอๆ กันก็คือ “Coffee as Art [ขวาล่าง]” ของปี 2006

“Coffee Arabica [ซ้ายบน]” ของปี 2007 และ “Starbucks Twilight [ขวากลาง]” ของปี 2007 เช่นกัน

อีกใบที่ใช้แล้วสะดุดตาเป็นพิเศษคือ “Pike Place” เพราะภาพบนบัตรคือ “Starbucks สาขาแรกของโลก” ใน Seattle และ Logo ก็เป็นยุคก่อตั้ง, เวลาเจอ Barista รุ่นใหม่ๆ จะตกใจกันมาก [แต่จริงๆ บัตรใบนี้เพิ่งจะออกมาเมื่อปี 2010 นี่เอง]

ผมว่า Starbucks Card ยุคเก่ามันมีเสน่ห์ในตัว, ทั้ง Design ทั้ง Logo ชวนให้นึกถึงวันวาน

[หรือเราจะแก่แล้ว…]

ในบรรดาบัตรทั้งหมด, ใบที่ผมชอบสุดคือ “Twilight”

จำได้เลยว่าซื้อมาจากสาขา “บ้านทองหล่อ”, ตั้งแต่สมัยที่บรรยากาศในร้านยังคล้ายกับลายบนบัตร

ไฟสลัวๆ สีเหลือง, ร่มสีเขียวและโต๊ะกลมสีไม้ลายตารางหมากรุก

ซึ่งไม่มีให้เห็นอีกแล้วตาม Starbucks สาขาใหม่ๆ ที่มักจะใช้ไฟสีขาวในห้องกระจกใสและโต๊ะไม้สีเข้มๆ

 vertu-new-signature-touch-review-starbucks-thai-app-gold-card-android-vs-iphone-7

starbucks-gold-rewards-card-free-review-old-logo-thai-espresso-shot-macbook-japan

Starbucks Gold Card : การมาของบัตรทองในปี 2014

5 Feb 2014 คือวันแรกที่ Starbucks Thailand เอา “Starbucks Rewards” เข้ามา, เรียกง่ายๆ ว่า “การสะสมดาว” เพื่อรับสถานะ “Green Card” และ “Gold Card” ซึ่งผู้ถือบัตรสองระดับนี้ก็จะมีสิทธิพิเศษต่างๆ เช่นของขวัญวันเกิดหรือวันปีใหม่

โดยบัตรทองจะได้ก็ต่อเมื่อสะสมดาวครบ 250 ดวง, หรือก็คือซื้อกาแฟปีละ 25000 บาทขึ้นไป

แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบใช้บัตรทองเท่าไร, ส่วนใหญ่จะถือ Starbucks Card ลายเก่าๆ มากกว่า

แม้แต่แก้ว Starbucks City Mug ใบโปรดที่ใช้ประจำ, ก็ยังเป็นลายเก่าเช่นกัน

ก็มาบันทึกลง Blog ไว้, เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อใครสักคนในอนาคตที่อาจค้น Google เข้ามา

[ปล : ที่เขาชอบ Share & Drama ว่า “ไม่กิน Starbucks กี่ปีจะมีเงินออมกี่แสน ?” ก็เป็นเรื่องจริง…]

starbucks-menu-2018-flat-white-review-vs-caffe-latte-muffin-dunkin-edinburgh-mug-city