เมื่อวานทนคิดถึงญี่ปุ่นไม่ไหว

เลยแวะไปทาน Lunch Set ที่ห้องอาหาร Hishou ใน Hotel Nikko Thonglor, โรงแรม Chain ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เพิ่งเปิดในไทยได้ปีแรก [แล้วก็โดน Covid 19 ถล่ม]

Hotel Nikko อยู่ห่างจากปากซอยทองหล่อแค่ 1 นาที, จากที่ควรจะมีลูกค้าญี่ปุ่นเต็มตึก

แต่ตอนนี้

เงียบสนิท

.

.

.

ลองคิดๆ, ในเมื่อคนญี่ปุ่นเข้าไทยก็ไม่ได้

ลูกค้าไทยที่อยู่ในกรุงเทพฯ ก็คงไม่มีเหตุผลให้ไปนอนโรงแรมแถวทองหล่อ

แล้ว Hotel Nikko จะเหลือแขกสักกี่ห้อง ?

ระหว่างทานก็ชวนคุณพนักงานคุยกันไป

Menu ที่สั่งวันนี้ก็สามอย่าง, เป็นข้าวกล่องหน้าปูไข่ปลา [Zuwaigani Ikura Don] กับ Sashimi Set และ Tempura Udon

[ราคาก็ 700 THB + 680 THB + 480 THB, แล้วลดเพิ่ม 10% ด้วยบัตร JCB KBank]

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-tempura-udon

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-salmon-sashimi

นอกจาก 3 Sets ที่เห็น, Hishou Hotel Nikko ก็ยังมี Menu อื่นๆ อีก 7 Sets

ได้แก่ปลาย่างประจำวัน [Salmon & Saba] / หมูทอด [Tonkatsu] / แกงกะหรี่ [Kare Udon] / Sushi Set 8 คำ / Tempura / ข้าวหน้าปลาดิบรวม [Kaisen Jyu] และ Australian Beef Steak

[แต่ช่วง Covid 19, แนะนำว่าให้ลองโทรไปถามเพื่อ Check รายละเอียดอีกที]

รสชาติอาหารของ Hishou Hotel Nikko ก็ออกแนวญี่ปุ่นชัดเจน, ลิ้นคนไทยอาจรู้สึกว่าจืดไปนิด

ส่วน Obanzai [おばんざい] ตรงกลางก็คืออาหารจานเล็กๆ ที่เราคุ้นเคยดี, โดยเฉพาะคนที่ชอบไปญี่ปุ่นแล้วตื่นมาทานอาหารเช้า

ข้าวต้ม Salmon / บะหมี่เย็น / ของรวมชุบแป้งทอด [Kakiage] / Inari Sushi [เต้าหู้ห่อข้าว] / Maki [ข้าวห่อสาหร่ายคำเล็กๆ] / ผักดอง / สาหร่าย / ผัดมะเขือม่วง / เนื้อต้มมันฝรั่ง [Nikujaga]

Menu ตรงนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน

รวมชากาแฟและของหวาน

บรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

ให้หายคิดถึง

แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดในมื้อนี้คือ “พนักงาน”

คุณพี่สาวผมพาลูกชายอายุสองขวบไปด้วย [เป็นเด็กที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นมากๆ]

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-sushi-maki

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-sukiyaki-shabu

และเผอิญไปถูกใจ “บ๊วยดอง” ลูกเล็กๆ สีแดง

ที่คนญี่ปุ่นทานกันสมัยสงครามโลก, บ๊วยดองหนึ่งเม็ดขนาดไม่ถึง 1 cm กินกับข้าวสวยได้สองชาม

ทำให้ญี่ปุ่นผ่านวันเวลาอันโหดร้าย

คุณหลานคงเข้าใจว่าเป็นของหวาน, ตักทีละเม็ดมาทานสองสามหน

ก่อนกลับ, คุณพนักงานเลยหยิบกล่องเล็กๆ มาวางที่โต๊ะ

ในนั้นใส่บ๊วยดองเกือบสิบเม็ด

ให้คุณหลานเอากลับไปทานต่อที่บ้าน !!!

.

.

.

ที่จริงมันก็แค่บ๊วยดอง

แต่กลับกลายเป็นของที่ประทับใจที่สุดในมื้อนี้

ญี่ปุ่นมีคำศัพท์คำหนึ่งในเชิงธุรกิจว่า Omotenashi [おもてなし] ที่แปลว่า “การสร้างความประทับใจให้เกินคาด, ด้วยการคิดถึงลูกค้าประหนึ่งว่าถ้าเราเป็นเขา”

แม้ Lunch Set มื้อนี้อาจไม่สมบูรณ์แบบ, ในสภาพที่โรงแรมต้องเผชิญกับวิกฤติ Covid 19

แต่ของเล็กๆ ที่คาดไม่ถึง

แค่บ๊วยดอง

อาจทำให้ลูกค้าครอบครัวหนึ่งกลับมาเป็นขาประจำ

Boss ผมท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้

ยิ่งสถานการณ์เลวร้ายเท่าไร

ยิ่งต้องใส่ใจรายละเอียด

เหมือนฐานอิฐก้อนเดียวอาจล้ม Pyramid

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-omotenashi

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-sashimi-salmon

hotel-nikko-review-lunch-set-hishou-menu-thonglor-obanzai-buffet-zuwai-kani-rice

ยิ่งในวิกฤติ, เมื่อเกิดความฉิบหายมันจะกลายเป็นลูกโซ่

ไม่ใช่แค่สำหรับเจ้าของธุรกิจ

สำหรับตัวพนักงานก็เช่นกัน

ตอนนี้ถ้าใครยังมีงานทำก็จงใส่ใจให้มากขึ้น

คิดไว้เสมอว่าเพราะงานนี้, เพราะลูกค้าคนนี้ทำให้เรายังมีชีวิตต่อไป

มีลมหายใจ

ทุกครั้งที่ผมเจอพนักงานดีๆ, ผมจะทำเอกสารหรืออย่างน้อยก็ส่งข้อความไปขอบคุณ

เพื่อให้เขามีกำลังใจทำต่อไป

ไม่ว่าจะเป็นความมีน้ำใจแบบไทยๆ

หรือ Omotenashi แบบญี่ปุ่น

Covid 19 จะอยู่กับเราไปอีกนาน

นาทีนี้เราอาจต้องกินบ๊วยดองกับข้าวเปล่าๆ

เหมือนสมัยสงคราม, ที่ชาวญี่ปุ่นจะวางบ๊วยไว้ตรงกลางของข้าวกล่อง

แต่จุดแดงบนพื้นสีขาว

คือสีของธงชาติ

และสัญลักษณ์ของดวงตะวัน

kbank-jcb-japan-airlines-sakura-lounge-free-review-business-class-macbook-singapore