Special : สมัครบัตร Amex Platinum วันนี้ฟรีตั๋ว Business Class ไปกลับญี่ปุ่น 3 ใบ !!! > "Click"

--------------------------

Maru ทองหล่อไฟดับครับ ! จุดเทียนทานกันอยู่ ~

ผมพูดประโยคนี้กับเฮีย, ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทนึง คือวันนี้ทองหล่อไฟดับทั้งซอยตั้งแต่ 5 โมงเย็นครับ… แน่นอนว่าระดับผู้บริหาร จะให้มานั่งกินในร้านที่ไฟดับ แอร์ไม่ทำงาน, มันจะได้ยังไง ?

3 นาทีถัดมา, เฮียแกซิ่งมอไซค์รับจ้างมาถึงทองหล่อซอย 3 [คนขับรถขับตามมาทีหลังเพราะรถติด o_O!!!]

เฮียแกบอกว่ามารุทองหล่อในวันที่ไฟดับ, หาไม่ได้ง่ายๆ ~ ผมรู้เลยว่าผมเจอคนชนิดเดียวกับผมเข้าแล้ว ปรกติที่ Maru นี่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ต้องจองล่วงหน้า แต่วันนี้พิเศษสุดจริงๆ เคาน์เตอร์ว่างพร้อมแสงเทียนแกล้มปลาดิบ – -!!!

Maru ไฟดับ, ดับจริงๆ ครับ ทีแรกผมก็นึกว่าจะปิดร้าน แต่ไม่ ~ มีลูกค้าแฟนพันธุ์แท้นั่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ ปั้นซูชิกันสดๆ อยู่ 3 – 4 ราย แล้วผมสองคนก็เดินเข้าไป สั่งเบียร์เย็นๆ พอให้หายเหนื่อย จากนั้นก็ “Omakase”

แปลว่า “ตามใจ Chef” ครับ

แต่เค้าจะถามก่อนนะครับว่ามีเครื่องซูชิอะไรที่เราทานไม่ได้รึเปล่า ?

ซึ่งก็ไม่มี ถ้าเป็นอาหารทะเลละก็ผมทานได้หมด ว่าแล้วก็ “Omakase” ฝากชีวิตไว้ในมือของ Chef กันเลยทีเดียว โดย Chef ใหญ่ของ Maru เค้าจะเรียกว่าอาจารย์ [Sensei] นะครับ มาจากโอซาก้า :D

ซูชิก็ค่อยๆ ทยอยมาเรื่อยๆ ตามใจ Chef จริงๆ ด้วย ~ บางอย่างก็ไม่ได้ถ่ายนะครับ เพราะเริ่มมึนแล้ว อิอิ

ช่วงนี้ติดการ์ตูนเรื่อง “ไอ้หนุ่มซูชิ” พอดีเลย ^^”

 

เรื่อยๆ มาเรียงๆ ~ มีอันนึงไม่ได้ถ่าย แต่อยากจะเขียนถึงมากๆ คือ Uni ครับ หรือหอยเม่นนั่นเอง

ผมเคยทาน Uni มาหลายที่ และเคยทานที่ญี่ปุ่นมาแล้วด้วย :D

แต่ไม่ค่อยชอบ ผมว่ามันเหม็น,… ไม่ใช่เหม็นคาวครับแต่เหม็นแบบเหม็น Uni เลยละ – -*

แต่ของ Maru อร่อย ห่อมาแบบรถถัง [เค้าเรียก Gunkan Maki คือโปะหน้าไว้ข้างบนแล้วเอาสาหร่ายห่อล้อมรอบ คำว่า Gunkan คือรถถัง ~]

กรุบๆ เข้มข้นสะใจ !!! อีกอันที่ชอบมากคือปลาไหลและไข่แซลมอนครับ เรียกว่า Ikura นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังสั่งเมนูอื่นๆ มากินกันแบบเอาเป็นเอาตายด้วย แต่ผมไม่ได้ทาน เพราะมันเป็นเนื้อวัว – เนื้อหมู [ไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ชิม :P]

 

ข้างบนนี่ถ้าจำไม่ผิด, ลิ้นย่างครับ ~ ผมไม่ทานหมูและวัว เครื่องในทุกชนิดก็ไม่ทาน ก็เลยไม่รู้ ไม่ได้ลอง ^^”

 ยังไม่พอครับ, เฮียแกสั่งซาชิมิมาอีกหนึ่งจานใหญ่ๆ ใส่เครื่องมา 5 อย่าง ตามใจ Chef อีกเช่นกัน o_O!!!

ที่เค้าบอกว่าปลาทูน่าระดับสูงๆ [โอโทโร่ – Otoro] นั้น มันละลายในปากได้เอง ~ ขอบอกว่าจริงมาก ใส่ปากเข้าไปแล้วมันจะนุ่ม ~ บอกไม่ถูกเลยละครับ :D

แต่ที่ผมชอบมากกว่าโทโรในจานนี้คือหอยงวงช้าง เคยทานหลายทีแต่ผมว่าของ Maru กรอบและไม่คาวเลยจริงๆ ^^/ 

ในภาพนี้มีเทียนด้วยครับผม ^^”

เพราะผมไม่โปรฯ ขนาดนั้น ตอนแรกในความมืดนี่แยกไม่ออกเลยว่าปลาชนิดไหนคือปลาอะไร รู้อย่างเดียวว่ามันนุ่ม ~ และละลายได้ :P

อีกอย่างที่ทำให้ประทับใจ Maru มากๆ คือพนักงานครับ

คืออาจคิดว่าร้านระดับนี้น่าจะดูหรู เป็นทางการมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ยักเป็นแบบนั้น, ทุกคนเป็นมิตร คุยกันอย่างเป็นกันเอง มีเข้ามาแซวนั่นโน่นนี่ โดยที่การบริการ การเติมเบียร์และสาเกไม่มีตกบกพร่องเลย

ตัว Chef นี่ยิ่งสุดๆ ครับ แกกินสาเกไป ทำซูชิไป o_O!!!

หลังๆ ก็เมาเลยละ พูดไทยปนญี่ปุ่น มั่วไปหมด ฮามาก ^^’ 

ยังไม่พอ, ก่อนกลับ คุณ Chef แกเอา Passion Fruit มาให้ถุงเบ้อเร่อ  บอกว่าแกได้มาจากลูกค้าในไทย เลยจะแบ่งให้พวกผม 10 กิโล o_O!!!

ผมเลยยกให้เฮียแกหมดเลย เพราะรถผมจอดอยู่ J-Avenue ทองหล่อ 13 – -*

แต่ทาง Maru เค้าดีนะครับ เค้าบอกว่าให้คนของเค้าไปส่งที่ทองหล่อ 13 ที่ผมจอดรถเลยไหม ?

แต่ผมเกรงใจเลยบอกว่าไม่ดีกว่า ขอผมเดินกลับไปเองละกัน จะได้สร่างเมาด้วย ^^”

คือตอนแรก ผมจอดอยู่ตรงนั้น เพราะไปนั่ง Starbucks ช่วงบ่ายๆ น่ะครับ แล้วก็เดินมาที่ Maru ทองหล่อ 3 เพราะผมเป็นคนชอบเดิน ใกล้ๆ ก็จะเดินตลอด ~

สุดท้าย, ตอนสัก 3 – 4 ทุ่มได้ ไฟก็กลับมา ทุกคนดีใจกันใหญ่ ไม่ต้องจุดเทียน โบกพัดแล้ว ^^)

 Maru มื้อนี้เป็นมื้อหนึ่งที่ผมรู้สึกดีมากๆ

ที่ญี่ปุ่นเนี่ย, การพาใครสักคนไปเลี้ยง Sushi ในร้านดีๆ มันมีความหมายมากเลยนะครับ มันแปลว่าเราเห็นคุณค่าของคนๆ นั้น ให้การยอมรับคนๆ นั้น เหมือนมูลค่าของซูชิที่ทานและชนิดของเครื่องซูชิที่ใช้

Maru มื้อนี้ มีสิ่งที่ผมเรียกว่าความประทับใจเช่นนั้นอยู่

และผมก็คิดว่าผมเข้าใจนะ ว่าทำไมหลายๆ คน ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นบอกว่า Maru คือ Top 5 ของร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในเมืองไทย

และหลายๆ คนถึงกับบอกว่าไม่ใช่ Top 5, แต่ Maru คือร้านอาหารญี่ปุ่นอันดับ 1 ในไทยเลยต่างหาก !

ซึ่งก็แน่นอนครับว่าอาหารระดับนี้

ราคาค่าเสียหายก็คงต้อง…

สำหรับ 2 ท่าน…

^^

 ภาพทั้งหมด ถ่ายด้วย BB Bold 9700 ครับ บางภาพมืดไปหน่อย เพราะถ่ายตอนที่ใน Maru ยังไฟดับอยู่ ^^”

ขอบคุณผู้ใจดีที่เลี้ยง Maru คืนนี้ด้วยครับ ;)

ใครสนใจจะไปลอง Maru ก็ตรงเข้าซอยทองหล่อ จากด้านสุขุมวิท มองซ้ายไว้ เห็นป้ายทองหล่อ 3 ก็เลี้ยวเข้าได้เลย หน้าร้านมีที่จอดรถ แต่ถ้าอยากนั่งเคาน์เตอร์เพื่อสั่ง Omakase, แนะนำให้โทรจองด้วยจะดีมาก

ไม่ก็รอวันไฟดับครับ ^^)

 

Comments are closed.