Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

“มาเมืองไทยได้เกือบเดือน, อาหารไทยก็อร่อยดี แต่ไม่มีโอกาสได้ทานอาหารญี่ปุ่นเลย คิดถึงจัง…”

เมื่อวานทาง Honda Thailand ใจดี, ให้ผมยืม All New Accord 2013 ไปรับ Mayumi ที่ Airport

ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะพา Mayumi ไปทานอาหารไทย, แต่คิดไปคิดมา เค้ามาอยู่เชียงใหม่ได้ก็หลาย Week และก็ทานอาหารบ้านเราทุกวันๆ ถ้าลองคิดว่าเป็นตัวผมไปอยู่เมืองนอกสักเดือนนึง…

ก็คงคิดถึงอาหารประเทศตัวเองไม่น้อย

ผมเลยเลือกที่จะพา Mayumi ไปทาน “Maru Kaiseki”, ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผมว่าดีที่สุดในเมืองไทย ~

กับ Beer ที่ดีที่สุดในไทย ~

ไม่ว่าญี่ปุ่นโต๊ะไหนใน Maru ก็สั่ง “สิงห์สด” ครับ :3

 Maru Kaiseki นั้น ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 3, ตรงเข้ามาจากสุขุมวิทก็มองซ้ายไว้ หาไม่ยาก ~

ทันทีที่เดินเข้าร้าน, ทั้ง Chef ชาวไทย ชาวญี่ปุ่น [OSaka] และพนักงานหญิงในชุด Kimono ก็จะโค้งต้อนรับ [แม้ว่าเราจะเข้ามาทานแค่ Dinner Set ชุดละ 500 บาทก็ตาม :P]

ถ้าใครชอบ Sushi, แนะนำให้นั่ง Sushi Bar หน้า Chef เลย

แต่ถ้าใครจะสั่งอาหารเป็นจานหรือเป็น Dinner Set, มีห้องรวมชั้น 2 และห้องส่วนตัวชั้น 3 ครับ :)

Mayumi ตกใจมากกับบรรยากาศและการต้อนรับ, แต่ตกใจสุดๆ ตอนเห็นราคา Kaiseki Set 500 บาท :D

Mayumi บอกว่าที่ Kyoto, Kaiseki Set ถือเป็นของแพงมาก ยังไงก็ต้อง 10000 Yen ขึ้น

แต่ Kaiseiki Dinner Set ที่ Maru นี่แค่ 500 บาท o_O!!!

แถมสมบูรณ์แบบตามหลักของ Kaiseki, ซึ่งหมายถึงอาหารญี่ปุ่นครบชุดตามหลัก Japanese Traditional

คือต้องมีของว่างก่อนอาหาร / Sashimi [ของดิบ] / ของต้ม / ของย่าง / ของทอดและของดองน้ำส้ม

ผมก็สั่ง Kaiseki Set ไป ~

นอกจาก Kaiseki Set ที่รวมทุกอย่างแล้ว, Dinner Set 500 บาทของ Maru ก็ยังมี Sushi Set / Chirashi Set [ข้าวหน้าปลาดิบรวม] และ Set กับแกล้มที่จะมาพร้อมสาเกหนึ่งขวด

ส่วน 3 Set แรกจะมาพร้อม “Singha Beer” ฟรีหนึ่งแก้วในชุด ^^) 

Kaiseki ยกมาเป็นกล่องใหญ่ขนาดครึ่งโต๊ะสำหรับสองคน o_O!!!

Mayumi ร้อง Oh ~

เปิดกล่องแล้วแสงพุ่งกันเลยทีเดียว *O*/

นอกจาก Sashimi ที่ประกอบด้วยปลาเนื้อขาวกับ Toro ซึ่งนุ่ม ไร้กลิ่นคาวเลือดที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาในไทย, ก็ยังมีไก่ม้วน / ไข่หวานไส้ผักปวยเล้ง / ของทอด / ปลา Gindara ย่างซีอิ๊ว / ผักต้มรวมๆ / ของดอง

ส่วนข้าวก็หอมๆ อุ่นๆ โรยหน้าด้วยปลา Salmon สับออกเค็มๆ   

 สังเกตว่างานละเอียดมาก, ไชเท้าดองก็เป็นรูปดอกไม้ การจัดเรียงทุกอย่างสวยจริงๆ

Mayumi ประทับใจไม่หยุด, บอกว่าสวยจนไม่กล้าทานเลย แต่ทว่า…

  

 Sushi Set ของ Mayumi ก็ไม่แพ้กัน…

Toro เรียงมาบนก้อนข้าวแล้วปั้นเป็นดอกกุหลาบแสนวิจิตร ~ ชิ้นนี้ Mayumi บอกว่าขอเก็บไว้เป็นคำสุดท้าย *-*

เครื่อง Sushi ในชุดนี้เป็น Traditional, ไม่มีอาหารฝรั่งหรือ Fusion มาปน

 เริ่มจาก Inari [ข้าวห่อเต้าหู้] ที่โรยไข่ปลา Ikura รสเค็มอ่อนๆ แตกกรุบๆ ในปากไว้ด้านบน ต่อด้วยกุ้งหวาน / ปลา Saba ดองและ Negitoro Maki ที่ใช้เนื้อปลานุ่มๆ สับคลุกเคล้ากับหอมซอย

ทั้งความสดและคุณภาพวัตถุดิบที่ Maru, ผมคิดว่าเป็นที่ 1 ในร้านอาหารญี่ปุ่นเมืองไทย

นอกจากที่เห็นก็ยังมีไข่ตุ๋นใส่เส้น [Udon Chawanmushi] กับ Salad และของแกล้มอีกเล็กน้อย ~

แถมด้วยสิงห์สดอีกสองแก้ว ^^v

 

ระหว่างทาน, Mayumi บอกว่ารสชาติของ Maru นั้นเหมือนทานร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆ ที่บ้านเธอเลย ~

[ในราคาที่น่าตกใจ *O*/]

ทุกชิ้นทุกจาน รวมทั้งการบริการที่ Maru นั้น, ผมให้ติด Top 3

แต่ที่ Maru จะออกแนว Friendly, ไม่หนัก ไม่แน่น ไม่สุภาพเหมือนอีกร้านที่ผมชอบมากชื่อ Tensui อโศก [แต่ผมก็ชอบ Tensui ไม่แพ้กันครับ แม้จะชอบไปคนละแบบ :)]

คราวก่อนโน้นที่ผมมา Maru กับเฮียผู้บริหารสิงห์, ทานสองคนหมดไปหมื่นกว่าบาท…

ครั้งถัดมา, ผมแบกโหลแก้วมาขอซื้อเหล้าบ๊วยที่ Maru หมักเองก็หมดไปหลายพัน

แต่ Dinner Set ชุดละ 500 บาทนี่มันสุดยอดมหาคุ้ม, แถมมีสิงห์สดในชุดให้ด้วย *-*/

ก่อนจะเข้า Maru, Mayumi ก็นั่งอยู่ Starbucks @ Tops Supermarket ฝั่งตรงข้าม แถมพอลงเครื่องก็มีคนขับรถ [?] เอา New Accord 2013 สีขาวใหม่เอี่ยมเงาวับไปรับถึง Airport

นี่มัน Bangkok Madame ชัดๆ *-*/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย Galaxy S4, แต่ที่ Mayumi เล่นอยู่คือ FonePad 7 by Asus ครับผม :)