Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 4 ใบ ! > "Click"

--------------------------

เขียนถึง Izakaya มาตั้งนาน แต่ยังไม่เคยพูดถึงความหมาย, พอดี Blog นี้จะพาไปชิม “Za Watami” ซึ่งเป็น Chain ร้าน Izakaya ใหญ่ในญี่ปุ่น มีสาขามากมายรวมทั้งที่ Sendai ก็เลยจะเขียนถึงคำว่า “Izakaya” ไว้สักนิด ;)

Izakaya [ภาษาไทยอ่านว่า “อิซากายะ”] เป็น Trend อาหารญี่ปุนที่มาแรงสุดในไทยประจำปี 2013 – 2014

คู่คี่มากับ “Wine Bar & Craft Beer” ที่เป็น Trend สายฝรั่งเกิดใหม่ทั่วกรุงเทพฯ – -/

“Izakaya is a compound word consisting of “i” (to stay) and “Sakaya” (Sake shop), indicating that izakaya originated from sake shops that allowed customers to sit to drink”

แปลสั้นๆ ว่า “To Sit at a Sake Bar”

ดังนั้น “Izakaya” ก็คือ “ร้านเหล้าแบบญี่ปุ่น” ที่เน้นการมานั่งจิบ นั่งดื่ม ทานกับแกล้มเบาๆ [แต่หนักๆ ก็มี – -] โดย Menu อาหารในร้าน Izakaya ก็มักจะเป็นของที่สั่งมา Share กันทานได้

อย่างพวกไก่ทอด [Karaage] / ไก่ย่างรวม [Yakitori] / หม้อไฟ [Nabe]

ไปจนถึง Sushi & Sashimi แบบง่ายๆ ไม่ได้เน้นปลาดิบว่าต้องเป็นชั้นเลิศมากมาย 

เดิมทีพวก “Izakaya” จะเป็นร้านแนวเก่าๆ โทรมๆ ง่ายๆ ซ่อนตัวอยู่ใต้สะพานหรือริมถนน

แต่พักหลังๆ แม้แต่ที่ญี่ปุ่นเอง, Izakaya ก็เริ่มได้รับความนิยมจากพนักงานบริษัท [Salary Man & Office Lady] รวมไปถึงสาวๆ นักศึกษา จนเกิดการปฏิวัติ Izakaya กลายเป็นร้านสวยๆ ใหม่ๆ ในแนว Bistro *-*/

ตอนคุณน้องสาวผมไปเรียนต่อที่ Osaka, ก็กลายเป็นสาวก Izakaya ไปเช่นกัน ^^)

ข้อดีของ Izakaya ของแท้ก็คือมักจะมี “Nomihoudai”  ที่แปลว่า “Sake Buffet”

[บางร้านก็ดื่มเหล้าได้ทุกอย่าง แต่บางร้านอาจจะเป็น “Beer Buffet”]

มาจนพักหลังสุดเมื่อสักปีสองปีก่อนมานี้เอง, ที่ Izakaya โดดไป Popular ในฝั่ง USA / UK และ EU ด้วย เพราะแนวคิดการสั่งกับแกล้มเป็นจานๆ มาแบ่งกันทานมันคล้ายกับ “Tapas” ของสเปญ ~

จึงยิ่งทำให้ Izakaya แนวสว่างๆ ตกแต่งสวยๆ แบบญี่ปุ่นร่วมสมัยได้รบความนิยมสูงขึ้นตามเมืองใหญ่ทั่วโลก

รวมทั้งในกรุงเทพฯ ตามเส้น BTS สขุมวิทดังฉะนี้แลฯ

[ทำไมรู้สึกว่า Blog นี้มีสาระจัง o_O?] 

ส่วน 2 ภาพข้างบนนี่เป็นตัวอย่างของร้านที่ไม่ใช่ Izakaya, เพราะว่ามี “นางกระต่าย” กับ “พี่สาว” มานั่งด้วย [ที่ญี่ปุ่น เราจะเรียกสาวนั่งดื่มว่า “พี่สาว” นะครับ ตรงข้ามกับของคนไทยที่จะเรียกว่า “น้องสาว” :P] 

นี่ละครับคือความหมายของ “Izakaya [อิซากายะ]” ที่เริ่มได้รับความนิยมในไทยมากขึ้น

Izakaya ร้านโปรดของผมในกรุงเทพฯ ก็คือ “Nagiya” ณ ทองหล่อ 13

ส่วนวันนี้จะพาแวบไปหม่ำ “Za Watami” ติดกับสถานี Sendai Station ~

 ข้อดีของ “Za Watami” ก็คือมันเป็น Izakaya ที่ทุกคนเข้าได้

ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง

เพราะที่ญี่ปุ่นนี่สาวๆ ก็ดื่มเบียร์กัน, แต่จะเข้าไปทานแค่อาหารก็ไม่มีปัญหา ;)

แก้วซ้ายคือ “Orange Sawaa” ของ Mayumi จัง, คำนี้มาจาก “Sours & Cider” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็คือการเอาเหล้าพวก Gin / Rum มาผสมกับน้ำผลไม้และโซดาตราสิงห์นั่นเอง *-*/

ถ้าสาวๆ คนไหนไม่อยากดื่มเบียร์หรือเหล้าหนักๆ, ก็จะสั่งพวก Sours & Cider มาแทน ~

Izakaya ยุคใหม่ๆ ก็จะเพิ่มพวกเหล้าฝรั่งเข้าไปอีก

ส่วนอาหารของ Izakaya และ Za Watami ก็จะเน้นอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ

แน่นอนว่าต้องสั่งของโปรด, “Aburi Saba” หรือก็คือปลาซาบะยิงไฟ – -+

[ถ้าเป็นที่เมืองไทย, ซาบะยิงไฟแนะนำร้าน Niraikanai ทองหล่อ 11 :)]

คุณพนักงานก็จะยกปลาดิบมาพร้อมกับเครื่องพ่นไฟ ^^)

ราคาอาหารใน Izakaya ที่ญี่ปุ่นมักจะไม่แพง, เฉลี่ยแล้วจานละ 600 – 800 Yen ซึ่งถือว่าถูกกว่าร้านตามข้างถนนทั่วไปนิดๆ ด้วย ดังนั้น หม่ำได้สบายๆ ไม่ว่าจะไปญี่ปุ่นกับทัวร์หรือไปเที่ยวแบบมั่วๆ สุดประหยัดด้วยตัวเอง ~

ถ้าใครกลัวงบบานปลายก็สั่งพวกข้าวหรือ Ramen หนักๆ หนึ่งชามก่อนได้

อย่างผมไปกับ Mayumi จังก็สั่งบะหมี่เย็น [Hiyashi Chuka] หนึ่งชามแล้วก็สั่ง Aburi Saba

กับของขึ้นชื่อแห่ง Sendai ในฤดูหนาวอย่าง “Namakaki Fries”

แปลว่า หอยนางรมสดชุบแป้งทอดนั่นเอง :3 

ที่ Za Watami จะมี Menu แบบตามฤดูกาลและตามท้องถิ่นด้วย ^^)

ใครที่ห่วงเรื่องภาษาก็วางใจได้อีก, เพราะ Za Watami มี Menu อังกฤษครับผม

กัดกรุีบ ~ น้ำมันในเนื้อก็ไหลชุ่ม สุดยอดจริงๆ อาหารตามท้องถิ่นและตามฤดูกาลเนี่ย *-*/

คิดราคาออกมาสองคน ก็ 3 พันกว่าเยน, หรือพันนิดๆ บาท

เรียกว่าราคาไม่ต่างจากทาน Izakaya ตามทองหล่อเลยครับ – –

ดังนั้น ถ้าใครไปญี่ปุ่นทั้งที, ผมว่าชั่วโมงนี้ต้องไปลองทาน “Izakaya” ของแท้ให้ได้ ~

บางร้านอาจจะเปิดกัน 24 ชั่วโมงเลย, โดยตอนกลางวันจะมีขายอาหารชุด Lunch Set แล้วพอค่ำลงก็ขายอาหารเป็นจานๆ ต่อ พร้อมกับ “Nomihoudai” แต่บางร้านอย่าง Za Watami จะปิดแค่ตีสาม  

ถ้าใครอยากได้ Feeling แบบ Izakaya จริงๆ ก็ต้องไปตอนที่ลูกค้าเยอะๆ ล้งเล้งๆ ช่วงหัวค่ำถึงสักห้าทุ่ม ~

แต่อีกอย่างที่ต้องระวังก็คือ ส่วนใหญ่ Izakaya ในญี่ปุ่นจะอนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ครับ – –

ภาพข้างบนนี่ผมแอบไปขอเค้าถ่ายมา, มันคืออะไร *O*?

 ตอนเดินมาคิดเงินหน้าร้าน, ก็หันไปเจอคุณสาวพนักงาน [ในภาพแรก :)] ปัดตัวหมากสีฟ้าออกไป ~

เจ้ากระดานที่ดูหน้าตาเหมือน Board Game อันนี้ก็คือ “แผนผัง” ในร้าน Za Watami นั่นเอง, โดยตัวหมากสีเหลือง / สีฟ้าและสีชมพูจะแทนลูกค้าที่มาในจำนวนคนที่แตกต่างกันไป ^^)

พอใครเข้ามานั่งโต๊ะหรือห้องไหน ก็จะเลื่อนตัวหมากไปวางในห้องนั้นๆ เพื่อไม่ให้สับสนนั่นเอง

ง่ายและเป็นระบบ, เห็นเป็นร้านเหล้าล้งเล้งๆ อย่าง Izakaya แต่ก็ยังคงความไม่มั่วซั่ว Style ญี่ปุ่นอยู่ดี :)

 และพอออกจาก Izakaya หรือ Pub หลังเที่ยงคืน ก็จะมี Taxi มาจอดออรอกันเต็มไปหมดเหมือนบ้านเรา

ทายซิว่าที่ญี่ปุ่นนี่, ถ้า “เมาแล้วขับ” ถูกคุณตำรวจปรับเท่าไร ?

 

นอกจากจะถูกปรับ 300,000 เยนแล้ว, ก็อาจจะถูกยึดใบขับขี่ ซึ่งการสมัครสอบใบ Driving License ที่ญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายอีก 4 แสนเยน, ไม่รวมค่าเล่าเรียน ซึ่งผมว่าดี เพราะการปรับแพงก็แปลว่า ชีวิตคนประเทศนี้ถูกตีค่าไว้สูงนั่นเอง

ที่เมืองไทย ใครเป็นลูกหลานนักการเมือง เมาขับรถชนคนตายกี่ศพก็สบายๆ :)

 

One Reply to “Za Watami Izakaya : อิซากายะ คืออะไร รู้ไว้ก่อนไปหม่ำ !”

Comments are closed.