Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในและนอกห้างที่เปิดแข่งกันมากมายจนกรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็น The Little Tokyo, โดยเฉพาะบนสุขุมวิท แถวทองหล่อ พร้อมพงษ์และเอกมัย ที่เรียกได้ว่าเป็น 3 สถานีสวรรค์แห่งแม่บ้านญี่ปุ่น – -/

หลายร้านเป็นของคนไทยที่ฉวยโอกาสตั้งราคา Sushi / Sashimi แพงๆ แต่ใช้ของลดเกรดลง…

พักหลัง, เวลาผมไปทานอาหารญี่ปุ่นร้านใหม่ๆ ทีไร ก็มักจะไม่ถูกใจ…

สุดท้ายก็กลับมาตายรัง, แต่บางครั้งก็ตายจริงๆ เมื่อพบว่าร้านเก่าๆ บางเจ้ามันเจ๊งซะงั้น คงสู้การแข่งขันไม่ไหว – -*

เมื่อวานได้กลับมาทาน “Aji [Dourakui]” อีกครา แต่พบว่า มันยังเป็น “สุดยอดอาหารญี่ปุ่นแห่งเอกมัย” อยู่ครับ :)

ก็เลยทานซะเต็มพิกัด, กับผู้บริหาร Coca Cola Thailand สองท่านที่ใจดีมาเลี้ยง ^^)

ภาพข้างบนนั่นคือ “Sushi 16 Set”, รวมวัตถุดิบชั้นดี 16 อย่างมาปั้นในราคา 1980 บาท

สังเกตอย่างนึงว่า Sushi ที่ Aji [Douraku] จะเป็นแบบคำเล็ก, แม้แต่สาวญี่ปุ่นตัวนิดๆ อย่าง Mayumi จังก็ทานได้ในคำเดียว [แต่ Unagi / Ootoro / Uni / Salmon / Ikura และอื่นๆ ที่วางบนหน้าก็ใหญ่อยู่นะ :D]

ในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผมเคยทานมาทั้งหมดในไทย, Sushi ของ Aji [Douraku] ทานแล้วสบายใจ

ด้วยคำที่ไม่ใหญ่, ใช้สองนิ้วหยิบเข้าปาก แทบไม่ต้องจิ้มซอสใด เพราะมันได้ผ่านปรุงรสมาอย่างลงตัว

Aji [Douraku] ยังคงเป็นหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดบนเอกมัย, และในเขตสุขุมวิท ~

เรื่องชื่อร้าน, จริงๆ เดิมที มันชื่อ “Aji Douraku [อ่านว่า อจิโดราคุ]”

แต่คนไทยที่ไหนจะไปอ่านและไปจำคำว่า “อจิโดราคุ” ได้ก็ไม่ทราบ, ถ้าไม่รู้ความหมายก็คงลืมชื่อร้านใน 3 วิฯ – –

คาดว่าทางร้านเองก็รู้ และอยากเพิ่มลูกค้าชาวไทย

เลยตัดชื่อให้สั้นลง, เหลือแค่ “Aji [อจิ]” ที่แปลว่า “รสชาติ”

แต่ร้อยละ 98 ของลูกค้าก็ยังเป็นญี่ปุ่นอยู่ดี, ดูจากป้ายชื่อคนจองก็ชัดเจน และถ้าใครโทรไปร้าน Aji [Douraku] ที่เบอร์ 027148367 ละก็ คนที่รับสายจะเป็นคนญี่ปุ่นด้วย :D

สำหรับ Menu อาหารที่ Aji [Douraku] ก็จะคล้ายๆ พวก Fuji บนห้างนี่ละครับ

คือมีสารพัดอย่าง ตั้งแต่ Sushi / Sashimi / Tempura / Soba / Donburi [ข้าวราดหน้า]

และช่วงเที่ยงถึงบ่ายสองก็มี “ชุดอาหารกลางวัน [Lunch Set]” ระดับ 1 ใน 3 สุดยอดของเมืองไทย ;)

แต่ Menu ที่พลาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะสำหรับสาวๆ หรือแม่บ้านญี่ปุ่นก็คือ “Bijin Nabe [美人鍋]”

Bijin แปลว่าสาวสวย, ดังนั้นหม้อไฟ [Nabe] ของที่นี่ จึงเป็นน้ำซุปที่ผสมคอลลาเจน [Collagen] ซึ่งเป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากมายในบรรดาสาวญี่ปุ่นทั้งในไทยและในประเทศบ้านเกิดว่าทานแล้วจะสวยวิ๊ง *-*/

[ซึ่งก็คงไม่จริง, เอาไปต้มในน้ำซุปเดือดๆ ผสมเต้าเจี้ยวเนี่ยนะ o_O?]

หม้อไฟของ Aji Douraku มีให้เลือกทั้งแบบซุปเกลือ / ซุปซีอิ๊ว / ซุปเต้าเจี้ยวและซุปมะเขือเทศ [o_O!!!]

ส่วนเครื่องก็เลือกสั่งเป้นจานๆ ได้เหมือนเราไปทานสุกี้ไทย ~

ในภาพข้างบนนั่น ผมสั่งให้เค้าจัดมาแบบ Seafood, มีทั้งหอยนางรมตัวใหญ่ / Salmon และเห็ดกับเต้าหู้

ต้มกันไปคุยกันไป, จริงๆ หม้อไฟชามเดียวก็พอแล้ว เพราะเราสั่งพวก Udon / Ramen ใส่เพิ่มได้เองอีก :D 

และ “กินไม่ได้” ครับ

เป็นมุขของทาง Aji [Douraku], จริงๆ ปลาตัวนี้ชื่อ “Kinmedai” หรือก็คือปลากระพงแดงตาโตนั่นเอง ^^” 

เป็นหนึ่งในอาหารที่ผมก็ Recommend ไว้, ใช้ปลากระพงแดงนำเข้าจากญี่ปุนมาตากแดดก่อน เพื่อให้เนื้อนุ่มแต่มีความเหนียว จากนั้นก็ย่างเกลือจนหนังด้านนอกมีความกรอบบางเบา ~

ด้วยรสเค็มนิดๆ แกล้มกับมะนาวและไช้เท้าขูด, ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยสุดยอดในราคาตัวละ 420 บาท

 แต่ถ้าใครชอบแนวปลาดิบหรือ Sashimi, ที่ Aji นี่ดังเรื่อง “Toro” ซึ่งก็คือปลา Tuna

ไม่ว่าจะเป็น Toro ธรรมดาแบบเนื้อสีแดงไปจนถึง “Ootoro”

คุณภาพปลาเกรดดีกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ในทองหล่อ / เอกมัยและสุขุมวิทครับ

 

คงเพราะ Aji [Douraku] เป็นผู้นำเข้าปลามาเองจากญี่ปุ่นด้วย

แต่ราคาเมื่อเทียบกับพวกร้าน Sushi แพงๆ ในทองหล่อ, ผมว่า Aji [Douraku] ยังถูกกว่า 1 ระดับ ทั้งที่เกรดปลา วัตถุดิบ รสชาติไม่แพ้กันหรืออาจจะเหนือกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำไป

เรื่องบรรยากาศก็ของแท้, เดินเข้ามาปุ๊บจะมีพนักงานชาวญี่ปุ่นโค้งทักก่อน…

ทานเสร็จก็มีสะสมแต้ม, ไว้แลกพวกถุงกอล์ฟสำหรับ Salary Man และตุ๊กตา Rilakkuma สำหรับแม่บ้านญี่ปุ่น *-*/

ด้านหน้าร้านมีหม้อโอเด้ง [Oden] ขนาดใหญ่ ไว้ให้ลูกค้าชี้เลือกของที่จะทานได้เอง

เหล้านี่ก็เต็มพืกัดครับ, ทั้งเบียร์สด Asahi ไปจนถึงสาเกสารพัดสูตร

แต่ข้อเสียคือ Aji [Douraku] อยู่ชั้น 3 ห้าง Big C เอกมัย, มันจึงปิดสี่ทุ่ม o_O!!!

[แถม Lunch Set ของคุณแม่ผมคราวก่อน ที่ถ่ายด้วย iPhone 4 ส่วน Review นี้ใช้ Galaxy S4 DoCoMo ;)]

แผนที่ร้าน, ถ้าเดินจาก BTS มาอาจจะไกลนิดในวันที่อากาศร้อนแต่ยังไง Aji [Dou Raku] ก็ยังคงป็น “อาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดบนเอกมัย” สำหรับผม และกล้าแนะนำ สำหรับใครที่อยากทานของอร่อยในราคาไม่ฟันหัวแบะจนเวอร์ครับ – -/