Special : สมัครบัตร Amex วันนี้ฟรีตั๋วชั้นธุรกิจสู่ญี่ปุ่น 3 ใบ ! > "Click"

--------------------------

ไม่มีแผนที่ไร่บุญรอด, ไม่กล่าวถึงรูปปั้นสิงห์สีทองและไม่ขอลงภาพต้นชา ทว่า Blog นี้มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเล่ามากกว่า เกี่ยวกับ “เสาวรส” หรือ “Passionfruit” ในภาษาอังกฤษ ที่คนไทยไม่ว่าใครก็คงคุ้นเคยกันดี

ใน Supermarket บนถนนสุขุมวิท, แค่บิดฝาขวด เราก็มีน้ำเสาวรสคุณภาพดีให้สดชื่นได้ตลอดเวลา

แต่ผมไม่เคยรู้ว่า “ต้นกำเนิดของเสาวรส” นั้น, มันข้ามท้องฟ้ามาจากดินแดนแสนไกล ถึง America

การมาไร่บุญรอด [Singha Park Chiang Rai] ครั้งนี้, โชคดีได้พบกับชายคนหนึ่งซึ่งเคยทำงานโครงการหลวงมาครึ่งชีวิต

ย้อนกลับไปสู่ปี 1969, สมัยที่ชาวเขายังปลูกฝิ่นในเมืองไทย…

ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปยังดอยปุย, และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการปลูกพืชทดแทน “ฝิ่น”

ด้วยเงินส่วนพระองค์และการบริจาคเพิ่มเติม

ในที่สุด, ปี 1994 ทางสหประชาชาติก็ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณในการแก้ปัญหายาเสพติด

ไม่มีการกวาดล้างและไม่มีความรุนแรง

ในหลวงทรงใช้วิธี “นำผักผลไม้เมืองหนาวมาปลูกในพื้นที่ฝิ่น”, ในชั้นต้น มันคือการลองผิดลองถูกด้วยซ้ำ

[40 ปีผ่านไป, ปัจจุบันฝรั่งเรียกแนวคิด “ธุรกิจเพื่อพัฒนาสังคม” แบบนี้ว่า “The Social Enterprise“]

และ “เสาวรส” หรือ “Passion Fruit” ก็คือหนึ่งในผลไม้ที่ถูกนำข้ามฟ้ามาจาก America ใต้, นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไทยบางคนจึงเรียก “เสาวรส” ว่า “กะทกรกฝรั่ง” ครับ

 

ชายชื่อ “สมสิน สิงขรัตน์” คนนี้ละครับที่สละเวลามานั่งเล่าเรื่องราวการกำเนิดของ “ไร่เสาวรส” ในไทย

และจากวันนั้น…

จนถึงวันนี้, ไม่น่าเชื่อว่าแม้เราจะมีไร่เสาวรสมากแค่ไหน ก็ยังไม่พอกับความต้องการบริโภคน้ำเสาวรสในประเทศ

ทั้งจากไร่โครงการหลวงและไร่บุญรอดที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ปัจจุบัน ไม่มีฝิ่นในดินแดนชาวเขาอีกแล้ว

 ที่ไร่บุญรอดเองก็มีไร่เสาวรสคุณภาพดีขนาดใหญ่, มีการวางระบบน้ำลำเลียงเป็นท่อให้นักท่องเที่ยวชม แต่ทว่า “ไร่เสาวรสใหญ่” ที่เห็นนี้ ก็ยังเป็นแค่ “ไร่เล็ก” เท่านั้น

หากใครอยากชม “ไร่เสาวรสใหญ่จริงของบุญรอด” จะต้องขับรถขึ้นเขาไปอีก 80 km, สู่ “ไร่แม่สรวย”

ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกันครับว่า ผมจะตามรอยเสาวรสไปไกลได้ขนาดนี้…

ที่สถานีทดลองหมายเลข 1 ของไร่บุญรอด, มีภาพในหลวงเก่าๆ ตั้งเด่นอยู่หน้ากระท่อมไม้หลังเล็กๆ

แม้จะเป็นภาพที่ดูแล้วผ่านวันเวลามาเนิ่นนาน

แต่ก็มีพาน, ดอกไม้และถ้อยคำว่า “ทรงพระเจริญ” อยู่ด้านล่าง

ผมได้พบกับเจ้าของสวนเดิมที่ตอนนี้ทางบุญรอดจ้างให้ดูแล “ไร่เสาวรส” ด้วยความรักและความตั้งใจ, แกขับรถกระบะ 4WD ลุยเข้าไปในไร่ แล้วก็ชี้ให้ดูว่า ทางไร่บุญรอดต้องทำท่อทดน้ำขึ้นมาบนเขานี้อย่างไร

ปุ๋ยที่ใช้ “ปรุงเสาวรส” ในไร่แม่สรวยก็นำมาจาก “กากเบียร์”, เพื่อเสริมให้มัน “เลิศรส” สมดังชื่อผลไม้ชนิดนี้

บวกกับแสงแดด / ก้อนเมฆบนฟ้าและพระมหากรุณา, ที่พาเอา “Passion Fruit” ข้ามซีกโลกมา

ในที่สุด, เราก็สามารถปลูกเสาวรสคุณภาพดีได้ที่มุมหนึ่งของภูเขาในจังหวัดเชียงรายอย่างน่ามหัศจรรย์

 ระหว่างที่ผมพยายามใช้สองมือแหวกทางเดินในคูอย่างยากลำบาก, ลุงแกก็เล่าถึงวิธีการเก็บผลเสาวรสในไร่บุญรอดอย่างภาคภูมิใจว่า “ทั้งหมดเป็นการเก็บด้วยมือคน”

แต่เราจะไม่ดึงเสาวรสลงจากต้น

ทว่า จะรอจนกว่ามันจะหล่นลงมาเอง

จากนั้นจึงค่อยๆ คัดมัน เพื่อส่งไปยังโรงงานในไร่บุญรอดใหญ่

เพื่อแปรรูปเป็น “น้ำเสาวรสบรรจุขวด” เกรดเอ

แต่กว่าจะเห็นเป็นผลเสาวรสที่คนกรุงเทพฯ ทานกัน…

 

7 เดือน…

จากดอกสู่ผล,

[ผมเองไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีดอก “Passion Flower” ด้วย]

เสาวรสถือกำเนิดขึ้นที่นี่

ในฐานะผลไม้จากแดนไกลที่เปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของชาวไทยบนภูเขา

ช่วงเวลาที่ผมขับรถเช่าหนึ่งคันวิ่งผ่านถนนเล็กๆ เต็มไปด้วยฝุ่นเป็นระยะทางกว่า 70 – 80 km,ไกล 785 km จากกรุงเทพฯ ที่ผมใช้ชีวิตประจำวัน ระหว่างนั้นก็ถามตัวเองว่า กำลังตามหาอะไรอยู่ ?

ทำไมไม่เคยคิด ไม่เคยสงสัยว่า “เสาวรส“, ผลไม้ที่แสนจะคุ้นตาในเมืองไทยนั้น มันมาจากไหน ?

 

วัววาตูซี่ ยีราฟและม้าลาย ชมได้ที่ไร่บุญรอดสิงห์ปาร์คเชียงราย

วัววาตูซี่ ยีราฟและม้าลาย พบได้ที่ไร่บุญรอดเชียงราย

วัววาตูซี่ ยีราฟและม้าลาย แห่งไร่บุญรอดเชียงราย

และด้วยการสานต่อแนวคิดที่คล้ายกัน,

ปัจจุบัน ทางไร่บุญรอดก็ได้นำสัตว์แปลกๆ ที่เราคนไทยไม่มีโอกาสได้เห็น เช่น “วัววาตูซี่ [Watusi Cow]” , วัวสายพันธุ์โบราณอายุกว่าหมื่นปีซึ่งมีเขาใหญ่ที่สุดในโลกจากทะเลทราย Sahara เข้ามา

โดยเปิดให้เด็กๆ ได้ชม วัววาตูซี่ ที่ว่านี้แบบฟรีๆ

เพื่อเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ และไว้ให้คนไทยได้ศึกษาหาความรู้

เพราะเดิมที ไร่บุญรอดแห่งนี้ก็เคยเป็นแหล่งปลูกข้าวสำหรับทำเบียร์สิงห์ ทั้งที่จริงๆ แล้ว, การนำเข้าข้าวจากประเทศข้างเคียงมีต้นทุนต่ำกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่เพื่อให้ชาวนาชาวไร่ไทยมีรายได้เพิ่มอีกนิด

  ปัจจุบัน, ที่ไร่ก็เพิ่มแปลงปลูกชาและเสาวรสเข้ามา

แต่จะเป็นที่ไร่บุญรอดหรือที่โครงการหลวง, เสาวรสก็เกิดมาด้วยความตั้งใจบางอย่าง ที่ต้องการ “พลิกฟื้น” ผืนดินไทยให้ห่างไกลอันตรายอย่าง “ฝิ่น” จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายมากหากคนไทยไม่ได้ทราบที่มาว่า ผลไม้ชนิดนี้ที่ข้ามฟ้ามานั้น…

มันคือหลักฐานแทนความรักและความห่วงใย จากในหลวง ถึงปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดินฯ