มีน้องหมานอนหน้า 7 – Eleven ไหม ?

พนักงานต้องพูด “รับขนมจีบซาลาเปา” รึเปล่า ? [หรือรับ Hot Dog & ข้าวผัดอเมริกันไหมละ You o_O?]

แต่รู้ไหมครับว่าจริงๆ แล้ว 7 – Eleven มีประวัติเริ่มต้นที่ USA, จากโรงงานทำน้ำแข็งชื่อ “The Southern Ice”

จนปี 1927, เจ้าของโรงงานชื่อ J Thompson คิด Idea ใหม่ขึ้นมาว่า ไหนๆ เราก็ต้องทำน้ำแข็งอยู่แล้ว ก็น่าจะดีถ้าต่อยอดธุรกิจด้วยการขายอาหารสด / นมและไข่ที่แช่ในน้ำแข็งเพื่อรักษาความสดด้วย !

ร้าน 7 – Eleven สาขาแรกของโลกก็ถือกำเนิดขึ้นมา, โดยช่วงแรกใช้ชื่อว่า “Totem”

7-11-eleven-review-new-york-usa-vs-japan-thai-different-iphone-6-plus

กระทั่งวันหนึ่งจึงเปลี่ยนชือร้านเป็น “7 – 11” เพื่อบอกเวลาเปิดปิด

ซึ่งใน USA ยุคนั้น, 7 – Eleven ถือว่า เป็น “ร้านสะดวกซื้อ” ที่เปิดนานชั่วโมงมากต่อวัน

ลูกค้าก็แห่แหนกันมา เพราะว่า 7 – Eleven กลายเป็น “ร้านโชว์ห่วย” แห่งเดียวที่มีขายทั้งอาหาร / ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านและแม้แต่เครื่องดื่มตู้กดอย่าง “สเลอร์ปี้ [Slurpee]” ก็มีตั้งแต่วันเริ่มต้นกิจการแล้ว !

[อย่าลืมครับว่าคุณเจ้าของแกทำโรงงานน้ำแข็งมาก่อน แต่ก็นับถือจริงๆ ในการต่อยอด Idea :)]

จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน, 7 – Eleven ใน USA เริ่มมีปัญหา…

สุดท้ายจึงขายกิจการทั้งหมดให้ญี่ปุ่น, ปัจจุบัน HQ ใหญ่ของ 7 – Eleven ทั้งโลกจึงอยู่ที่ Tokyo

และสุดท้ายของสุดท้าย, 7 – Eleven & iHoldings Japan ก็ส่ง 7 – 11 กลับไปเปิดสาขาที่ USA !

7-11-eleven-review-new-york-usa-vs-japan-thai-different-iphone-6-plus-3

ส่วนมาก, 7 – Eleven ใน New York เป็นร้านเล็กๆ ขนาด 1 – 2 ห้อง

บางสาขาก็ไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงแบบไทยหรือญี่ปุ่น

แน่นอนว่าไม่มี “น้องหมา” นอนแผ่หน้าร้าน [คงเพราะเมืองมันหนาว ไม่ต้องมาแอบตากแอร์ :)]

และเวลาเดินเข้าก็ไม่มีเสียงติ๊งต่อง ~

เวลาเดินออกก็ไม่ได้ยิน “รับขนมจีบซาลาเปาไหมค้า ?”

คือคุณพนักงานร้านต่างๆ ใน USA [รวมทั้งใน UK / EU] ที่ผมเจอมา, ไม่ได้มีรอยยิ้มและความ Friendly แบบพี่ไทยเราเลย [Starbucks Japan & Starbucks Thailand นี่ดีสุดในโลกแล้วครับ เชื่อผม]

การจัดร้านส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ ไทย คงเพราะมันเอา Know How มาจากญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ทว่า…

7-11-eleven-review-new-york-usa-take-away-burger-food-iphone-6-plus

7-11-eleven-review-new-york-usa-take-away-hot-dog-food-iphone-6-plus

7-11-eleven-review-new-york-usa-take-away-burger-food-iphone-6-plus-2

7-11-eleven-review-new-york-usa-vs-japan-thai-different-iphone-6-plus-2

แน่นอนเลยว่า 7 – Eleven ที่ USA ต้องไม่มี “ข้าวเหนียวหมูย่าง” หรือ “ข้าวมันไก่” ใส่กล่องรอเข้า Microwave ~

[ของญี่ปุ่น ตู้ตรงนี้ก็จะเต็มไปด้วยข้าวปั้นสามเหลี่ยม Onigiri และ bento แบบต่างๆ ^^/]

7 – Eleven NYC วาง Sandwich สารพัดแบบกับ Burger มากมาย…

ซึ่งดูไม่มีความน่าทานเลยให้ตายสิ – -*

ส่วนมุมอาหารร้อนๆ ที่ของญี่ปุ่นจะเป็น “Oden”, แต่ที่ New York ก็เป็น Pizza !

กับพวกปีกไก่ทอด [Buffalo Wing] และมันฝรั่ง…

แต่ที่สะดุดตาผมสุดๆ จนทนไม่ได้ต้องสั่ง 1 กล่องก็คือ “Doritos Loaded”, คงเป็นการทำตลาดร่วมกับขนม Junk Food ซองๆ ของยี่ห้อ “Doritos” ที่บ้านเราก็มีขาย ร่วมกับทาง 7 – Eleven นั่นเอง

7-11-eleven-review-new-york-usa-beer-budweiser-light-iphone-6-plus

7-11-eleven-review-new-york-usa-slurpee-coke-fanta-iphone-6-plus

7-11-eleven-review-new-york-usa-beer-budweiser-light-iphone-6-plus-2

7-11-eleven-review-new-york-usa-pumpkin-spice-latte-coffee-iphone-6-plus

ระหว่างนั้นก็หันมาดูเครื่องดื่มในตู้แช่และกาแฟ

7 – Eleven ที่นี่เน้นขายเบียร์ Budweiser ซึ่งเป็นของ USA เอง

แต่กระป๋องเล็กสุดคือ 25 oz [0.81 ลิตร !]

ดื่มกันให้อ้วนตายคู่กับมันฝรั่งทอดและ Pizza เวลานั่งหน้า TV ดู American Series – –

สังเกตอย่างหนึ่ง, คือไฟในร้าน 7 – Eleven ของ USA ไม่ค่อยสว่างเมื่อเทียบกับบ้านเราซึ่งติดหลอดไฟเต็มเพดานอย่างบ้าคลั่ง [ผมว่า 7 – Eleven ไทยไฟสว่างกว่าญี่ปุ่น / Taiwan อีก]

และ 7 – Eleven ใน USA ก็มีป้ายเตือนจำพวก “มีกล้อง CCTV ติดอยู่” เต็มไปหมด

หรือที่หน้าร้านก็มีป้ายว่า “ช่วงค่ำ เราไม่มีเงินทอนเกิน 30 USD และพนักงานก็เปิดเก๊ะหยิบเงินไม่ได้” ด้วย

7-11-eleven-review-new-york-usa-cash-dangerous-robber-iphone-6-plus

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเมืองไทย…

เวลาเจอป้ายไฟสว่างๆ ของ “7 – Eleven” ในบ้านเราทีไร, จะรู้สึกว่า “ที่นี่ปลอดภัย”

ความหมายของการติดไฟให้สว่างๆ ไว้เยอะๆ อาจจะมีค่าตรงนี้

คือมี “ความอุ่นใจ”

ว่าแล้วก็มาจ่ายเงินพร้อมรับ “Doritos Loaded” จากนรก ราคา 2 USA มี 4 ชิ้น

ทุกคนก็เข้าแถวแบบประเทศโลกที่ 1, คือไม่ว่าจะมีพนักงานหน้า Cashier กี่คน ก็ต้องต่อแถวรวมกันแล้วค่อยมากระจายตัวหน้าพนักงาน ทำให้ใครมาก่อนจะได้จ่ายก่อนเสมอ [ไม่เหมือน KFC ไทย ที่ไม่รู้ทำไมแถวเราจะช้าสุดทุกที – -*]

ถ้าเป็นกรุงเทพฯ, จะมี “ขนมจีบซาลาเปา

7-11-eleven-review-new-york-usa-potato-chips-kettle-grand-ma-iphone-6-plus

7-11-eleven-review-new-york-usa-banana-price-dim-sum-iphone-6-plus

แต่ที่ USA จะเป็น “Hey You Banana Man !!!”

พวกฝรั่งนี่มันไม่รู้เป็นไรทำไมถึงชอบกล้วยกันขนาดนั้น…

ผมไป Starbucks ใน UK, ก็มีวางกล้วยเป็นอันๆ หน้า Cashier

คงเผื่อว่าใครจะตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายว่า “กินกล้วยดีกว่า !”

ซึ่งความคิดที่ว่านี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาในชีวิตผมเลย [หรือคนไทยทานกล้วยจนชิน – -]

และก็ไม่ทราบอีกว่าคนชาติ American ทำไมมันจะต้องฮัมเพลงไปพร้อมกับโยกตัวระหว่างคิดเงิน, ทั้งในศูนย์ T – Mobile / Supermarket และ ร้าน 7 – Eleven เป็นเหมือนกันหมด – -*

Doritos Loaded !

7-11-eleven-review-new-york-usa-doritos-loaded-cheese-iphone-6-plus

7-11-eleven-review-new-york-usa-doritos-loaded-cheese-iphone-6-plus

หน้าตากล่องออกแนวบ้าพลังแบบ American, ทานได้จริงสองคำ ปาทิ้ง – –

ด้านนอกเป็นอาหารประเภทแป้งเอาไปห่อด้วย Cheese

แล้วคลุกกับเครื่องปรุงเค็มๆ

ทอด !

ผลออกมาคือ Cheese ข้างในยังเย็นและมีแต่รสเค็มตามประสา Junk Food

คิดถึง 7 – Eleven ที่ไทยและญี่ปุ่นขึ้นมาในบัดดล ระหว่างที่เตะกล่อง Doritos Loaded กระเด็น

แต่ก็น่าสนใจตรงที่ 7 – Eleven เก่งมากในการทำ Product โดยเฉพาะอาหารให้มัน “Localize”, คือเข้ากับ Life Style และรสนิยมของคนชาตินั้นๆ อย่างไทยเราตอนนี้ก็มี “กุ้งอบวุ้นเส้น” ที่ผมว่ามัน Amazing มาก !

new-york-cat-homeless-white-fat-angry-unfriendly-iphone-6-plus

apple-store-5th-avenue-new-york-how-to-buy-wifi-free-iphone-6-plus

แถมด้วยภาพน้องแมวสีขาวตัวกลมนั่งอยู่หน้าร้านข้างๆ 7 – Eleven แต่หน้าตาไม่เป็นมิตรสุดๆ – –

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วยกล้อง iPhone 6 ที่ Pre Order จาก Apple Store NYC เมื่อ 4 Oct ที่ผ่านมา, อยากบอกว่าผมคิดถึง 7 – Eleven ที่เมืองไทยและข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวจังเลย :’)

2 Replies to “7-11 in New York : มาดูกันว่ามีอะไรต่างจากญี่ปุ่นและไทย !”

Comments are closed.