Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

ถ้าใครไม่เคยสั่ง “Omakase“, คงยากที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นนักทาน Sushi และอาหารญี่ปุ่นตัวจริง…

เพราะ “Omakase” มีความหมายลึกซึ้งกว่าการสั่งอาหาร แต่มันคือการวางใจในตัว Chef ให้ใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในร้านมาปั้น Sushi แบบส่งถึงมือทีละคำ, ไล่เรียงจากปลาดิบเนื้อสีขาวที่ความมันน้อยไปจนถึงเครื่อง Sushi ที่เข้มข้น

จริงๆ ในไทยเองก็มีร้าน Sushi เก่าๆ แถวทองหล่อที่ปั้น “Omakase” ที่ราคาหัวละ 5 – 8 พันบาท

[แต่บรรยากาศมักจะญี่ปุ่นแท้ๆ กดดันสุดๆ สำหรับมือใหม่ และมักไม่ตั้ง Menu ให้ดูหน้าร้านก่อนด้วย]

จน Week ก่อน, ผมไปเจอร้าน Sushi ติด BTS อารีย์ที่มี “Omakase” เช่นกัน ในงบ 1500 บาทชื่อ Shinsei !

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-tuna-otoro-price-set-aree-bts

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของ Shinsei Sushi ก็คือ ในร้านแยกเป็นสองฝั่ง, ด้านขวาเป็นโต๊ะเก้าอี้ธรรมดาแบบนั่งได้ 4 คนแต่ด้านซ้ายจะเป็น Sushi Bar แบบนั่งประจันหน้ากับ Chef โดยมีเก้าอี้อยู่แค่ 5 – 6 ตัว

ตรงนี้ผมเรียกว่า “Omakase Zone

คือเป็นเก้าอี้สำหรับคนที่อยากนั่งทาน Sushi แบบตามใจ Chef จริงๆ

และ Sushi ก็จะถูกบรรจงปั้นทีละ, ใส่จานส่งมาให้ถึงมือ พร้อมบอกชื่อของปลาชนิดนั้นๆ

ที่ดีอีกอย่างคือเราจะได้เห็นขั้นตอนการทำ, ตั้งแต่หน้าตาของหม้อหุงข้าวไปจนถึงการทาซอสที่เนื้อปลา

ส่วนโต๊ะฝั่งขวาจะเหมาะกับคนที่มาเป็นกลุ่ม, เน้นนั่งสบายและสั่ง Sushi ง่ายๆ ทั้ง Traditional & Fusion

อันนี้ก็แล้วแต่ Style ครับ แต่ถ้ามา Shinsei Sushi ทั้งที, ผมว่าก็น่าลอง Omakase มากกว่า

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-bar-fusion-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-menu-set-price-set-aree-bts

Omakase ของ Shinsei ก็มี 3 ขนาด, 12 – 18 ชิ้น

ปลาดิบและเครื่อง Sushi จะคล้ายกัน แต่แตกต่างในด้านจำนวนเท่านั้น

[ใครที่ไม่ใช่นักกินจุ, แนะนำว่า 12 ชิ้นจริงๆ ก็อิ่มแล้วนะครับ – -/]

Ok, จากบรรทัดนี้ไป ผมขอ Review แบบตามจริง…

คือบอกตรงๆ ว่าผมเห็น Shinsei เป็นร้าน Sushi เปิดใหม่ในขนาด 1 ห้อง, ก็นึกไปถึงพวกร้าน Sushi ตามกระแสที่เดี๋ยวนี้มีทั่วสุขุมวิทและก็มักจะปั้น Sushi แบบที่ผมไม่ชอบมากๆ คือข้าวคำเล็กๆ แต่ปลาชิ้นใหญ่ๆ

[บางร้านใช้พวก Engawa / ปลาไหลชิ้นยาวขนาดพันรอบข้าวได้, สิ่งที่เหลือในปากคือความมันและเลี่ยน…]

แต่ Omakase ของ Shinsei เริ่มต้นด้วย “Sunomono” ที่น่าแปลกใจ

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-salad-sashimi-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-tai-roll-salmon-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-chutoro-tuna-price-set-aree-bts

ซึ่งก็คือ “ของดองน้ำส้มตามแบบญี่ปุ่น”

ในวันที่อากาศร้อนๆ, ได้ปลาดิบที่แล่บางๆ วางในชามเล็กๆ คลุกเคล้ากับสาหร่ายและแตงกวา ดองมาในน้ำส้มสายชูที่เย็นเจี๊ยบ ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งและยิ่งทำให้รู้สึกอยากทานอาหารมากเข้าไปใหญ่ !

บอกตรงๆ เลยครับว่าผมประทับใจ Sunomono ชามนี้ที่สุดใน Omakase ของ Shinsei

เพราะรู้สึกว่ามันเริ่มต้นด้วยความใส่ใจจริงๆ

จากนั้นก็ต่อด้วยปลาเนื้อขาวต่างๆ, ทั้งแบบแล่บางๆ และแบบหมักด้วยสาหร่ายเพิ่มความเข้มข้นมาเรื่อยๆ

มาจนถึงปลาเนื้อแดงติดมันอย่าง Otoro และปลาไหลทะเล [Anago] ที่ปรุงมาให้เสร็จด้วยส้มญี่ปุ่น [Yuzu]

จบท้ายด้วยหอยเม่น [Uni] และไข่หวานย่าง [Tamagoyaki] อีกสองชิ้น

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-otoro-tuna-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-uni-salmon-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-eel-anago-unagi-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-egg-omelette-price-set-aree-bts

สังเกตว่า Sushi ของ Shinsei Omakase เป็น Sushi จริงๆ

ขนาดข้าวและปลาดิบลงตัว, ตามแบบ Japanese Traditional Style

เสียดายนิดๆ ตรงที่ “Omakase Zone” ของ Shinsei ค่อนข้างเล็ก, มีเก้าอี้ไม่กี่ตัว และถ้าไปตอนช่วงเที่ยงๆ โดยไม่ได้จองละก็ อาจจะไม่มีที่นั่งได้ [ตอนผมไป มีคุณฝรั่งคนหนึ่งนั่งตรงนี้และพี่แกใช้ตะเกียบอย่างเทพฯ !]

ผมจึงต้องกระเด็นมาตรงโต๊ะธรรมดา, [แต่ก็คิดได้อีกแง่ว่าการมีแค่ 5 – 6 ที่นั่งมันทำให้ Chef ดูแลทั่วถึง]

และก็ต้องขอบคุณ Chef ครับ, ที่ยังปั้น Sushi ทีละคำใส่จานเดินมาวางพร้อมอธิบายชื่อปลาให้ถึงโต๊ะ !

แต่ถึงอย่างนั้น, บรรยากาศก็ไม่ได้กดดันเหมือนพวกร้าน Traditional จริงๆ ตามพวกทองหล่อ

เรายังสั่ง Sushi แบบ Fusion มาทานด้วยได้ เพราะคนที่ไปกับผมเขาไม่ใช่สาย Sushi 100% :)

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-cheese-roll-salmon-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-eel-roll-unagi-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-eel-roll-unagi-price-ssexy-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-cheese-roll-salmon-price-set

Salmon Cheese Roll & Unagi Roll ~

สามารถสั่งได้แบบจานใหญ่ 8 ชิ้น, หรือจะสั่งแบบ Half Size 4 ชิ้นก็ได้ [อันนี้ดีมากๆ เหมือนที่ USA เลย :)]

พอมาเป็นแนว Fusion Sushi Roll, ก็เปลี่ยน Style ปลามาแบบเต็มพิกัด ซัดทั้ง Cheese ทั้ง Avocado และยังราดซอสหวานๆ พร้อมยิงไฟและใส่มายองเนส ซึ่งถ้าใครชอบ Sushi สาย American ก็คงต้องบอกว่าสะใจ

แต่ถ้าใครชอบ Sushi จริงๆ ก็แนะนำฝั่ง Omakase มากกว่า

คุณ Chef ยังเล่าให้ฟังตอนหลังด้วยครับว่าข้าวที่ใช้ปั้นใน Sushi ฝั่ง Omakase จะหุงด้วยหม้อแก๊สโบราณ

เพื่อให้ข้าวค่อยๆ สุกอย่างช้าๆ และความร้อนในเตานึงก็จะทำให้ข้าวนุ่มกว่าปรกติ

หม้อที่ว่านี่ต้องสั่งตีขึ้นมาเป็นพิเศษด้วยครับ :D

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-map-open-time-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-bar-farang-price-set-aree-bts

shinsei-sushi-chef-omakase-review-iphone-6-free-ig-fb-price-set-aree-bts

ใครสนใจอยากลองทาน Sushi แบบ “Omakase” ก็ลองแวะมา Shinsei ได้, ร้านอยู่ใกล้กับ BTS อารีย์ในระยะเดิน 5 นาที เข้าซอยพหลโยธิน 7 ง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้แผนที่ ส่วนเบอร์โทรเผื่อจองก็ 026197271

ภาพทั้งหมดใน Shinsei Review ก็ถ่ายด้วยกล้อง iPhone 6 มือถือส่วนตัวผมเช่นเคยครับ :)