ในขณะที่ร้านกาแฟบ้านเราหลายๆ แห่งถึงกับเขียนป้ายห้ามลูกค้านั่งแช่ แต่ทำไม Starbucks Japan ถึงมีคุณ Barista ถือผ้าห่มหนาๆ สีเขียวเดินถามลูกค้าเป็นรายคนว่า “อากาศหนาวนะคะ รับผ้าห่มไหม ?”

เมื่อลูกค้ามีผ้าห่มอุ่นๆ ใต้สภาพอากาศอุณหภูมิ 5 – 10 c, พวกเขาก็น่าจะ “นั่งแช่” นานขึ้น

ถ้าคิดสั้นๆ, การกระทำเช่นนี้ของ Starbucks Japan ย่อมจะส่งผลให้ “เจ๊งแน่ๆ”

แต่ความจริงคือ Starbucks Japan มีมากกว่า 1000 สาขา, Tokyo เป็นเมืองที่มี Starbucks มากที่สุดในโลก

[283 สาขา เท่ากับที่ New York พอดี ตามมาด้วย London ซึ่งมี Starbucks ทั้งหมด 246 สาขา]

starbucks-japan-only-free-blanket-wifi-barista-ueno-park-tokyo-family-cute-iphone-6

[ในภาพคือ Starbucks Ueno Park ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดี มีลูกค้ามหาศาลและ Starbucks ก็ไม่น่าจะอยากให้คน “นั่งแช่” นานๆ แต่ทำไมถึงยังมีบริการฟรีผ้าห่ม แถมคุณ Barista ถึงขั้นเดินถามทีละโต๊ะจนครอบครัวฝรั่งเศสในรูปยังตกใจ ?]

คำตอบคือ “ทุกคนที่มา Starbucks ควรจะได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไป”

ฟังดูง่ายดาย [และโลกสวย] ไหมครับ :)

ถามต่อว่า “อ้าว ถ้าลูกค้ามา Starbucks แล้วไม่มีที่นั่งละ จะทำอย่างไร ?”

สิ่งที่ Starbucks คิดก็คือ “แปลว่าที่ตรงนี้มีกำลังซื้อสูงพอนี่นา !”

ดังนั้น เราควรจะเปิดสาขาเพิ่มที่ฝั่งตรงข้ามทันที !

ผลคือ Starbucks มีสาขาทั้งหมด 283 แห่งใน Tokyo, กลายเป็น The City of Starbucks เทียบเท่า NYC

starbucks-japan-only-wifi-secret-menu-yoghurt-fruit-recyclable-mug-iphone-6

[แก้วซ้ายเป็น Menu ใหม่ของ Starbucks Japan, ใส่ผลไม้และ Yoghurt ของคุณน้องสาวผมที่ตอนนี้ย้ายไปทำงานที่ Tokyo แต่ผมชอบดื่มกาแฟร้อนมากกว่าก็เลยสั่ง “Caffe Misto” ซึ่งไม่มีขายที่ Starbucks Thailand ครับ :)]

คุ้นๆ ไหมครับกับ Model นี้…

ผมเคยอ่านเจอเรื่องที่ “ถ้า 7 Eleven ร้านไหนขายดี, ทาง CP จะเปิดสาขาเพิ่มทันทีถัดไปอีกสองห้อง”

และคนก็ด่ากันเละเทะว่า “นี่มันเป็นการตลาดที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม !” ซึ่งมองในมุมหนึ่งก็น่าจะจริง

แต่ดูแผนที่ Google Maps ด้านล่าง, ในเขต Roppongi ซึ่งมีกำลังซื้อสูงเป็นอันดับ 2 ของ Tokyo

สมมติว่าลูกค้าเดินมา Starbucks ตึก Roppongi Hills แล้วไม่มีที่นั่ง,

ผลก็คือเขาอาจข้ามถนนไป Mercedes Connection Cafe ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

mercedes-benz-connection-cafe-tokyo-roppngi-review-smart-downstairs-electric-iphone-6

ทั้งที่ลูกค้าอาจเดินมาถึง Starbucks ก่อน

ความหมายคือ วันนี้อยากดื่ม Caffe Misto ซึ่งหาจากร้านอื่นไม่ได้ด้วยซ้ำ !

ถ้า Starbucks ไม่เปิดสาขาตรงนี้, ก็แปลว่ายินดียกตลาดให้กับ Doutor Coffee หรือ Mister Donuts ฟรี

ถ้าเราเป็น Starbucks, จะเลือกทางไหน ?

ย้อนกลับไป, แนวคิด “ยึดทุกสี่แยก” ของ Starbucks ก็ทำให้ผมนึกถึง “7 Eleven Thailand” เพราะในบ้านเราตอนนี้มีทั้ง Family Mart ที่ถูกเครือ Central ซื้อไป พร้อมการมาใหม่ของ Lawson ในเครือสหพัฒนฯ

เหมือนกัน, ถ้าทำเลนี้มีลูกค้าเยอะมาก แต่ 7 Eleven ไม่เปิดสาขาใหม่เพิ่ม…

ก็แปลว่า “ยินดียกลูกค้าทั้งหมดตรงนี้ให้ Lawson / Famima]

starbucks-japan-menu-2015-coffee-branch-menu-maps-tokyo-roppongi-google

ในแง่นี้, Starbucks Japan เป็นคนเลวไหม ?

ผมก็ไม่ทราบได้…

แต่ที่แน่ๆ คือถ้าผมเป็น Starbucks, ผมก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน เพราะมันคือการที่ลูกค้าอยากจะมาหาเราก่อนแล้วแท้ๆ [ยิ่งถ้าเป็น 7 Eleven ก็จะยิ่ง Check ยอดขายของสาขาได้ เห็นตัวเลขชัดเจนว่าควรเปิดสาขาเพิ่มรึไม่]

ทว่า เพราะการแข่งขันด้านร้านกาแฟในญี่ปุ่น, โดยเฉพาะ Tokyo มันโหดเหี้ยมมาก

แค่ Doutor Coffee ที่เป็น No.1 ในประเทศตอนนี้ก็ 1200 สาขาและ Mister Donuts อีก 1300 สาขา

บริการฟรีผ้าห่มง่ายๆ แต่ได้ความประทับใจจากลูกค้ากลับมามหาศาล

ทั้งที่ Starbucks เป็น Chain กาแฟอันดับ 1 ของโลก, 20000 สาขาก็ยังต้องคิดและพัฒนาเพื่อลูกค้าอยู่เสมอ

doutor-le-coffee-cafe-ginza-no-1chain-japan-review-flower-largest-vs-starbucks-iphone-6

ตัดไปที่เมืองไทย, ใน 1 – 2 Weeks นี้ ผมเห็นมี Drama ถล่ม 7 Eleven & เครือ CP ค่อนข้างหนักแต่ผมกลับคิดว่าการมี “ร้านสะดวกซื้อ” ก็ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจริงๆ เมื่อเทียบกับร้านโชว์ห่วยที่พ่อค้าหน้าบูดทั้งวัน ของก็หมดอายุ

เมืองไทยและโลกจะไม่สามารถต้านทานกระแสความต้องการของผู้บริโภคได้

แม้ร้านค้าโชว์ห่วยจะโวยวาย, เรียกร้องให้รัฐฯ หรือกฏหมายช่วย

ทว่า มันจะไร้ค่า [ไม่ว่าสิ่งที่ 7 Eleven / CP ทำจะผิดหรือถูกก็ตาม]

แต่ดู Starbucks Japan เถอะครับ, ทั้งที่เขาคือ No.1 ของโลก

ก็ยังต้องพัฒนาตนเองโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง, ในตลาดที่การแข่งขันโหดเหี้ยมขึ้นทุกวันๆ

และผมมั่นใจเลยว่า “บริการซักรีด” กับ “การสั่ง Cake วันเกิด” ที่ 7 Eleven ไทยทำนั้น, มันเป็นแค่การเริ่มต้น

7-eleven-11-first-store-brand-tokyo-japan-maps-history-toyosu-seven-cafe-coffee 7-eleven-11-first-store-brand-tokyo-japan-maps-history-toyosu-map-atm-bank

7 Eleven Japan มีทั้งร้านกาแฟ / ร้านขนมและที่่น่ากลัวสุดก็คือ “7 Bank”, แต่ในความเป็นจริงก็คือมันแปลว่าลูกค้ามีของกิน 24 ชั่วโมงใกล้บ้าน ร้านสะอาด ไฟสว่างดูปลอดภัย แล้วทั้งหมดนี้มันมันแย่กับเราตรงไหน ?

มันแย่ตรงที่ถ้าผมเชื่อว่า 7 Eleven ผิด, แปลว่าการมีผ้าห่มให้ใน Starbucks Tokyo ก็ผิดเหมือนกัน…

3 Replies to “ทำไม Starbucks ญี่ปุ่นมีผ้าห่มฟรี ขณะที่ร้านอื่นไล่ลูกค้า ?”

  1. “ถ้า 7 Eleven ร้านไหนขายดี, ทาง CP จะเปิดสาขาเพิ่มทันทีถัดไปอีกสองห้อง”

    โลกความเป็นจริง มันคือ cpไปเปิดเองดักปิดหัวปิดท้าย
    7-11ของคนที่เขาไปลงทุนซื้อเฟรนชายกับ7-11มา ซึ่งสายป่านยาวสู้ บริษัทแม่ได้ได้อยู่แล้ว พอโดนเปิดร้านดักทั้งหน้าหลังยอดตก 7-11ก็จะไปอุ้มขอซื้อสาขานั้นคืน พอได้มาแล้วก็ค่อยดูว่าจะยุบสาขาไหนทิ้งหรือคงไว้ต่ออีกที

    ซึ่งมันแย่กับคนที่ไว้ใจลงเงินไปร่วมธุรกิจด้วยกันมากๆ เห็นเขาเหมือนหนูลองยา ให้ไปลองเสี่ยงตายดูก่อนพอเเขาทำขึ้นก็ไปบีบเขา มันต่างจากกรณี สตาร์บัค ในหลายนัยยะเลย

  2. มองคนล่ะมุมครับ เหรียญมันมีสองด้านเสมอ

Comments are closed.