Special : "How to สร้างตัวตนออนไลน์ให้ชีวิตและธุรกิจด้วย Social Media !"

เคยเห็นในการ์ตูนเกี่ยวกับ Salary Man นักกินจุชาวญี่ปุ่นที่งานยุ่งตลอดวันจนไม่มีกระทั่งเวลานั่งกินบะหมี่…

[ไม่รู้ทำไมต้องรีบกันขนาดนั้น, เป็นเรื่องเล็กๆ ที่คนญี่ปุ่นชินชาแต่ว่าคุณ Cookie ไม่ชอบเลย]

  เผอิญแถวที่พักราคาคืนละ 1980 Yen [535 บาท] ของผมก็ใกล้ “Honjin Soba [本陣そば]” ซึ่งเป็นหนึ่งในร้าน “Standing Soba” ที่มีสาขากระจายอยู่ทั่ว Tokyo, เมื่อคืนตอนนั่งรถไฟกลับมา ก็เลยว่าต้องแวะลองยืนซดโซบะดู !

แถมคืนนั้นยังมีพายุฝนฟ้าถล่ม, ทำให้ผมอยากจะหาบะหมี่ร้อนๆ ทานสักชาม

และนี่ก็คือบรรยากาศในร้าน “Honjin Soba [本陣そば]” ที่แสนจะเล็กแห่งสถานี Uguisudani ครับ

 honjin-soba-standing-review-menu-price-udon-how-to-tokyo-japan-iphone-6-tsuke

honjin-soba-standing-review-menu-price-udon-how-to-tokyo-japan-tel-map

แถมแผนที่ Google Maps และเบอร์โทรร้าน พร้อมพิกัดที่อยู่กับวันเวลาเปิดปิดของ “Honjin Soba [本陣そば]” สาขา Uguisudani ให้ด้วยเลย, จากภาพจะเห็นว่าอยู่ติดสถานีรถไฟ JR และขาย 18 ชั่วโมงต่อวัน

บรรยากาศของ Honjin Soba [本陣そば] และร้านอาหารยืนกินส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน

คือมักจะเป็นห้องแถว 1 ห้องที่กั้นเป็นครัวกับห้องน้ำ [ญี่ปุ่น “ต้อง” มีห้องน้ำให้ลูกค้าใช้ครับ, ร้านกาแฟก็เช่นกัน]

ดังนั้น ผลแห่งความซวยก็จะมาลงที่เรา

คือต้อง “ยืนกิน” อย่างเร่งด่วน และก็แน่นอนว่าทันทีที่เดินเข้าไปก็ต้อง “กดตู้”

เพื่อเลือก Menu ที่เราต้องการ เหมือนกับร้าน Ramen [และ Yayoi ที่ญี่ปุ่นก็ด้วย :)]

จากนั้นก็เอา “ตั๋ว” ที่ได้จากเครื่อง Vending Machine มายื่นให้คุณพ่อครัวแล้วก็รอ…

honjin-soba-standing-review-menu-price-how-to-tokyo-japan-iphone-6-asakusa

[ภาพนี้คือ Soba แบบยืนกินใต้สถานี Asakusa ซึ่งถือว่าเป็นสถานีที่ใหญ่ประมาณหนึ่ง จึงยิ่งเล็กและไม่มีเก้าอี้โดยสิ้นเชิง, ซึ่ง Honjin Soba ตรง Uguisudani ที่ผมทานยังดีกว่าเพราะร้านยังเป็นตึกและมีที่นั่งราวๆ 7 ตัว]

ข้อดีของ Honjin Soba และร้านยืนกินก็คือ “ราคาถูกสุดๆ”

เพราะตัดทิ้งทุกสิ่ง, ทั้งบริการ / พนักงาน / Cashier ไปจนถึงวัตถุดิบก็มักจะเป็นแค่เกรดประหยัด

[แต่ก็คุ้มค่าน่าลองสักครั้งนะครับ สำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองทั้งที :)]

อย่าง Soba ขนาดเท่าบ้านเครื่องท่วมๆ ที่ผมสั่งนี่ก็คือ Tempura Soba ราคา 420 Yen

แล้วเพิ่มลูกชิ้นปลาจิคุวะ [Chikuwa] เข้าไปอีก 1 อัน, ราคา 110 Yen

เป็นการ “อัดแป้ง” แบบถูกสุดๆ ที่ราคารวม 530 Yen หรือ 145 บาท

honjin-soba-standing-review-menu-price-how-to-tempura-japan-iphone-6-chikuwa

ikinari-standing-steak-sudden-japan-lunch-menu-cheap-price-map-review-iphone-6

[ผมเคยชินแล้วกับร้าน Soba ยืนกินหรือ Ramen ยืนกิน, ส่วนร้าน “Sushi ยืนกิน” นี่ทำใจเข้าไม่ได้จริงๆ เพราะรู้สึกว่า Sushi ควรเป็นร้านที่ทานช้าๆ อย่างมีพิธีแต่ตอนนี้ที่ Tokyo มี “Ikinari Steak” แบบยืนกินแล้วด้วยนะครับ…]

รสชาติของ Honjin Soba [本陣そば] ก็เป็นแบบง่ายๆ สบายๆ

น้ำซุปใสๆ และเส้นก็เหนียวนุ่มแต่ไม่หนักท้อง, เมื่อเทียบกับ Ramen หรือ Udon

สามารถทานเพลินๆ ได้เรื่อยๆ แต่ถ้ายังไม่อิ่ม [?], ก็อาจสั่งเพิ่มข้าวปั้นสามเหลี่ยมหลากหลายไส้

หรือจะสั่งเป็น Combo, มีทั้งข้าวแกงกะหรี่และ Soba ก็ได้ ในราคา Set ละ 500 – 700 Yen

“Tsuke Soba” แบบที่แยกเส้นแล้วจุ่มซุปร้อนๆ ก็มีหรือจะเป็น Zaru Soba ที่จุ่มซุปเย็นก็ 300 Yen เท่านั้น !

แถม Menu คร่าวๆ ของร้าน Honjin Soba [本陣そば] ให้ชมด้วยครับผม :)

honjin-soba-standing-review-menu-price-how-to-tempura-japan-iphone-6-tsuke

honjin-soba-standing-review-menu-price-how-to-curry-rice-japan-iphone-6-set

ภาพทั้งหมดใน Honjin Soba [本陣そば] Review ก็ยังคงถ่ายด้วยกล้อง iPhone 6 from New York, บินมา Tokyo ครั้งนี้ ผมตั้งใจจะเยี่ยมคุณน้องสาวและก็หิ้ว Apple Watch กลับบ้านด้วย

ใครเคยทานบะหมี่หรือร้านยืนกินในญี่ปุ่นก็มา Share กันนะครับผม :)