Sharin Review by iPhone 6S : No.1 บะหมี่แห้งแห่งญี่ปุ่น | - CookieCoffee -

- CookieCoffee -

– No.1 TH Blogger in JP by StatCounter UK –

Sharin Review by iPhone 6S : No.1 บะหมี่แห้งแห่งญี่ปุ่น

ในบรรดา Ramen ที่ผมเคยทานมา, ไม่มีร้านไหนอร่อยไปกว่า “Rokurinsha [六厘舎/ โรคุรินฉะ]” ซึ่งมีหลายสาขารวมทั้งที่ “The Ramen Street” แห่งสถานี Tokyo Station [แต่ผมทาน Rokurinsha ครั้งแรกใน Haneda Airport]

มารู้ทีหลังว่า Rokurinsha ได้รับการ Voted ให้เป็นร้านอันดับ 1 ของ Ramen Street !

และครั้งนั้นผมก็สั่ง “บะหมี่แห้งแยกซุป” หรือที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “ทสึเคะเมง [Tsukemen / つけめん]”

โดยไม่รู้อีกว่ามันคือ Menu ที่ขายดีที่ที่สุดของ Rokurinsha

แต่ต่อมา, Rokurinsha ได้แยกร้านออกมาอีกหนึ่งในชื่อ しゃりん [Sharin / ฉะริน] โดยเน้นขายแค่ Tsukemen !

sharin-tsukemen-dip-noodle-menu-price-review-iphone-6s-plus-japan-best-ramen-no-1

จาก Menu หน้าร้าน, จะเห็นว่า Sharin [しゃりん] เน้นขายแต่ “ทสีเคะเมง [Tsukemen]” จริงๆ

[ซึ่งมันก็คือบะหมี่แห้งที่แยกน้ำซุปมาแต่ว่าเป็นซุปแบบร้อน, คนละอย่างกับ “บะหมี่เย็น” นะครับ]

การ Backpack มาญี่ปุ่นของผมครั้งนี้ก็เพื่อหิ้ว iPhone 6S Plus & iPhone 6S สีชมพูกลับไทย, ก็เลยถือโอกาสใช้กล้อง iPhone 6S ลองถ่าย Review ร้านอาหารใน Tokyo เพื่อเป็น “ตัวอย่างภาพถ่ายในชีวิตจริง” ให้ทุกท่านได้ชมไปในตัว…

สำหรับคนญี่ปุ่น, Ramen ก็เหมือนกับก๋วยเตี๋ยวข้างถนนของคนไทย

จุดขายคือความเร็ว, ทานหนึ่งชามเสร็จก็ไปทำงานต่อ

しゃりん [Sharin] ก็เป็นเช่นนั้น, เดินเข้าร้านไปสั่งบะหมี่จากตู้กดง่ายๆ ในราคาชามละไม่ถึงพันเยน

ถ้าใครอยากได้หมูอบและไข่เยอะหน่อยก็สั่งพิเศษ 860 Yen, หรือจะเพิ่มเส้นเพิ่มสาหร่ายทีหลังก็ได้

sharin-tsukemen-dip-noodle-menu-price-review-iphone-6s-plus-japan-best-ramen-egg

sharin-tsukemen-dip-noodle-menu-price-review-iphone-6s-plus-japan-best-ramen-pork

หน้าตาของ “しゃりんつけめん [Sharin Tsukemen]” ก็เป็นเช่นนี้ !

มีเส้นบะหมี่พร้อมไข่ต้มยางมะตูมและสาหร่ายแผ่นให้, ตัวเส้นคือความภาคภูมิใจของ Sharin [& Rokurinsha] ว่ามีความเหนียวนุ่มเหนือกว่าบะหมี่ของร้านใดๆ และ Tsukemen ทุกชามจะต้องจัดวางมาอย่างดงามแม้จะเป็นอาหารจานด่วน

ส่วนซุปสำหรับชุบเส้นก็ดังที่เห็น…

ดูแล้วรู้ทันทีว่า “เข้มข้น” ด้วยการเคี่ยวกระดูกหมูและเติมปลาป่นลงไปอีกชั้น !

ยิ่งเพิ่มความมีน้ำหนักให้กับน้ำซุป, และเมื่อชุบเส้นบะหมี่ที่ทั้งเหนียวและหนัก…

ก็จะติดซุปอันเข้มข้มกลมกล่อมขึ้นมาเป็นปริมาณมาก

ใส่ปากแล้วลิ้มรสแห่ง “สุดยอดบะหมี่แห้งแยกซุปแห่งแผ่นดินญี่ปุ่น” กันได้อย่างสะใจ !

sharin-rokurinsha-tsukemen-ramen-best-tokyo-japan-egg-六厘舎-iphone-6s-review-しゃりん

sharin-rokurinsha-tsukemen-ramen-best-tokyo-japan-egg-ueno-iphone-6s-review-eat

ทานกันได้จนถึงก้นชาม, หมดซุปพอดีเมื่อหมดเส้น

สำหรับ Tsukemen ราคาชามละ 860 Yen, ก็จะมีไข่ต้มยางมะตูมดังที่เห็น 1 ฟอง / บะหมี่พูนชาม / สาหร่าย 1 แผ่น / หมูอบชิ้นใหญ่ 2 อันและในน้ำซุปก็ยังมีหมูสับอยู่ไม่น้อย [ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นและ Body ของซุปเวลาชุบเส้นเข้าไปอีก !]

เหตุผลส่วนตัวที่ผมชอบ Sharin & Rokurinsha เป็นพิเศษก็ตรงเส้น…

ไม่ค่อยชอบบะหมี่เส้นเล็กแบบ Hakata Ramen, อย่าง “Ichiran” ที่คนไทยเรียกว่า “ราเมงข้อสอบ” นี่ข้ามไปเลย

[แต่ก็ไปทาน Ichiran ที่สาขาบ้านเกิดใน Fukuoka มาแล้วนะครับ :)]

และเมื่อผสานเข้ากับซุปที่ใส่เนื้อหมูสับกับปลาป่นลงไป, ก็ทำให้เวลาชุบเส้นมันเข้มข้นขึ้น

ไม่แปลกใจที่ Rokurinsha ได้รับการ Voted ให้เป็น “No.1 Ramen” แห่งถนนสายบะหมี่ที่ Tokyo Station !

sharin-rokurinsha-tsukemen-ramen-best-tokyo-japan-egg-ueno-iphone-6s-review-queue

sharin-rokurinsha-tsukemen-ramen-best-tokyo-japan-egg-ueno-iphone-6s-review-chef

แต่ข้อเสีย [?] ของ Sharin ก็คือร้านมันเล็ก…

[จริงๆ ร้าน Ramen ที่เป็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ, ไม่ได้สร้างมาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มักจะเป็นแบบนี้ทั้งนั้น]

ผมไปสาขา Ueno, ใต้ห้าง Atre ที่อยู่ในตัวสถานี Ueno Station [ข้างๆ Ichiran Ramen ที่คนไทยชอบทานนั่นเอง]

ถ้าเป็นตอนเที่ยงหรือเย็น, ไม่มีวันได้ทาน Sharin Tsukemen โดยไม่ต่อคิว

ทว่า ผมมา Tokyo รอบนี้แบบ Backpack สบายๆ, รับ iPhone 6S เสร็จก็แวะมาทาน Sharin ตอนบ่ายๆ

ได้นั่งหน้าพ่อครัวชมบรรยากาศ

ส่วนใครที่อยากทานร้านต้นกำเนิดของ Sharin ที่ชื่อ Rokurinsha [六厘舎/ โรคุรินฉะ] ก็อาจนั่งรถไฟไปลงสถานีหลัก Tokyo Station, แต่ส่วนตัวผมแนะนำสาขา Haneda Airport หรือไม่ก็ Tokyo Skytree ที่คนน้อยกว่ามาก

sharin-tsukemen-dip-noodle-menu-price-review-iphone-6s-plus-japan-best-ramen-map

apple-store-ginza-iphone-6s-plus-review-camera-video-cam-4k-pink-rose-gold-back

ภาพทั้งหมดใน Blog นี้ก็ถ่ายด้วยกล้อง iPhone 6S Pink Rose Gold ของ Apple Japan, หากใครสนใจรุ่นนี้หรือกำลังจะบินมาหิ้วก็อ่านเพิ่มเติมได้ใน Blog เก่าที่ “iPhone 6S Blogger Review : รีวิวที่แรกในไทยสดจากกรุง Tokyo !

[และวันนี้ของปี 2014, ผมก็เขียน Blog เรื่อง Kichitora [吉虎] Ramen Review by iPhone 6 Plus” ด้วยครับ :)]